Thursday, September 3, 2020

สิ่งที่ผมคิดต่างจากโค้ชวิ่งท่านอื่น

 สิ่งที่ผมคิดต่างจากโค้ชวิ่งท่านอื่น

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง

.

.

เรื่องนี้ ผมไตร่ตรองมานาน  ก็ไม่เห็นพ้องกับผู้กำกับการฝึกท่านอื่นสักที  สมควรที่มาให้คำอธิบายถึงเหตุผลที่ผมคิดต่าง ในเรื่อง การจ็อกคลายเส้นในขณะที่ผู้วิ่งบาดเจ็บในฐานะ Active recovery  ดังนี้

และข้อนี้คือจุดที่แนวทางกฤตย์ ค่อนข้างแตกต่างจากโค้ชท่านอื่นที่นักวิ่งในระดับของพวกเราควรตระหนักให้ดีในการพิจารณาบทความผมต่างๆเอาไปประยุกต์กับตัวของคุณ

เพราะช่วยไม่ได้  ที่ผมมีประสบการณ์เจอมาแบบนี้  ผมก็ต้องซื่อสัตย์ต่อ สิ่งที่ผมพบมา และทำมาแล้วได้ผลดีอย่างไรก็บอกไปเช่นนั้น

โค้ชอื่นค้านผมว่า  การจ็อกคลายเส้นเมื่อบาดเจ็บ เป็นแนวทางเหมาะสมกว่าการหยุดที่ผมมักจะแนะนำเสมอๆ

ซึ่งตัวไอเดียที่อธิบายว่าการกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนนำโปรตีนไปเยียวยาที่บาดเจ็บนั้น  ถูกต้องและเหมาะสมอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่ใครเล่าจะไปนั่งกำกับให้การจ็อกคลายเส้นนั้นให้เป็นการจ็อกจริงๆ  ในความเป็นจริงๆแล้ว  ไปสังเกตการณ์พื้นที่ซ้อมได้เลยเด็กหลายคนเตลิดเหมือนควายเข้าทุ่ง  อัดตามเพื่อนๆ ทันที่ทีไฟเขียวอนุญาตให้วิ่งได้

นักวิ่งเช้าวันอาทิตย์เป็นผู้ฝึกที่อ่อนวินัยเอามากๆที่สุดในนักวิ่งทั้งหมด  มีลักษณะที่เอาแต่ใจตัวเอง  เป็นพวกที่มีลักษณะวิพากย์วิจารณ์สูง แต่กลับอ่อนวินัยที่สุด อย่างน่าตกใจ

ที่กำหนดให้จ็อกคลายเส้นนั้น  เขาไม่ใช่ให้อัดตามอยาก  ไม่ใช่แม้กระทั่งการฝึกตามปกติ  แต่ต้องควบคุม  ที่มีเด็กคนไหนบ้างที่สังวรประการนี้

เขาบอกให้จ็อก  ไม่่ใช่เตลิดแบบนั้น  เขาให้ไปเบา ไปช้า  ไปสั้น  แต่ไม่มีใครกำกับคนวิ่ง  จบ Session ด้วยความสะใจพร้อมกับความขัดเคืองที่เพิ่มองศาขึ้นกลับเจ็บใหม่

สิ่งที่โค้ชคิด เป็นคนละอย่างกับที่เด็กๆทำ

โค้ชกฤตย์มองตาเด็กก็ปรุโปร่งลงไปถึงระดับความแค้นกระหายวิ่งที่ดิ้นทุรนอยู่ในจิตวิญญาณของคนที่อ่อนการควบคุมตัวเอง

ในขณะที่การกระตุ้นให้หมุนเวียนด้วยการใช้งานเบาๆนั้น  ก็ทำอยู่ในกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว  ตั้งแต่ตื่น  เดินไปเดินมา  ลุกๆนั่งๆ  เป็นการกระตุ้นหมุนเวียนอัตโนมัติ  แทบไม่มีเด็กคนไหนต้องนั่งรถเข็นจนนิ่งสนิท  จนต้องออกมากระตุ้น

แบบนั้น มันมาจากแชมป์  เช่น พี่น้องตระกูลวิลเลี่ยมส์บาดเจ็บ  โค้ชกำกับให้เข้าเฝือกแขน ทั้งๆที่เคลื่อนไหวได้บ้าง  ถ้าเป็นชาวบ้านก็ไม่ต้องเข้าเฝือก  แต่เพราะต้องการกลับเข้าสนามให้เร็วที่สุด  เพราะมันมีความสัมพันธ์กับการชวดค่าสปอนเซอร์หลายล้านเหรียญ  จึงต้องหายเร็ว  จึงหยุดสนิท  (เฝืิอก)

และเพราะหยุดสนิท จึงต้อง Active recovery  เรื่องมันจึงตามกันมาเป็นชั้นๆ

วิลเลี่ยมส์ ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวบ้างจากกิจวัตรประจำวัน  แต่ต้องเฝือกที่นิ่งสนิท  สุ่มเสี่ยงภาวะเส้นยึด

นักวิ่งเช้าวันอาทิตย์ไม่ได้เน้นกันที่บังคับให้กลับเข้าสนามให้เร็วที่สุดแบบแชมป์  ไม่มีเดิมพันเป็นล้าน  จะหยุดนานหรือกลับเข้าไปเร็วขึ้นก็ไม่ได้แตกต่างกันกี่มากน้อย มันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น

ภัยที่สำคัญของผู้วิ่งระดับนี้กลับเป็นความทนกระหายวิ่งจัด   จนตัวเองควบคุมไม่ได้  กลับไปวิ่ง Too early  เข้าโหมดเรื้อรังโดยใช่เหตุ  นี้ต่างหากที่เป็นภัยคุกคามพวกเขาของจริง

โดยตัวไอเดีย  ถูกแล้วที่ต้อง Active recovery

แต่ติดขัดที่การนำเอาไปใช้ในระดับปฏิบัติการจากผู้อ่อนการควบคุม  ย่อมต้องมีการคำนึงเป็นพิเศษ

หาใช่การใช้แต่ทฤษฎีล้วนๆนำหน้า

แต่ตัวกำหนดที่เหมาะสมต้องถูกกำหนดเป็นรายๆจากในแต่ละพื้นที่  ผู้วิ่งที่อ่านความข้อนี้แล้ว  ถ้าท่านมีระดับความตระหนักความหมายของ Active recovery ชัดเจนแล้ว  และคิดว่าท่านสามารถกำกับตัวเองวิ่งให้ไปพ้นจาก  "ควายเตลิดทุ่ง" ได้  และจ็อกคลายเส้นได้อย่างปลอดภัยแล้ว  ก็เอาเลยครับ.....

แท้จริง  เราเห็นด้วยในหลักการ  เพียงแต่การปฏบัติ มันอาจจะแตกต่างออกไป

จึงเรียนมายังแฟนคลับทุกท่านรับทราบ

.

.

กฤตย์  ทองคง

3  กันยายน  2563

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่