การใช้นาฬิกาวิ่งในสายสุขภาพ
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
สำหรับนักวิ่งผู้ไม่ได้มีเป้าหมายแข่งขัน สำหรับนักวิ่งสายสุขภาพ แม้กระทั่งผู้วิ่งที่มีความไพบูลย์เป็นที่ตั้ง ผู้เขียนก็ยังเล็งเห็นว่าสมควรที่จะใช้เครื่องมือสองอย่างนี้
1) นาฬิกาข้อมือจับเวลา
2) หมายมาร์คระยะทางบนพื้นถนนในทุกครั้งที่วิ่ง เพราะอะไร
เพราะจะช่วยให้เรามีมอนิเตอร์สังเกตวิ่งได้สะดวกกว่าว่าเรามีความแตกต่างจากการวิ่งที่ผ่านมาอย่างไร จะรู้ไปทำไม มันสำคัญอย่างไร ถ้าปฏิกิริยาที่ได้รับมันแตกต่างกัน แล้วยังไงต่อไป
ในหมายมาร์คเหล่านี้ มีความทรงจำได้ว่าเราเคยไหลราบรื่นกว่านี้ ไม่เหนื่อยเหมือนวันนี้ ในเวลาที่เท่าๆกัน ฉันเคยได้ระยะทางมากกว่านี้เป็นต้น
มันเป็นสัญญาณเตือนแรกๆของความผิดปกติ(ถ้่ามี)ให้เราตรวจเช็ค ก่อนที่จะถึงมือแพทย์ หรือก่อนที่จะมีอาการหนักกว่านี้
คือ Perform การวิ่งจะอ่อนไหวมาก เพียงมีอะไรที่ผิดปกติแม้เพียงนิดน้อย Perform ก็จะตกแล้ว แม้เราจะไม่ทันรู้ตัว แต่นาฬิกาแสดงถึงความตกลงไปถึง 5 วิ ในปัจจัยที่เคยคุ้นเคย สำหรับนักวิ่งผู้ช่างสังเกต ย่อมจับความเปลี่ยนแปลงได้ในขณะที่รายที่ไม่ใช้นาฬิกาและหมายมาร์คบนถนนให้เป็นประโยชน์
นักวิ่งผู้ที่ไม่ได้มีเป้าหมายแข่งขันหลายคน มักมีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับนาฬิกาและเวลา การเหลือบดูทุกครั้งจะรู้สึกถึงความกดดันตัวเอง คล้ายกับเร่งรัดให้หลุดออกจาก Slow life
เข้าสู่การระดมพลังงาน แม้จะยังไม่ได้ทำจริงๆ แต่แค่ความคิดก็ให้รู้สึกเครียดแล้ว พวกเขาจึงมักวิ่งข้อมือเปล่าๆ
เอาใหม่.....ให้เรามีมิติคิดกับมันคนละแบบกับนักวิ่งสายแข่งขัน จงใช้นาฬิกามันในฐานะเครื่องมือวัดความยังคงเป็นปกติของร่างกาย
และนาฬิกาจับเวลาและ Heart rate monitor รุ่นล่างๆ ราคาไม่แพง ก็สามารถบอกถึงความผิดปกติแม้จะเพียงเส้นผม ขนาดที่เจ้่าตัวอาจจะยังไม่รู้สึกใดๆ ผลลัพธ์ Perform จะฟ้องตัวเอง
การไหวตัว รู้ทันเรือนร่างอย่างว่องไวเท่าไร ย่อมเท่ากับการปรับตัวรับแผนฝึกดีเท่านั้น
ถ้าเป็นเจ็บป่วย ก็จะไปหาแพทย์ได้ทันท่วงทีมากกว่า
โดยปกติในทุกความสังเกต ในตัวความเข้มข้นเดิมๆ ในสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ในอุณหภูมิเดิมๆ ที่เราวิ่งและสังเกตอัตราชีพจร ถ้าอัตรามันโดดมากขึ้นกว่าเดิมถึง 5-6 beat น่าจะหมายความว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น
การจับอัตราชีพจร(ถ้ามีใช้) ไม่ใช่้เป็นแต่ตัวกำหนดความเข้มข้นฝึกเป้าหมายเอาไปพัฒนาเท่านั้น แต่มันสามารถบ่งบอกถึงสิ่งที่อาจจะผิดปกติได้เช่นกัน
เราเอาพื้นฐานของการเลือกวิ่งปกติประจำวันเป็นฐานพินิจ ไม่ใช่เอามาเป็นฐานกำหนดฝึกเร็วแบบนักแข่งเป็นตัวตั้ง
วิ่งทุกที วิ่งทุกครั้ง วิ่งทุกวัน ระยะทางเท่านี้ เวลาจะไม่หนีกันเท่าไร จะเกาะกลุ่มอยู่ในตัวเลขที่เราสามารถเดาได้
แม้ในการวิ่งช้าด้วยกัน ชีพจรช้าก็จะออกมาไล่ๆกัน ในตัวแปรเหมือนๆกัน เราก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์กับการมอนิเตอร์สุขภาพได้ครับ
ไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นใหม่ราคาแพง นาฬิการุ่นเก่า ดีกว่า ตรงที่นับวันราคาจะถูกลงด้วย
ให้ใช้ความรู้สึกสังเกต เป็นอันดับแรก ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ช่วยยืนยัน ตรวจเช็คการวิ่งวันแล้ววันเล่า
นักวิ่งจะได้รับประโยชน์จากมันครับ
กฤตย์ ทองคง
2 มีนาคม 2564
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.