Sunday, April 19, 2020

สมควรจะฝึกวิ่งอย่างไร เมื่อโรคระบาดผ่านไป


.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ช่วงโรคระบาด Covid นักวิ่งตกฟิตกันมากเพราะเหตุแห่งการปรับเปลี่ยนชนิดและทำเลฝึก

บางรายถึงกับเอาระยะมาราธอนมาขดเป็นวนรอบบ้านจนน่าเวียนหัว

ใครทำได้ก็ทำไป สิ่งสำคัญอยู่ที่ อย่าให้มันหนักเกินไป อันอาจนำมาซึ่งภูมิต้านทานตกระยะนี้ เพราะความที่ Covid จะแทรกได้ง่าย

มีค่าสหสัมพันธ์ที่แน่ชัดระดับหนึ่งว่า การรับเชื้อแล้วอาจไม่ป่วยไข้ มีความเป็นไปได้จากภูมิต้านทานเดิมที่แข็งแรง และตรงกันข้าม กับการฝึกหนัก หวังว่าการกลับไปในภาวะปกติ จะยิ่งฟิตกว่าเก่า เพราะการที่โหมฝึกหนักในช่วงนี้

และเราจะต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีกนานเท่าไร ไม่มีใครที่สามารถบอกได้

ความสำคัญของการตกฟิตจากการฝึก ย่อมเป็นรอง "ความอยู่รอด"

แต่ในวันใดวันหนึ่งข้างหน้าเราต้องหลุดจากพันธนาการ Covid แน่ กลับเข้าสู่เงื่อนไขการซ้อมที่เป็นปกติ

ตรงนี้แหละ จะเป็นเรื่อง ที่เป็นความจำเป็นที่ผู้เขียนต้องวางดักไว้ก่อน จะรอให้ Covid เริ่มซาลงจะไม่ทันการ จะเกิดเรื่องที่พวกเราเสียก่อน

อย่ากลับเข้าการซ้อมปกติ เท่าที่ตัวเองเคยทำได้อยู่ก่อนโรคระบาด เพราะความจำกัดของชนิดการฝึกและทำเลการฝึก

การฝึกไปอย่างไรย่อมมีผลต่อการตกฟิตไม่มากก็น้อย ในภาพรวมทั้งประชาคมวิ่ง การ Plank ที่เห็นทำกันมากและบ่อยๆไม่สามารถประเทืองความฟิตชดเชยที่นักวิ่งสูญเสียไปได้

ดังที่เขียนบอกไว้เป็นระยะๆแล้วจากที่ต่างๆว่า เงื่อนไขต้นทุนความเหนียวแน่นและความฟิตปัจจุบันของเรา ย่อมไม่ใช่ของเดี๋ยวนี้ เมื่อฟิตแล้วย่อมตกฟิตได้จากเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป

การกลับเข้ามาฝึกใหม่หลังจาก Lay off ไป ย่อมสมควรที่จะลดดีกรีลง ตามเงื่อนไขความเป็นจริง มิใช่เป็นไปตามความต้องการของผู้ฝึก

การระมัดระวังตัวแบบนี้ โดยปกติพวกเรามักจะใช้เมื่อกลับมาอันเนื่องมาจาก Recovery จากบาดเจ็บ

แต่ ณ ชั่วโมงนี้ การ Lay off เป็นเงื่อนไขสังคมวิ่งทั้งสังคม ไม่ใช่แค่ไทย แต่เป็นทั้งโลกเลยทีเดียว

ถามว่า แล้วเราจะต้องลดลงขนาดไหน ณ ความเข้มข้นฝึกใดที่จะพอเพียงและเหมาะสมกับการกลับไปปกติ เราไม่สามารถบอกได้ แต่ละคนมีระดับที่แตกต่างกันมากเกินไปที่จะระบุได้ในที่นี้ ใช้สามัญสำนึกกันเป็นรายๆก็แล้วกัน แต่ภาพรวมต้องลดอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะ Key Workouts สำคัญเช่น ขอด หรือ Speedworks ไม่ควรจะลงก่อน 3 สัปดาห์แรกของการกลับมา

สิ่งนี้ผู้เขียนถือว่าได้รับผิดชอบบอกเตือนพวกเราไปแล้วนะ
.
.
กฤตย์ ทองคง
19 เมษายน 2563
.
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

ความเป็นเหตุเป็นผลของความบาดเจ็บจากวิ่ง


ความเป็นเหตุเป็นผลของความบาดเจ็บจากวิ่ง
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ความบาดเจ็บจาการวิ่งมันเป็นชุดของผลลัพธ์ระหว่างพฤติกรรมวิ่งที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง ที่ผสมผสานรวมตัวกับต้นทุนเรือนร่างที่จำกัดในท่วงทำนองสะสม

ซึ่งการจะไปจัดการกับผลลัพธ์ใดๆ ต้องสาวกลับไปหาสาเหตุนั้น แต่พวกเรากลับไม่ดำเนินไปตามครรลอง ไม่สืบสาวหาอะไรเป็นต้นสาเหตุ แต่มุ่งโฟกัสรับมือกับความยุ่งยากเฉพาะหน้าเป็นคราวๆไป

เมื่อวิ่งแล้วได้รับบาดเจ็บ มีเป้าหมายทำอย่างไรให้กลับไปวิ่งได้ แต่ไม่ได้ดูว่าที่ผ่านมาตัวเองวิ่งมาอย่างไร ก็คือ วิ่งต่อไปทั้งๆบาดเจ็บนั่นแหละ
แทนที่จะดูสาเหตุแล้วแก้ที่สาเหตุคลาดเคลื่อนนั้น

นักวิ่งที่เจ็บมักมีสาเหตุใหญ่ๆหลักๆอยู่ 3 ประการ ดังนี้

1) Too Much
2) Too Fast
3) Too Soon

อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง

ในทางตรรกะ ก็ต้องไปลดปัจจัยเหล่านั้นลง แต่ในทางปฏิบัติ เราต้องให้มันหายดีเสียก่อนที่จะไปลดลง

ในสภาพที่บาดเจ็บ มันเป็นสภาพที่เลยการลดแผนฝึกลงมาแล้ว

รวมทั้งการเขยิบความสามารถของอวัยวะและกลุ่มอวัยวะให้แข็งแรงรับมืองานหนัก แต่จะทำกายภาพหรือกายบริหารให้ตรงใดแข็งแกร่งขึ้น ก็ต้องทำตนให้หายดีเสียก่อน ไม่ใช่ทำตอนยังเจ็บอยู่

การลดทอนแผนฝึก ต้องลดตั้งแต่ความเครียดล้าตั้งเค้าจากสัญญาณแรกๆ ลงถ้าความเจ็บตั้งมั่นในเรือนร่างแล้ว มันคือการ Strike back ของธรรมชาติตอบโต้ กลับมาจากการฝึกที่เลยระดับของตัวตน และเราต้องอยู่ในสภาพ "รับกรรม" ไปให้สุดทาง

เปรียบเสมือนทำผิด กฎหมาย ต้องรับฑัณฑ์ ติดคุกก่อนอื่น การดำริคิดอ่านจะทำใหม่ ต้องออกคุกเสียก่อน การวิ่งก็เป็นเช่นเดียวกัน ต้อง "หยุดวิ่ง"สถานเดียว รับกรรมให้สุดทาง

ความดำริสรุปบทเรียนเอาไว้จากประสบการณ์เป็นแนวทางต่อไปข้างหน้าต้องทำหลังจากออกคุกก่อน มันทำได้แค่นั้นเอง ไม่ใช่ยา ไม่ใช่การ Treatment ใดๆ และไม่ใช่รองเท้ารุ่นใหม่ๆด้วย

ตราบใดถ้าไม่เริ่มจากการทำความเข้าใจใหม่ๆเกี่ยวกับวิ่งและผลของมันที่มีต่อสรีระ มันจะไม่ได้แก้ไขอะไร จะวนรอบและกลับมาใหม่ ในชุดของ เจ็บ>ชะงัก(แต่ไม่หยุดจริง)>สงบลง(ไม่ได้หาย)>กลับมาซ้อมอีก Too early อย่างหักโหมทดแทนที่หายไป> กลับมาเจ็บอีกครั้ง วนเวียนเป็นวัฏจักรที่ไม่สรุปบทเรียน

พวกเราจะหลุดจากวงจรที่เลวร้ายนี้ได้อย่างไร ?.
.
.
กฤตย์ ทองคง
19 เมษายน 2563.
.
.
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่