Monday, January 6, 2020

หลังงานกรำศึก100k อย่ารีบกลับเข้าแผนฝึกกระชั้นชิดเกินไป


หลังงานกรำศึก100k
อย่ารีบกลับเข้าแผนฝึกกระชั้นชิดเกินไป
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
หลังงานวิ่ง 100k ได้มีโอกาสให้คำปรึกษากับนักวิ่งท่านหนึ่ง เตือนถึงการทำตัวหลังฝึกอย่ารีบเปิดแนวปะทะกับสนามอื่นๆในระยะนี้ รวมทั้งการกลับไปซ้อมด้วย

ประสบการณ์ที่ผู้เขียนพบมา ไม่พบว่าทหารผ่านศึก 100k จะกลับมาอย่างเรือนร่างเดิมทุกคน บางคนจ๋อยลง บางคนหายหน้าจากวงการ โดยเฉพาะรายที่เรือนร่างไม่เหนียวพอและได้ผลงานนี้น่าพอใจ มันบอกว่า เรือนร่างช้ำหนักภายใน ปริ่มขอบบาดเจ็บถ้ากลับมาซ้อม too early

ใจเย็นๆ อย่ารีบ มองอะไรยาวๆ คิดถึงมิติอะไรข้างหน้ามากๆ ทำอย่างไรที่เราจะยังวิ่งได้ตลอดอายุขัยต่างหาก คือแนวรบตัวจริงที่เราเผชิญหน้าต่างหาก ไม่ใช่แม้แต่สนามใดๆด้วยซ้ำ

ต่อไปนี้ คือคำแนะนำที่ผู้เขียนให้ไว้กับ Sak Matee ดังนี้ ขอให้พวกขา100 นำไปประยุกต์กับตัวเธอด้วยทุกคน...........

Sak อย่าเร่งรีบกลับเข้าสนามซ้อมกระชั้นชิดเกินไป
เพราะกระบวนการซ่อมสร้างร่างกายที่ชำรุดในการ
กรำศึก100 มันหนักหนาและใช้เวลานานมากกว่าที่เราคิด

เอาคำแนะนำ Reverse taper คืนความสดกับมาราธอน42 ก่อนกลับไปซ้อมปกติดังนี้ เราเอาไปแอพพลายได้ (ไม่มีน้อยกว่านี้แน่นอน)

72 ชั่วโมงแรกหลังเข้าเส้นชัยมา ร่างกายฟื้นตัวแล้ว 70% แต่ 30% ที่เหลือนี่คือตัวแสบกว่าที่มันจะทยอย Recovery ให้กลับมาเท่าเทียมเท่าเดิมก่อนลงแข่ง ต้องนาน ถึง 30 วันเลยทีเดียว

และการกลับเข้าไปวิ่งในช่วง 30% หลังนี่เอง คือการไปรบกวนการซ่อมสร้าง ที่จะส่งผลชะงักงันในการฝึกพัฒนาต่อไปให้ร่างกายมีอัตราซึมซับการฝึกแผนฝึกช้าและน้อยลง

แนวปฏิบัติ ไม่ต้องหยุดสนิท แต่ทยอยเลียปริมาณกิโลเมตรกลับเข้ามาอย่างช้าในรอบ 30 วัน

สัปดาห์แรก ควรหยุดสนิท
สัปดาห์ที่สอง ควรกลับเข้ามาซ้อมเพียง 25% ของระยะทางสะสม WM เดิม
สัปดาห์ที่สาม 50%
สัปดาห์ที่สี่ 75%
สัปดาห์ที่ห้า 100%

ส่วน SW (Speedworks) ถ้ามี
ไม่กลับเข้ามาก่อนในสัปดาห์ที่สี่
(ถึงกลับมาก็ยังมีปริมาณทยอยเข้า
อย่าเข้ามาเท่าเดิม)

สิ่งนี้นำเอาไปประยุกต์เข้ากับศึก100 ที่ผ่านมาได้

ย้ำ...ไม่มีความจำเป็นต้องรีบกลับเข้ามาซ้อมมากเท่ากับควรระวังให้การกลับไป ร่างกายมีความสมบูรณ์ พร้อมรับการฝึกได้จริงๆ ตรงนี้สำคัญกว่ามากๆ

การตกฟิตจาก Reverse taper มีแน่ แม้กระทั่ง EK
ที่เสร็จภารกิจ 1:59 เขาก็เจียมตัวอย่างยิ่ง ไม่มีการถะโหล่ใดๆออกไปในช่วง หนึ่งเดือนหลัง 1:59 ใดๆเลย

การทยอยกลับนำกิโลเมตรเข้ามาอย่างช้าๆ
จะนำความฟิตกลับมาด้วยอย่างอัตโนมัติ
อย่าไปหมกมุ่นกับความรู้สึกกลัวการตกฟิตจากแผน Reverse taper จนเราได้รับผลฟื้นตัวไม่เท่าเดิมตลอดกาล อย่างที่อุลตร้าหลายรายเจอมา
.
.
กฤตย์ ทองคง
6 มกราคม 2563
.
ถ้าไม่เขียนกำกับไว้ตอนนี้
หลายคนกำลังวางแผนวันไหนดีที่จะกลับไปซ้อมและจะสมัครไปงานไหนต่ออีก
.
งาน 100k ไม่ใช่ขี้ๆนะ.....
ผลกระทบที่มันกระทำต่อเรือนร่างจะสูงยิ่ง
ไม่ควรลงถ้าเป็นแค่นักวิ่งธรรมดา
ต้องเป็น Extreme runners เท่านั้น
.
ด้านหนึ่งเราต้องบรรลุเป้าหมายวิ่งงานนี้
อีกด้านหนึ่ง เราต้องปลอดภัยไม่บาดเจ็บและพัฒนาได้ในกระแสการวิ่งต่อไปข้างหน้า
และทรงสภาพวิ่งได้ตลอดอายุด้วย
อย่าฝักใฝ่เพียงเป้าหมายเดียวเฉพาะหน้าจนลืมภาพใหญ่


[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

ไม่มีใครที่จะมีเหรียญวิ่งเพียงอันเดียว

ไม่มีใครที่จะมีเหรียญวิ่งเพียงอันเดียว
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ผมคิดว่าคนติดวิ่ง และสามารถวิ่งไปได้เรื่อยๆหลายๆปีเป็นเพราะเหรียญวิ่งอันแรกนั่นเอง และอีกอัน อีกอัน ก็จะตามมาเรื่อยๆ ไม่ใช่ติดใจที่วิ่งเฉยๆ หรือประโยชน์จากวิ่งตรงๆ อย่างที่พวกเราเคยคิดกัน

แต่อาจจะมีบางรายที่วิ่งอยู่กับบ้าน ไม่เคยไปสนามวิ่งเช้าวันอาทิตย์เลย แต่ก็วิ่งอยู่เป็นประจำ พวกเขาเหล่านี้ก็จะไม่มีแม้แต่เหรียญสักอันเดียว

พวกนี้จะมีวัฒนธรรมการวิ่งที่แตกต่างออกไป ไม่เหมือนผู้ที่เคยไปสนาม ไม่เหมือนตั้งแต่เครื่องแต่งกายวิ่ง ไปจนถึงวิธีคิด ต่อการวิ่ง ไม่ได้มีการสื่อสารถ่ายทอดกันอย่างจริงๆจังๆระหว่างกัน พวกเขาจะไม่มีโปรแกรมวิ่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน เหมือนกันทุกครั้งที่วิ่ง

เป็นคนละกลุ่มกัน ที่แตกต่างจากนักวิ่งไปงานเช้าวันอาทิตย์

พวกเขาถ้าจะมีกลุ่ม ก็จะเป็นกลุ่มย่อยๆ เป็น Non formal group แทบไม่เห็นเป็นชมรมใดๆมากกว่าคบกันเฉพาะราย

เท่าที่เคยคุยกับพวกเราหลายราย ยอมรับว่ามาเริ่มวิ่งกันจริงๆจังๆเมื่อเขาติดวิ่งแล้ว จากการได้เหรียญอันแรก เมื่อถูกถามเจาะ มักจะให้คำตอบไปในทิศทางที่เห็นด้วยต่อบทบาทแรงดึงดูดของเหรียญอันแรกที่มีต่อชีวิตวิ่งมากกว่าเหตุผลที่เป็นวิทยาศาสตร์ใดๆ

สเต็ปต่อไป ถ้าฝีเท้าพัฒนาขึ้น บังเอิญแจ้งเกิดเพราะตัวมาหรือมาไม่ครบตำแหน่ง จัดวิ่งชนกันมากๆ พอเริ่มได้ถ้วยใบแรก ทีนี้แหละ มันมากเลย ยิ่งกระหายเป็นทวีคูณ

ส่วนใครจะลงสนามแข่งจนกลายเป็นเข้าร่วมมากน้อยขนาดไหน เป็นเรื่องของแต่ละคน แต่ไม่มีเสียหล่ะที่จะหยุดอยู่เพียงเหรียญอันแรกอันเดียว

ผู้เขียนจึงบอกว่า ไม่มีนักวิ่งใดที่มีเพียงเหรียญวิ่งเหรียญเดียว เดี๋ยวอีกอันก็มา แล้วทีนี้ ก็ไปเรื่อยๆ จนล้นราวแขวน ถ้วยล้นตู้ บริจาคออกไปก็แล้ว มันดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

ไม่ทราบเหมือนกันว่า ปรากฏการณ์บ้าเหรียญบ้าถ้วย จะเกิดในสังคมฝรั่งหรือไม่ พวกเขาบ้าวิ่งเหมือนพวกเราหรือเปล่า?
.
.
กฤตย์ ทองคง

6 มกราคม 2563

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่