(อนุสนธิจากส่วนความเห็น
ในบทความเรื่อง
"อะไรที่ไม่ใช่").
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
ถาม.....วิ่งตะพึดตะพือค่ะ
.
.
ตอบ.....ใครจะบอกได้เล่าว่า
ระหว่างการไม่วิ่งเลย กับการวิ่งตะพึดตะพืออะไรจะส่งผลร้ายแรงกว่ากัน
.
.
ถาม.....แล้วครูว่าไหนร้ายแรงกว่าอ่ะคะ.?
.
.
Lek
Nadpob Dentist
ตอบ.....
วิ่งตะพึดตะพือเป็นอาการวิ่งมากวิ่งบ่อยเกินความจำเป็นต่อทุกเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายอะไร
และไม่ก่อให้เกิดผลดีใดๆทั้งเพื่อสุขภาพและผลการแข่งขันอันเกิดจากความบ่อยนั้นเอง
ใดๆที่มากเกินพอดี
ก็ย่อมมีโทษภัย การวิ่งก็เป็นเช่นเดียวกัน
ในการซ้อม
การวิ่งตะพึดตะพือคือการหยุดวิ่งไม่เป็น
แม้จะมีข้อบ่งชี้ว่าควรหยุดวิ่งสักระยะเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่ก็ทำกันไม่ได้
ในการแข่ง
คือการไปสมัครวิ่งในสนามเช้าวันอาทิตย์บ่อยๆ บ่อยแค่ไหน
ในความรู้สึกของผู้เขียนมากกว่าเดือนละ 2 สนามขึ้นไป เป็นตัววัดว่าวิ่งมากเกินพอดี
การแข่งตะพึดตะพือมักมีสหสัมพันธ์กับรายจ่ายที่สิ้นเปลือง
ไม่ทั้งจากค่าสมัครแต่รวมถึงทุกค่าที่ควักออกมาจากกระเป๋าทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง หรือค่าที่พัก(ถ้ามี)
การวิ่งตะพึดตะพือยังมีสหสัมพันธ์กับการไม่พัฒนา
สถิติเวลาคงที่(อย่างโชคดี) และตกต่ำลงทุกที(อย่างโชคร้าย)
แต่จำนวนมากหนักหนาร้ายแรงกว่านี้อีก คือร้ายเอามากๆ คือบาดเจ็บเลย
การไม่เคยงวิ่งมาก่อนเลย
เลวร้ายก็เพียงแต่ในอดีตที่ผ่านมาเป็นการเสียโอกาส แต่อนาคตยังไม่แน่
คือถ้าเขาเริ่มตัดสินใจออกมาวิ่งตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เขาย่อมเลือกถูกทางแน่
สักวันหนึ่งเขาต้องดีขึ้น
แต่การวิ่งตะพึดตะพือ
ได้แค่วิ่งตอนนี้(ชั่วครั้งชั่วคราวตอนที่ยังไม่เบื่อหน่าย)เท่านั้น
แต่อีกไม่นานพวกเขาย่อมต้องเปลี่ยนพฤติกรรมวิ่งอย่างแน่นอน
จากประสบการณ์ผมไม่พบพวกวิ่งตะพึดตะพือรายใดคงกระพันบ้าวิ่งตลอดไปทุกยุคทุกสมัย
มาได้แป็บเดียวเดี๋ยวก็หายหมด
ถ้าไม่น้อยการวิ่งลงเยอะแยะ
5 เท่า ถึง 10 เท่า ไม่ก็เลิกวิ่งไปเลย เป็นเพราะถ้าเรือนร่างไม่สิ้นสภาพไปเสียก่อน
กระเป๋าเงินของเขาก็จะแบนเรียบ ไม่รู้ว่าอย่างใดจะถึงก่อนกัน แต่ถึงแน่นอน
อย่างใดอย่างหนึ่ง
.
.
ยิ่งย่างเข้าภาวะร่วมสมัย
รองเท้าวิ่งคู่ละเป็นหมื่น ก็เพิ่งเริ่มมีในสมัยนี้เอง
และนับวันจะยิ่งแพงยิ่งขึ้นไปอีก
จากประสบการณ์ผู้เขียน
พบนักวิ่งตะพึดตะพือเลิกวิ่งไปมากมาย ทั้งเลิกวิ่งออกกำลังกายเลย
รวมไปถึงเลิกวิ่งแต่ไปกีฬาอื่น
ส่วนที่ผิดหวังจากการวิ่งตะพึดตะพือแล้วไปกีฬาอื่นมักมีคำติดปากพวกเขาไปแนะนำคนอื่นประมาณว่า
"อย่าไปวิ่งเลย...ผมวิ่งมาก่อนแล้ว
มันเจ็บง่าย ไม่เหมือนกีฬานี้ มากีฬานี้ดีกว่า"
แต่พวกนี้ร้อยละร้อย
ไม่เคยเอ่ยให้ละเอียดว่าตัวเอง Approach วิ่งด้วยท่วงท่าอย่างไรมาก่อนที่ผ่านมา
แน่นอนเขาพูดโทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง
เขาไม่เคยเอ่ยว่า
เขาวิ่งมากเกินไป เขาวิ่งในสนามแข่งทุกสัปดาห์ เขาวิ่งมาราธอนต่อมาราธอน
เขากลับไปวิ่งซ้อมหลังแข่งเพียงไม่กี่วัน เขาไม่หยุดวิ่งทั้งๆที่มีสัญญาณเตือนจากความรู้สึกที่มันผิดปกติ
ฯลฯ
แต่ในขณะที่ผู้ไม่เคยวิ่งเลยลองวิ่ง
แม้จะไม่รู้เรื่องวิ่งใดๆเลย แต่กลับมีบุคลิกที่อ่อนน้อมถ่อตนในการรับรู้อย่างยิ่ง
เขามีความพร้อมที่จะเรียนรูุ้ทุกอย่าง
ในขณะที่นักวิ่งตะพึดตะพือ
มักจะมีธงคำตอบอยู่แล้วในทุกคำแก้ตัว
คุณ
Lek
คงเข้าใจแล้วจากความเห็นของผมที่ผ่านมาว่าวิ่งตะพึดตะพือร้ายแรงกว่าเช่นนี้เอง
ครับ
.
.
กฤตย์
ทองคง
12
มีนาคม 2563
.
จำไว้เป็นกฎเลย
ใดๆต้องพอดี
หลุดพอดีเมื่อไร
เป็นลบทันที
ทั้งหลุดไปทางบวกและหลุดไปทางลบ
.
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่