Thursday, December 24, 2020

พลูโต เป็นแค่ทางผ่าน มิใช่จุดหมาย

 พลูโต เป็นแค่ทางผ่าน มิใช่จุดหมาย

.

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง 

.

.

การที่จะรู้ว่า เราต้องฝึกหนักขนาดไหน จะเป็นปริมาณที่พอดี กับความเป็นตัวของเรา ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ และไม่บาดเจ็บ  ดูเหมือนจะเป็นคำถามยอดนิยมของพวกเราสายแข่ง สายทำความเร็ว

อย่างแรก  ต้องไปรู้เสียก่อนว่า ต้องฝึกอะไร? ต่อมาก็ต้องรู้ว่า สิ่งนั้นฝึกขนาดไหนด้วย ในปริมาณเท่าไรนั่นเอง

ไม่ใช่เพียงเห็นว่าเป็นสายแข่งด้วยกัน  เป็นชายเหมือนกัน  อายุราว 40 เท่ากัน  วิ่งมา 3 ปีแล้วพอๆกัน  จะมาฝึกโปรแกรมที่เหมือนกันทุกคนได้

ความแตกต่างจะหว่างบุคคล  (Individual differences) ID  เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงมากกว่าที่เคยคิดไว้

มันจึงไม่ใช่เรื่องที่ผู้เขียน จะเขียนให้ผู้มุ่งหวังได้อ่านกันทั่วราชอาณาจักร  ที่ผมยังไม่รู้แบคกราวนด์ใดๆของพวกคุณเลย  แล้วผมจะไปรู้แผนฝึกที่พวกคุณสามารถได้ไง  แล้วผมก็ไม่เชื่อด้วยว่า  สูตรสำเร็จรูปที่เผยแพร่ตามหน้าเพจต่างๆเหล่านั้น จะควรฝึกด้วย

อย่างดีที่สุด  ก็แค่ไม่ละเมิดหลักการพื้นฐานเบื้องต้น ที่คุณต้องเดินตามรอยทุกคน  เพียงแต่สูตรเหล่านั้น ได้ตัดตัวแปร ID  ออกไปหมด  โดยคิดเสียว่า  ความ Impossible ที่ไม่มีอยู่จริงนั้น กลับมีจริง คือ  "ทุกคนเหมือนกันหมด"

เราจึงไม่สามารถเอาความสำเร็จที่บางคนไปลองทำแล้วมันเวอร์คว่าควรนำไปใช้ได้ทุกคน  เพียงเพราะมันบังเอิญเวอร์คกับคุณเท่านั้นเอง

ดูเหมือนว่าหลักการ ID นี้  พวกเราจะเข้าใจยากจัง

พูดไปแรกๆก็อาจเข้าใจอยู่ พยักหน้าหงึกหงัก  เพียงถัดไปสองสามวัน  ต่อหน้าสูตรสำเร็จที่ไปก็อปใหม่มา  กับความร่ำลือถึงประสิทธิภาพออกผลที่บังเอิญแสดงผลลัพธ์ดีถึงสองราย

ยิ่งสร้างความกระเหี้ยนกระหือรือ  ที่จะก็อปสูตรตามด้วยอีกคน  หลักการ ID เมื่อครู่ที่เอ่ยไปแหม่บๆ  ไปไหนหมด ?

.

ภารกิจข้างหน้ายังมีอีกเยอะที่ต้องทำ ที่เราต้องฝึก ชนิดที่ต้องดำเนินไปคู่ควบกับการต้องรักษายานไว้ตลอด ให้เป็นนิสัย ชีวิตเรามิใช่มีแค่กาแลคซี่นี้เท่านั้น

เราจะเอากันแค่ดวงจันทร์แค่นั้นรึ ?

ย้อนกลับมาที่กระเป๋า บ่อยครั้ง ตัว Key ที่สำคัญ เราก็แทบจะไม่มีหรือมีน้อยมาก จนถ้าดันทุรังไป ก็แทบจะไม่เกิดเนื้องาน

ก็จำเป็นต้องไม่มี ไปทั้งอย่างนั้น แต่เราต้องมีแผนงานสะสมเพิ่มพูนต้นทุนอยู่ตลอดเวลา

ถ้ายังอ่อนอยู่ เข้า ป.1 ยังไม่ได้ ก็ต้องเข้าอนุบาลไปก่อน ตัวแรกที่นึกออกตอนนี้ คือ WM (Weekly Mileage)

กีฬาที่พวกเรากำลังอดิเรกกันอยู่นี้ คือกีฬาวิ่งระยะไกล ที่คุณสมบัติต้องมีอย่างยิ่งก่อนที่จะวิ่งเร็วใดๆ คือ Endurance ถ้า E ตรงนี้ยังไม่มีหรือมีน้อยก็ต้องสร้างก่อน ถ้าดื้อ แถไปทั้งที่ไม่มี E นี่จบนะ

เริ่มต้นตัวแรกที่จับ คือต้องไป E ก่อนเลย

เนื่องจากทุกคนวิ่งได้ทั้งนั้นแหละ แต่มันจะวิ่งได้สั้นไม่กี่โล ก็ให้เริ่มจากตรงนั้น วิ่งเท่าที่ตัวเองไหว ทำซ้ำหลายๆวัน มันจะเริ่มนัวเอง ผู้วิ่งจะรู้สึกสามารถเพิ่มได้ ไม่ให้เพิ่มมากกว่า 10%/สัปดาห์

ในทางปฏิบัติ ให้น้อยกว่านี้ เพื่อความปลอดภัย อย่าลัดขั้นตอน ถ้ายังไปดาวดวงใกล้ๆไม่ได้เลย อย่าเพิ่งนึกว่าตัวเองจะไปดาวพฤหัสได้ แค่ดวงจันทร์ยังต้องเขย่งเลย

ริจะลงขอดตามพวกพี่ๆ ทั้งๆที่ WM นิดเดียว

ข้าเป็นห่วงเอ็ง

แต่ก็ทำอย่างนี้ทุกรุ่น เก่าเจ็บไป ใหม่ริลง มีมาเรื่อยๆ

ถ้่าจะเอาให้ครบชิ้นเครื่องในกระเป๋า เราอาจจะยกกระเป๋าไม่ขึ้น ฝืนยกไปหลังจะหัก เอาไปไม่ตลอดเส้นทาง

ระหว่างทางอาจต้องเหวี่ยงอะไรบางอย่างออก ไม่ก็บาดเจ็บจากความละโมบมาก จนเลิกวิ่งไปเอง

ก็ต้องเข้าหาแบบค่อยๆเผชิญหน้ากับมัน Gradually increase by gentry.

ผ่านการลดทอนสลับเพิ่มขึ้น ทันทีที่รู้ตัวมีสัญญาณเตือน

ขณะเดียวกันในอีกด้านก็ปอดแหกความบาดเจ็บมากจนไม่เพิ่มอะไรเลย ฝึกเดิมเป็นปีครึ่งปี อย่างนี้ก็ไม่ใช่

เราต้องรักษาภาวะ Challenge ให้สมดุลกับความใฝ่ฝันและต้นทุนที่เรามี

.

การวิ่งต้องรับใช้ชีวิต

ไม่ใช่ชีวิตรับใช้การวิ่ง

เมื่อใครก็ตามมาวิ่ง ไม่ว่าเขาจะเป็นเด็กโรงเรียนกีฬา มุ่งสู่ความเป็นเลิศสายแชมป์ หรือเป็นคนค่อนชีวิต มาวิ่งเอาเมื่อ วัยเข้าสี่สิบกว่า ไม่สามารถถึงตำแหน่งแชมป์ใดๆ แม้จะเป็นเพียงแชมป์ประจำรุ่นอายุก็ตาม

เขาย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ การวิ่งต้องช่วยเขา ให้ดีกว่าเดิม ไพบูลย์มากกว่าที่ไม่ได้วิ่ง ไม่ว่าจะมิติใด(เมื่อเทียบกับตัวเองเดิม) เราต้องพอใจกับมัน

และเพื่อการดำเนินไปสู่เป้าหมายนั้น ต้องไม่ควรเสียดทานกับชีวิตที่มากนัก

รู้จักเลือกซื้อหาอุปกรณ์ที่เราพอจะใช้มันได้จริง ไม่ทำให้เราเดือดร้อนกับราคาที่แพงมหาศาลที่ของนี้มีขายอยู่จริง

รู้จักเลือกเป้าหมายวิ่ง และแผนการฝึกวิ่งที่มีความสัมพันธ์กับต้นทุนของตัวเอง

เช่นการจะเอาเหรียญ Pondering from 6 major of the world ให้ได้ชีวิตนี้ ทั้งๆที่แต่ละเดือนผ่านไปยังชักหน้าไม่ถึงหลังเลย

ความสามารถไตร่ตรองชักน้ำหนักและเลือกเส้นทางตรงนี้ มันนอกเหนือไปจากศาสตร์แห่งการวิ่งที่จะเอื้อให้เราแล้ว

แต่เป็นทักษะรู้จักจัดการกับชีวิต ที่โค้ชใหญ่ปลูกฝังมาในอดีต คือ พ่อแม่และครอบครัวเดิม

อย่าเข้าใจว่าสูตรสำเร็จเหล่านั้นลุงกฤตย์คัดค้าน ไม่เห็นด้วย  และวิจารณ์ว่ามันจะไม่ได้ผล  กำลังจะบอกว่า มันได้ผลที่จำกัดมาก และสุ่มเสี่ยง  ตราบเท่าที่เราไปบังเอิญเหมือนในปัจจัยที่ผู้ร่างตารางวิ่งเขียนไว้พอดี

ถ้าเป็นเช่นนี้ เราทั้งผู้อ่านและผู้เขียนควรให้ความจดจ่อเรียนรู้หลักการที่พวกโค้ชคำนึงในปริมาณฝึกว่าจะให้ไปลงหนักขนาดไหนกันดีกว่าไหม

แน่นอน...ที่ต้องอ่านกันได้ทั่วประเทศแล้วพวกเราสามารถนำเอาไปใช้ได้จริง  ทั้งหญิงทั้งชาย  ทั้งหนุ่มทั้งแก่

คือหลักการของแบก "กระเป๋าไปทั้งใบ"  ที่ของในกระเป๋าต้องมีอะไรบ้าง

1)  ฝึกพื้นฐานความเหนียวแน่น WM (Weekly Mileage)

2)  ฝึกยาว(ต้องช้า)

3)  ฝึกเร็วสั้น

4)  ฝึกเร็วยาว (หรี่ลงมาหน่อย)

5)  ฝึกทางชัน(วิ่งขึ้นเขา)

6)  ฝึกความสด(การฟื้นตัว)

ฯลฯ

ทั้งหมดที่เอ่ยมานี้ ตัวสำคัญทั้งนั้นเลย (Key Workouts)

แล้วเราต้องเอากระเป๋าใบนี้ขึ้นเขาไปด้วยมุ่งสู่ดวงดาว(เป้าหมายวิ่งของเรา) แต่ถ้าจะให้ครบครันฝึก กระเป๋ามันจะยิ่งหนักขึ้นทุกที(แรง stress ที่หนักหน่วงในขณะที่ต้นทุนเรือนร่างเรามีจำกัด)

แต่ในการฝึก เราไม่มีทางเลือกที่มากนัก  เราต้องเอากระเป๋ามันไปทั้งใบ  ไม่ใช่เอาแต่ขอด interval ไม่เอา WM หรือเลือกเอาแต่ tempo ไม่เอาเขา

แต่เนื่องจากต้นทุนอย่างที่กล่าวมีไม่ถึง มันจึงต้องสร้างต้นทุนขึ้นมา  ด้วยการลง Key Workouts แต่น้อยก่อน เพื่อเก็บเกี่ยวกำไร(ก็ยังน้อยอีกเช่นกัน)  สะสมเพิ่มพูนให้เป็นทุนรอนพื้นฐาน เอาไปลงทุนอีกครั้ง  แล้วจะได้เก็บเกี่ยวอีกครั้ง เอากำไรไปลงทุนอีก แบบนี้ไปเรื่อยๆ

ใดที่อ่อน  ใดที่มีน้อย  ก็ต้องมีแผนอัพเกรด  ต้องไปทำที่อ่อนให้แข็งขึ้น  ทำที่นิ่งแล้วให้แกร่งขึ้นอีก  รองรับ stress ที่หนักหน่วงฝึกจากภายหน้าได้โดยไม่เจ็บ

ไม่ใช่ด้วยการหลบหลีกภาวะ stress ตลอดไป จะทำให้เราไม่มีทางพัฒนาตัวเองได้เลย

ด้วยการเริ่มเผชิญหน้ากับ stress ที่แผ่วลงกว่าที่เราคาดว่าจะทำได้ในชั้นต้น  ต่อเมื่อสะสมต้นทุนฝึกซ้ำๆ Repeat ได้บ่อยครั้งขึ้น  เราย่อมจะเพิ่ม stress ได้อีกนิดนึง(10%) 

ไม่มีเสียหรอกที่จะให้เร็วให้สำเร็จเป้าหมายโดย Without stress  ลืมไปเลยนะ  มันไม่มีในโลก  มันทำไม่ได้

แต่เราควบคุมมันได้  เสมือนเลี้ยงลูกบอลไม่ให้ตกเท้า

ถ้าเดาะบอลลวดลายจัด เดาะขึ้นโชว์เพื่อน มันจึงรับเดาะที่ตัวเองเตะขึ้นไปลงมายากแระ  เราจัด out put ให้ง่ายต่อการรับมือได้ด้วยการควบคุมมันตั้งแต่ in put ที่เข้าไปตั้งแต่ต้น  เข้าใจปะ?  แบบเดียวกับที่เราเดาะบอล เลี้ยงไม่ให้ตกเท้า

แต่ในขณะเดียวกัน  อย่าให้ตัวเราตก stress หรืออ่อนไป  จัดให้เจอ stress เสมอ เข้มข้นกำลังดี ไม่น้อยไม่อ่อนจนชิว  ไม่หนักไม่บ่อยจนเจ็บ

เผลอหนักไป อาการฟ้องให้รับตบลงตั้งแต่ก่อนเจ็บ(ถ้าให้เจ็บก่อน  สายเกินไป) หากเบาเกินไป ลงมือแล้วจะรู้เอง ปรับเพิ่มได้(ไม่เสี่ยงด้วย)  แต่มักไม่มีใครเลือกที่ทางปลอดภัยกว่า

ถ้ามากไป เราก็รู้เองอีก ด้วยการลด perform  แม้ว่าจะได้เท่าไร ก็ต้องเท่านั้น  เหนียวแล้ว ค่อยว่ากันใหม่

มีแต่วธีนี้เท่านั้นที่จะไปถึงดาวพลูโตได้

เรามักนึกกันแต่ว่าชีวิตนี้จะไปแค่ดวงจันทร์  อย่างเก่งก็แค่ดาวอังคาร

ภารกิจวิ่ง หรือแม้แต่เรื่องใดๆ  แท้จริงมันมิใช่ภารกิจต่างดาว  แต่มันคือต่างกาแลกซี่  มันต้องเลยพลูโตไปอีก

ตรงนั้นอย่าเพิ่งถามมีอะไรบ้าง  เพียงใส่ใจแผนฝึกใดบ้างในนาทีนี้  ที่เราจะไปดวงจันทร์กันได้จริง  พร้อมๆกันในขณะที่เรายังรักษายาน ที่จะเอื้อให้เราไปยังดาวอังคารได้ถ้าผ่านการซ่อมแซมและเติมเชื้อเพลิง(อนาคต)

ที่มิใช่ คือ  เข้า Approach ด้วยบุคลิกฟาดฟัน อุทิศ  เสียสละ  ทุ่มเท  วินัยอุตลุด  เพื่อดวงจันทร์อย่างหลับหูหลับตา จนยานพังสนิท(ช่างมัน)(นักรบว้อย  ต้องมีบาดแผล)  มันไม่ใช่อย่างนั้น

เพราะตราบใดที่เรายังไม่หลุดจากพลูโต  เรายังไม่ได้ออกจากกาแลคซี่นี้  กะลาที่ครอบเราอยู่  อย่าอหังการเผยออัตตา  กะอีแค่ ผ่านดาวอังคารได้

.

.

ชั่วโมงนี้ ผมไม่ใช่หนุ่มๆแระ จะมาลงขอดเย้อวๆอยู่ ก็ไม่ใช่แล้ว

ผมมาจากสายแข่งก็จริง แต่ out of programe ไปพักหนึ่ง วาระผมกำลังจากไป แต่ของพวกคุณกำลังรุ่งโรจน์ ควรมีหลักไตร่ตรองที่สามารถจัดการกับมันได้

อย่างทันใด สิ่งที่เราต้องเผชิญหน้า สิ่งใหม่จะชัดเจนขึ้นเองอัตโนมัติ จะวิ่งอย่างไรให้ตลอดอายุขัย เพื่อความไพบูลย์ของเวลาที่เหลืออยู่ ย่อมไม่มีใครสามารถบอกจุดหมายนี้กับเราได้ มันจะมาเองอัตโนมัติ

เมื่ออ่านเล่มใดจบ

เล่มต่อไปต้องอ่านอะไร

มันจะมาเอง

ถึงดาวพลูโตแล้ว จะรู้ว่าไปไหนต่อ จะไปอย่างไรสารพัดคำถามไม่ง่ายทั้งนั้น แต่ก็ไม่ยากเกินจัดการ

ชีวิตนี้แม้จะเพิ่งออกมาจากดาวอังคารได้ แป็บเดียวก็ตาม

เจนจบเรื่องวิ่งแล้วจะชัดเจนเองว่า ถึงที่สุดแล้ว เรื่องวิ่งคือเรื่องชีวิตดีๆนี่เอง

.

.

กฤตย์ ทองคง

คริสตมาสต์

25 ธันวาคม 2563 

.

พอตระหนักแล้วว่ามนุษย์มีจุดอ่อน ตัวเราเองก็หนีภาวะนี้ไม่พ้น ถ้าเราระวังการประเมินตัวเองดีเกินจริง เราก็จะพ้นไปเองอัตโนมัติ

อัตตาต้องหมั่นกำหราบ ปล่อยไว้เฉยๆ มันจะกำเริบ และใช้กฎทางวิทยาศาสตร์ 10% เข้าช่วยเสริม ที่ผิดพลาดหลงมา ก็จะจางลง

.




[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่