จะฝึกเองก็ไม่รู้ว่าจะฝึกอะไร
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
แนวปฏิบัตินำไปฝึกวิ่ง ไม่ได้มีทางเดียว หนทางมีมากมาย ว่าแต่ว่าทางใดจะออกผลกับตัวเรามากที่สุด
ในชั้นแรกที่ผู้เขียนอ่านงานจากนักวิ่งรุ่นพี่ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- Hal Higdon
- Joe Henderson
- George Sheehan
- Jeff Galloway
ฯลฯ
ลุงใช้วิธีอ่านไปก่อน เจอแนวทางใครพ้องๆกัน คล้ายๆกัน ติ๊กถูกไว้ก่อน จดเข้าลิสต์หมายตา ถ้าเจอแนวทางใครแปลกออกไป ไม่ค่อยซ้ำใคร ก็จะยังไม่เอาเข้ามา
ไม่ได้หมายความว่าคำแนะนำนั้นผิดนะ แต่ในท่ามกลางคำแนะนำมากมายที่ต้องตัดออกบ้าง เราขอเลือกเอาแนวทางที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด หรือไม่เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย อยู่ในคิวแรกๆ เอามาเป็นแนวทางคร่าวๆไว้ก่อน โดยเชื่อว่า สิ่งที่โค้ชเห็นพ้องกันหลายคนมีแนวโน้ถูกต้องแน่ๆมากกว่า
เช่นการวอร์ม การยืดเส้น การคูลดาวน์ ที่เป็นแนวทางที่ต้องนำมาปฏิบัติก่อนวิ่งทุกโค้ช ทุกสกุลความคิด ทุกสำนัก อย่างไม่เห็นใครยกเว้นเลย
ในบรรดาเกจิมากมาย หาได้มีใครแตกแถวออกมา
บอกว่า วอร์ม+คูล+ยืด ไม่มีความสำคัญเลย แม้แต่รายเดียว
ผู้เขียนจะเลือกคำแนะนำที่เข้าลักษณะนี้
นำมาเข้าลิสต์ในทันที หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เอาหลักการนั้นไปประยุต์กับปฏิบัติการซ้อมในแง่มุมอื่นๆด้วย
นี่คือหนทางที่กฤตย์ เติบโตมา ถามว่าในนักวิ่งรุ่นพี่เหล่านั้น ไม่มีคนไทยเลยหรือ ? คงมีแหละครับ แต่ผู้เขียนไม่สบโอกาสและจังหวะเหมาะไปตามหาตัว และเจาะเอาความชำชาญพี่เขาออกมา
ยุคที่ผู้เขียนเข้าวงการวิ่งมาตอนนั้นมีนักวิ่งไทยที่เป็น Running instructor น้อยมาก ไม่มีเลยมั้ง
ความรู้ฝึกเกือบทั้งหมดเป็นการ "บอกต่อ" ในรูปวาจาในเงื่อนไขมอบตัวเป็นศิษย์วิ่งเป็นรายๆ แต่ที่จะเขียนออกเผยแพร่มีความจำกัดเอามากๆ
สิ่งที่ผู้เขียนนำมาเป็นเครื่องมือเข้าถึงองค์ความรู้ คือการอ่านแมกกาซีนวิ่งต่างประเทศ ประกอบสามัญสำนึก หาได้ใช้ตัวความรู้วิทยาศาสตร์การกีฬาใดๆไม่ เพราะเราไม่รู้ใดๆเอาเลย
ผู้เขียนจึงเชื่อว่า ด้วยวิธีนี้พวกเราในฐานะนักวิ่งเช้าวันอาทิตย์ ที่วิ่งเอง ไม่มีโค้ช ก็น่าจะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้วยตนเองได้แน่นอน
ิ่ปัจจุบันมีแหล่งให้ค้นคว้าโดยง่ายทั้ง วิกิ ทั้งเฟซ มี Running instructor เต็มเมือง ไม่ได้แห้งแล้งอัตคัดความรู้แบบสมัยเก่าๆแล้ว
แนะนำให้อ่านให้หมด งานของใครที่แนะหนทางไปกี่แนว เชื่อไว้ก่อน จนกว่าจะเริ่มสงสัยเพิ่ม
ส่วนแนวทางของใครที่แหวกออกมามากกว่าเจ้าอื่น ก็ค่อยเอาไว้ศึกษาในรายละเอียดในโอกาสต่อไป อย่าเพิ่งว่าเขาผิด ต้องมีบุคลิคน้อมใจศึกษา
แม้แต่แนวทางของใครที่ว่าดี ที่เรานึกนิยม ก็อย่าเพิ่งปลื้มนัก ตัวเราผู้รับสาร อาจไม่ค่อยได้ผลก็ได้ แต่รายอื่นเขาไปลิ่ว ความแตกต่างระหว่างบุคคลศึกษาลงไปจะมีมากมาย
บังเอิญจริตมันตรงกัน มีแนวโน้มของการพัฒนาหรืออะไรมันตรงกัน ก็จะออกผลดี Individual differences ออกผลมากๆ ต้องให้พื้นที่ตรงนี้พินิจประกอบมากๆด้วย
1) ถ้าเราเป็นแนวหน้าแล้ว มีอันดับสนามแข่งบ้างเป็นระยะๆ ปรารถนาพัฒนาต่อ ต้องหาโค้ชตัวเป็นๆ ก็ว่าไป ตรงนี้ จำเป็นแระ
2) ถ้่ายังไม่ถึงตรงนี้ แค่รักพัฒนา ต้องการไปให้ถึงที่สุดของการพัฒนาว่าศักยภาพสูงที่สุดที่เอื้อมถึงของเราอยู่ตรงไหน เพื่อชีวิตที่ไพบูลย์ ไม่บาดเจ็บ ติดอันดับได้ก็ดี หลุดก็ไม่เป็นไร คงไม่ต้องไปหาโค้ชหรอก ค่าใช้จ่ายมันมี แล้วก็ไม่น้อยทีเดียว
ยืนยันว่า ด้วยวิธีการอ่านและใช้สามัญสำนึกประกอบ เราย่อมเข้าถึงศาสตร์วิ่งระยะไกลได้แน่ จนสามารถเอาตัวรอดได้ ไม่บาดเจ็บพร่ำเพรื่อ แบบที่ผู้เขียนเติบโตมา
เช่นเดียวกับกฎพื้นฐานการฝึกใดๆ อย่าเร่งรัดการเรียนรู้ อย่ากระหายเพื่อรู้ฮวบฮาบในเวลาสั้นๆ ใช้พรรษาวิ่งที่มีทั้งชีวิตทยอยเก็บซับบทเรียนไปทีละบท ทีละเรื่อง
จดจำให้ดี จำไม่ได้ก็จดช่วย ที่รู้แล้วที่เห็นตัวอย่างคนอื่นทำแล้วเขาเจออะไรในระยะยาว ก็อย่าทำผิดซ้ำซ้อน การวิ่งมีบทเรียนเสมอทั้งการวิ่งแข่งผ่านไปแต่ละสนาม และในการซ้อมทุกวัน อยู่ที่ผู้วิ่งเก็บบทเรียนหรือเพิกเฉยเท่านั้นเอง
เอาใจช่วยให้พวกเราฝึกเองสำเร็จครับ
"Whatever works, for you is what you've got to do. If someone had the book on running, everyone would be , reading it , but I don't think it's been written yet."
Jarod Neas
2:16 MARATHONER