ใครก็อยากวิ่งเก่งกันทุกคนนั่นแหละ...แต่
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
การจะประสบความสำเร็จในการวิ่ง พูดง่ายๆก็คือ "วิ่งเก่ง" นั่นต้องอยู่แล้ว แต่คนที่วิ่งไม่เก่งจะประสบความสำเร็จก็ยังพอมีอยู่ให้เราเห็นอยู่บ้างเหมือนกัน
ด้วยว่า เขาต้องเอาความอุตสาหะเป็นอาวุธเข้าปะทะ
จะให้ดี ก็ต้องทั้งวิ่งเก่งและบากบั่นพากเพียร น่าจะรับประกันความสำเร็จได้ค่อนข้างแน่นอน
มองลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่า มันก็อยู่ที่ระดับความกระหายในความสำเร็จนั้นด้วย หากมีความอยากได้น้อย ก็ย่อมมีแรงทะลุทลวงได้น้อยตามไปด้วย ถ้าอยากได้มาก มันก็จะมีแรงขับเคลื่อนได้มากนั่นเอง
เรื่องนี้ คนเรารู้กันทั้งนั้น แต่ทำได้เพียงบางคน เป็นเพราะความสมัครใจจะทำหรือไม่เท่านั้นเอง
ก็คือ ต้องมีความกระหายในความสำเร็จที่มากพอ มากพอจนกลั่นออกมาเป็นความอุตสาหะได้ ที่คนวิ่งเก่งหลายคนมักจะขาดแคลน
หน้าฝน ฝนมันก็ตกทุกเย็นอยู่แล้ว เราหลบฝนเมื่อฟ้าตั้งเค้า แต่คนอื่นไม่หลบ ยอมเปียกเพื่อให้ภารกิจต้องฝึกได้บรรลุ แค่นี้ก็เห็นความแตกต่างที่ชัดเจนแล้วกับแค่ไหนของความต้องการผู้นั้น
คนนึงอยากประสบความสำเร็จมากเสียจนกระทั่งอุปสรรคฝนทำอะไรเขาไม่ได้ จนต้องออกมาฝึกท่ามกลางฝน แต่อีกคน "ไม่"
สิ่งนี้ไม่มีผิด ไม่มีถูกใดๆ ใครเลือกอะไรก็ได้อย่างนั้น You'll get what you pay. หน้าฝน ฝนมันตกกี่วัน มันแห้งกี่วันในเดือนหนึ่ง รู้สึกว่าจะตกเกือบทุกวันนะมากหรือน้อยเท่านั้น
การที่เราเลือกฝึกเฉพาะวันที่แห้ง มันมีวันแห้งไม่มากนัก เราจะตกอยู่ในเงื่อนไขขาดซ้อม ไม่พอเพียงนั่นเอง
ถ้าจะมีการรับมือด้วยเครื่องวิ่งอยู่กับที่ใต้หลังคากันฝนในห้องฟิตเนส ก็ต้องใช้เงินเช่าเวลาเขา หรือลงทุนซื้อเครืองมาใช้ในบ้านของเรา ที่สถานะก็เหมือนกัน คือเอาเงินเข้าซื้อหาแลกเปลี่ยน แต่จะได้ผลไม่ทุกคน อย่าลืมนะว่า
90% ของเครื่องที่ซื้อมา ไม่ได้ใช้ หลังหายเห่อเครื่องแล้ว ฝุ่นจับเป็นราวพาดผ้า และ 90% ของยิมที่เช่าเวลาไว้ ก็ไม่ได้ไปใช้เอง จนหมดเวลา
จ่ายเงินแล้ว แต่ไม่จบนะ
ค่าที่ว่าจ่ายแล้วยังต้องไปฝึก มันไม่ลอยมาให้ถึงเป้าหมายฝึกเอง นี่ว่าด้วยแค่หนีฝนให้พ้นเท่านั้น ยังไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องความเกียจคร้านใดๆเลย
สุดท้ายก็จะไม่ผ่าน ถ้าเราเหลาะแหละ
ความอุตสาหะที่กล่าวถึงในตอนต้น ก็กลับมาทวงถามอยู่ดี ลงว่าถ้าไม่อุตสาหะเสียอย่างก็เหลวจนได้ วนกลับมาที่เดิม
การใช้จ่ายออกไปแลกเปลี่ยนกลับมา ต้องตรงจุด ต้องถูกประเด็น หลายครั้งมากที่เราไม่ได้ต้องจ่ายเป็นเม็ดเงินมากกว่าจ่ายในรูปความพยายามอุตสาหะบากบั่นอยู่ดี
"Great works are performed not by strength but by perseverance."
Samuel Johnson
สมควรที่ผู้ปรารถนาสัมฤทธิ์ผลวิ่งทุกคนควรทำความกระจ่างชัดว่าสำหรับตัวเธอเอง ประเด็นมันอยู่ตรงไหน?
วิเคราะห์ให้ตรงกับความเป็นเราได้เมื่อไร ก็จะกำหนดจุดลงมือได้ตรงเมื่อนั้น
.
.
กฤตย์ ทองคง
11 สิงหาคม 2563
.
.
นี่ยังไม่นับฝนแห้งวันนี้ไม่ตก แต่ขี้เกียจ อย่างนี้ก็มี
.
ต่อให้ไม่เพียงเป้าหมายเอาวิ่งเก่งใดๆ
แต่วิ่งเพื่อลดน้ำหนักเท่านั้น ทวงสุขภาวะกลับคืนมา ก็ย่อมต้องการมานะบากบั่นเอาจริงไม่ท้อถอยเช่นกัน
ทุกเป้าหมายนั่นแหละ จะอ้างว่า"เพื่อสุขภาพ" แต่เหลาะแหละ ก็จะพลาดเป้าหมายอยู่ดี
ลงจะจับอะไร จับแบบหยิบโหย่งก็จะไม่สัมฤทธิ์ทั้งนั้น
.
บอกไว้หลายที่แล้วว่า เราตากฝนแล้วไม่สบายนั้น เกิดเพราะเราไปติดเชื้อไวรัสหวัด
ถ้าไม่ได้ไปติดมา ตากฝนยังไงก็ไม่ป่วย
และต่อให้นอนห่มผ้าอยู่กับบ้าน ถ้าลงติดไวรัสมา ก็ป่วยอยู่ดี มันไม่ได้อยู่ที่ฟ้าฝน อยู่ที่การติดเชื้อหรือไม่เท่านั้นเอง
.
เมื่อหลบฝน กลับไปบ้านแล้ว
-น้ำก็ต้องอาบ
-ผมก็ต้องสระ
-ผ้าก็ต้องซัก
เราจะรออะไร
เมื่อพินิจให้รอบแล้วจึงไม่เห็นจุดหมายว่าจะหลบฝนไปเพื่ออะไร
ไหนๆค่ามันไม่ต่างอะไร ทำไมจากฐานที่เท่ากัน เราจะไม่ขาดซ้อม
.