Wednesday, June 24, 2020

ถูกสาปให้เสพติดวิ่ง

 ถูกสาปให้เสพติดวิ่ง

.
.
.
.
ทุกความบาดเจ็บ ถ้าไม่รุนแรงถึงชีวิต ร่างกายจะมีการรักษาตัวของมันเอง เป็นกลไกดำรงชีวิตที่สุดยอด
ปรับเข้ากับวิถีของความเป็นจริง ที่ความเพลี่ยงพล้ำมีอยู่ โดยปกติ ก็จะหลีกเลี่ยงกัน แต่ความเบี่ยงเบนย่อมมี อันเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกผู้
เมื่อเพลี่ยงพล้ำ ธรรมชาติมันมีกลไกเยียวยารักษาตัวเองอยู่
แต่เจ้าตัว ก็ต้องช่วยกลไกนี้ด้วย เมื่อเราบาดเจ็บแล้ว ก็ต้องหยุดวิ่งประกอบด้วย ไม่ใช่ยังวิ่งอยู่ ค่าที่ว่าการวิ่งอยู่ กลไกที่บกพร่องก็ยังต้องทำงานต่อ ทั้งๆที่ชำรุด ที่เริ่มเสียหาย ก็จะเสียหายต่อไปเรื่อยๆ เพื่อระงับ ก็ต้องหยุดงานทั้งระบบ
แม้น็อตเสียเพียงตัวเดียว เครื่องยนต์ก็ต้องหยุดทั้งหมด ทั้งๆที่ตัวอื่นสมบูรณ์ก็ตาม
ร่างกายเป็นทีมเวอร์คแบบฟุตบอลนั่นแหละ จึงจะเอาชัยมาได้
มีความจำเป็นที่ระบบทั้งหมดต้องหยุด เพื่อให้น็อตตัวนั้นเข้าที่เสียก่อน หรือเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใหม่
เมื่อร่างกายมันเปลี่ยนไม่ได้ ทั้งระบบก็ต้องรอกลไกฟื้นตัวของน็อต ไม่มีทางเลือก
แม้การรอจะทำให้ฟังก์ชั่นอื่นๆตกฟิต ได้รับผลกระทบไปด้วย ก็จำเป็น (มีครอสเทนนิ่ง ช่วยได้บ้าง)
ถึงบอกไง นักวิ่งอย่าให้เจ็บเป็นอันขาด เพราะเจ็บแล้วเรื่องยาว ประโยคปลุกใจ "บาดแผลของนักรบ" เป็นวาทกรรมของคนที่ชี้ทางให้เราไปตกเหว
แต่ถ้าในเมื่อเริ่มเจ็บไปแล้ว จะยาวก็ต้องยาว หน้าที่เราก็คือ ทำให้ที่ยาวแล้วให้ยาวแค่นั้นพอ อย่ายาวกว่านี้อีก ที่เจ็บ ให้เจ็บแค่นี้ อย่าเข้าเรื้อรัง
แต่นักวิ่งกลับไม่
ทุกการซ้อม ทำตัวแข็งทื่อ ไม่ปรับเปลี่ยนใดๆเลย เอาวินัยจากคิปโชเก้มาเป็นลัทธิแก้ ต้องวิ่งให้ถึงเป้าหมายทุกการซ้อม ดันให้บรรลุทุกจำนวนกิโลและ pace เป้าหมาย ทั้งๆที่ฝืนก็ตาม
ในการแข่งขัน เจ็บยังไม่ทันหาย สถานการณ์ชัดเจนต้องทิ้งบิบ แต่เสียดายไม่ยอมเท จะเอาเหรียญให้ได้ อุตส่าห์ลดความคาดหมายจาก New PB มาเป็น "เอาพอถึง"
ที่ยังไปไม่ถึงครึ่งทาง อาการเก่าก็กำเริบ "หยุดได้ไง" ต้องตะกายไปทั้งๆที่เจ็บ เดินสลับก็เอา แต่พฤติกรรมการเดินสลับ ก็เท่ากับยังไม่หยุดใช้งานอยู่ดี อาการก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก็หยุดไม่ได้ โขยกต่อไป ปฏิเสธการขึ้นรถทุกชนิด
ได้เหรียญแลกมากับความบาดเจ็บเรื้องรัง กว่าจะหาย แทนที่จะเป็นสองสัปดาห์ข้างหน้า กลายเป็นสองปี หลายรายได้แค่วิ่งจ็อกๆ แต่ทันทีที่เข้าโปรแกรมพัฒนา ไอ้ตัวนั้นมันโผล่มาทันที ทั้งชีวิต มันสิงสถิตย์ติดตัวไม่หายจนตาย คุ้มไหมล่ะ กับเหรียญอันเดียว
ที่เล่านี้ เป็นฉากชีวิตซ้ำซาก เก่าเหลือเกิน แค่เล่าให้ฟัง เราเองยังเบื่อหน่าย
คิดอย่างไร ถึงได้เอาความเพียรพยายามบากบั่นมาทำในสิ่งที่ไม่สมควร เอาความอุตสาหะมานะมาตีความเข้ากับความลุ่มหลงหัวดื้อ
เรื่องมันจึงเลือนลางออกจากเป้าหมายใหญ่ ไกลออกไปเข้าทุกที
"วิ่งตลอดอายุขัย".........เชอะ !!!!!
เพื่อแลกกับเหรียญเทพอันนี้ โธ่เอ๋ย อนิจจา !!!
ย้อนกลับมาเข้าเรื่องเดิม ถ้ามันหลีกเลี่ยงความบาดเจ็บไม่ได้ ระวังแล้ว ก็ยังมา เราก็ต้องทำเจ็บนั้นให้สั้นที่สุด
ด้วยการทำตัวให้เอื้อต่อการเยียวยาตนเองของธรรมชาติ คือ "หยุดวิ่งระยะหนึ่ง"
ไม่ใช่หยุดตลอดเมื่อไร ให้หายดีก่อนแล้วค่อยกลับมา จะตกฟิตบ้างก็ต้องให้เป็นไปตามนั้น เข้าแผนหลังสมบูรณ์ดี ก็ทำให้ความฟิตกลับมาเหมือนเดิมได้ กาดอกจันทน์ประโยคนี้ไว้
"ชีวิตไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า"
แต่สิ่งเหล่านี้ นักวิ่งหลายคนทำไม่ได้ หรือทำยาก
เสพติดการวิ่งเสียจนไม่ลืมหูลืมตา ตะบี้ตะบันไม่จำแนก ใดที่ร้ายแรงที่สุด เลือกเอาสิ่งนั้น
สิ่งที่ดันทุรังนั้น แทนที่จะช่วยวิ่งกลับกลายเป็นอุปสรรควิ่งเสียอีก
ความพยายามรักษาการวิ่งเอาไว้ เท่ากับเป็นการทำให้วิ่งห่างตัวออกไปเรื่อยๆ
คนอ่านผมบ่อยๆ จะคุ้นเคยกับที่ผมเอ่ยเรื่องบาดเจ็บจากวิ่งตลอด ก็เพราะมันเกิดขึ้นบ่อยมาก และไม่ใช่เกิดขึ้นเอง แต่เกิดจากทำตัวเองอยู่เรื่อยๆ เห็นตำตาอยู่ทุกวันเป็นปีๆ ของสมาชิกประชาคมวิ่ง
หลายคนรู้ทั้งรู้ แต่อดใจหยุดพักวิ่งไม่ได้ !!!
ลงถ้าเป็นการลุ่มหลงถึงขนาดนี้แล้ว ใครจะช่วยได้เล่า ?
ถ้าเราทำให้หายจากเจ็บตรงๆไม่ได้ แต่เราต้องทำตัวให้ช่วยกลไก Healing ทางอ้อมได้ ก็ต้องทำ
.
.
กฤตย์ ทองคง
24 มิถุยายน 2563
.