หัวเข่า
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง,.
.
.
ขึ้นหัวเรื่องแบบนี้
ฟังเหมือนว่าผู้เขียนจะเขียนแบบแพทย์ ชี้แจงความบาดเจ็บหัวเข่า
ผมจะไม่เขียนแบบนั้นแน่ครับ แต่จะเขียนจากมุมมองของนักวิ่งคนหนึ่ง
ที่เข่าดีมาตลอดทั้งๆวิ่งในภาวะสูงวัย
บ่อยครั้งมาก
ที่ได้ยินคนนอกวงการวิ่งกล่าวถึงการวิ่งว่าเป็นอันตรายต่อหัวเข่า อย่างรู้ไม่จริง
อย่างเหมาหมดว่า คนวิ่งทุกราย เข่าจะพังในที่สุด
เพราะการวิ่งเป็นชนิดกีฬาที่ทำลายเข่า แบบนี้คุ้นหูบ้างไหม ฟังมาเยอะ
คนเราจะเข่าไม่ดี
ถ้าไม่ได้เกิดจากพยาธิสภาพภายใน แต่ภายนอก ย่อมเกิดจากสาเหตุหลักๆอยู่สองอย่าง
คือใช้เข่าน้อยเกินไปกับใช้เข่ามากเกินไป
(Underuse
กับ Overuse) เกินพอดีเกินเหมาะสมกันไปคนละทาง
คนที่มักไม่ออกกำลัง
มักจะนั่งแช่นาน ไม่ว่าเกิดจากความจำเป็นทางอาชีพ หรือเพราะอะไรก็ตาม
ความพยายามใช้เข่าให้น้อยลง จึงเป็นการแก้ไขรับมือที่ผิดทิศผิดทาง
ยิ่งพยายามใช้เข่าให้น้อยลง เข่าจะยิ่งเสื่อมเร็ว อย่าเข้าใจสะบัดกลับนะว่า
ถ้าอย่างนั้นใช้ให้มากๆกระนั้นหรือ!!!
เมื่อยิ่งใช้น้อย
ธรรมชาติบอกกับเราว่า ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันแข็งแรงเกินจำเป็นเสียแล้ว
ถ้าไม่ใช้อะไรเลย จะแข็งแรงไปทำไม
มันคือรูปแบบหนึ่งของการปรับตัวเข้าสู่สมดุลธรรมชาตินั่นเอง
เหตุผลที่เข่าไม่ดีในสูงอายุ
มักจะถูกนำมากล่าวอ้าง
อธิบายความบกพร่องว่าเป็นความปกติธรรมชาติ
"คนมันแก่ ก็เข่าไม่ดีทั้งนั้นแหละ"
แม้โดยสภาพความเคลื่อนคล้อยจากธรรมชาติ
มันอาจจะเป็นเช่นนั้นก็จริง
แต่คำกล่าวนี้ถูกนำมาอ้างโดยผู้ที่ยังสามารถออกกำลังกายได้ แต่ไม่ยอมออกมากกว่า
เอาความเป็นธรรมชาติมาเป็นข้อแก้ตัว
.
.
แต่ก่อนคนเรามีปัญหาเข่าไม่ดกดื่นเท่าคนยุคปัจจุบัน
ตราบเท่าที่ย่างเข้าร่วมสมัย มีเครื่องทุ่นแรงมากมายมาเป็นตัวช่วย
ประโยชน์ที่เราควรพลอยได้จากการใช้แรงกายก็พลอยสูญไปด้วย เรื่องเข่า
จึงเป็นเรื่องที่ตามมาจากการสิ้นไปของการใช้งาน
จะว่าไป
เรือนร่างมนุษย์ถูกสร้างมาให้เหมาะสมกับสังคมอดีตมากกว่าปัจจุบัน
เมื่อสังคมตักน้ำผ่าฟืน
เดินไกล พึ่งตนเอง สิ้นลงแล้ว จึงไม่ผิดนักหากจะกล่าวกันว่า
"มนุษย์ยังไม่ประสบความสำเร็จในการรังสรรค์สังคมและเทคโนโลยี(ที่จะถูกออกแบบขึ้นมา)ให้เข้ากับธรรมชาติและตัวความเป็นมนุษย์เองต่างหาก"
.
สำหรับผู้ที่มีพลานามัยปกติ
คนเราน่าจะสามารถ้งานเข่าได้ตลอดอายุขัย แม้ว่าจะได้น้อยลง เบาลง ตามวัยตามส่วน
แต่เขาย่อมสามารถทำได้
ผ่านการพักผ่อน
ผ่านการกินอยู่หลับนอนที่พอดี มนุษย์เราก็จะกลับมาแข็งแรงอีก และใช้งานเหมือนเก่าได้แน่
ความที่ยุคสมัยเราเป็นยุคสมัยที่มีแนวโน้มผู้คนขาดการออกกำลังกายเป็นกระแสหลักเสียแล้ว
จึงทำให้หลายสายตา พินิจว่า เข่าไม่ดีในคนแก่ คือความปกติ ทั้งๆที่ไม่ใช่
เข่าคนแก่ ก็ใช้ได้ในภารกิจคนแก่ ไม่ใช่คนแก่ที่หักโหมเพื่อจะเอาถ้วยรางวัล
.
เมื่อกล่าวถึงเข่าที่เป็นต้นเรื่อง
ชนิดกีฬาที่ช่วยให้เข่ากลับแข็งแรงอันดับต้นๆก็คือ การวิ่งนั่นเอง
ใช่ครับ
ตัว"แรงกระแทก"นั่นแหละ แต่เป็นแรงกระแทกที่ถูกควบคุม แรงกระแทกที่พอดี
ที่การพักฟื้นกินอยู่หลับนอน ตามธรรมชาติ จะทำให้ฟื้นตัว
(ไม่ใช่แรงกระแทกที่หักโหม)
กีฬาวิ่ง
ในทัศนะผู้เขียน จึงไม่ใช่ชนิดกีฬาที่ผู่มุ่งหวังเข่าแข็งแรงพึงหลีกเลี่ยง
กลับกันกับกระแสหลักที่เขามองกัน
ปัจจุบันมีความเข้าใขผิดที่แพร่หลายไปว่า
การวิ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อเข่าไปเสียแล้ว
การที่พระเอกกลายเป็นผู้ร้ายไปได้
ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่เพราะพวกเราเองนี่แหละ "นักวิ่ง"
ที่เป็นตัวอย่างที่คนนอกนำมายกตัวอย่างว่า "เดี้ยง"
เพราะ"วิ่่ง"
นี่เอง
"เราว่งกันในท่วงท่าอย่างไร" ถึงทำให้ีนนอกเข้าใจไปแบบนั้น
.
เมื่อเรานักวิ่งเจ็บ
ไม่ว่าจะเข่าหรืออย่างอื่น เราโทษไปหมด โทษรองเท้า โทษแผนฝึกที่โหดไป โทษท่าวิ่ง
โทษสนามแข่ง โทษไปหมดยกเว้นโทษตัวเอง
วิ่งกันไม่บันยะบันยัง
ปรากฏการณ์เจ็บจึงแพร่หลายให้คนเขาเอาพวกเราไปยกตัวอย่าง "เดี้ยง"
เพราะวิ่ง
แต่ที่วิ่งแล้วเข่าดี
เข่าแข็งแรงขึ้น ไม่เห็นใครยกตัวอย่างกันบ้าง
พวกเราพอเจ็บแล้วหยุดไปแค่สองสามวัน
ยังไม่ทันจะหายดี พอแค่ทุเลาก็กลับมาวิ่ต่อ
จึงเรื้อรังเป็นขี้ปากให้คนนอกเขาวิจารณ์
คนในแท้ๆ
แทนที่จะเป็นตัวอย่างของชุมชนพลานามัย ของคนที่มีเข่าแข็งแรง
จึงกลายเป็นตัวอย่างของความคิดฝั่ง "จงอย่าไปวิ่ง"
เพราะเดี๋ยวจะเป็นแบบนั้นบ้าง
.
จะวิ่งแล้วให้ออกผลเป็นอย่างไรก็ได้
วิ่งแล้วให้แข็งแรงก็ได้
วิ่งแล้วสุขภาพดีก็ได้ หรือวิ่งแล้วให้เดี้ยงก็ยังมี
อยู่ที่เราเลือกที่จะเผชิญหน้ากับการวิ่งอย่างไร
เหมือนกับชีวิตที่โหดร้าย
จะมีผลต่อผู้คน ให้แข็งแกร่งขึ้นก็ได้ หรือทำลายคนลงก็มาก ถึงบอกไง อยู่ที่เราเลือกเผชิญกับมันอย่างไร
"The
miles can build you up or the miles can wear you down,
it's
all about how you approach it.
Josh
Cox
Elite
Marathoner
.
เอาละ
เมื่อเข่าเจ็บไปแล้ว เราจะไปวิ่งได้อย่างไร ก็ต้องหยุดไป คนเราจะวิ่งได้
ก็ต้องมีเข่าและส่วนจำเป็นต่างๆที่สมบูรณ์ดี
ไม่บาดเจ็บรองรับแรงกระแทกระดับหนึ่งใช่หรือไม่
มันจึงกลายะป็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมาว่าระหว่างการออกกำลังก่อน
เข่าค่อยดี หรือเข่าต้องดีก่อน ถึงจะออกกำลังได้ ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน
.
คำเฉลย...ในทางปฏิบัติ
เราควรใช้เข่าเพื่อให้ร่างกายได้ใช้การอยู่
อย่ารอจนเข่าสิ้นสภาพก่อนแล้วค่อยดำริมาออกกำลัง เพราะฟื้นไม่ทัน
ยิ่งการร้าวลึกจากการใช้งานวิ่งเยอะ
มันพังไปมาก ยิ่งฟื้นยาก ระวังอย่าให้ภาวะนี้เกิดกับตัวเอง
เมื่อพินิจจากมุมนี้
ภาวะเข่าจึงเป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญหน้าทั้งนักวิ่งและไม่วิ่งทั้งหลาย
หากเป็นเช่นนั้น
มันจะนำพาอย่างอื่นเสื่อมไปด้วย เช่นเข่าเสีย เลยไม่ได้ออกกำลังกาย
กล้ามเนื้อก็พลอยฟีบไปด้วยเพราะไม่ได้วิ่ง
เมื่อปล่อยปละละเลยให้พังก่อน
แล้วค่อยดำริซ่อมแซม แทนที่จะรีบดูแลบำรุงตั้งแต่ตอนยังดี
ให้มันรับใช้เราได้ตลอดไป
.
ผู้เขียนพินิจว่า
ภาวะสิ้นไร้เข่าที่ดี ไม่มีเข่าที่สมบูรณ์ให้เป็นฐานออกกกำลัง
เมื่อได้เพิกเฉยละเลย โทษภัยยิ่งหนักจากดินพอกหางหมู จะยิ่งดำเนินไปอย่างสะสม
ผู้ซึ่งสิ้นไร้สภาพยึดกุมการออกกำลัง
ทำให้พลานามัยอื่นรอบๆพลอยย่ำแย่ไปด้วย เป็นตัวอย่างให้คนเข่าที่ยังดีได้สังวร
เตือนตัวเอง อย่าเป็นอย่างเขา ตัวอย่างมีอยู่เต็มเมือง
ใครที่เข่ายังเดินได้
ควรมีภาวะฉุกคิด คนเราเลือกได้ทั้งนั้น ที่จะจบแบบไหม
.
แม้ว่ามนุษย์จะก้าวหน้ามากขึ้น
ไปคิดค้น ไปสรรหาเคมีภัณฑ์ ไปสังเคราะห์มาช่วยกัน ก็นับว่าดีอยู่
แต่ที่จะคาดหวังว่าให้บทบาทของกลูโคซามีนมาทดแทนการออกกำลังกาย(ที่เหมาะสม)
นั้นอย่างพึงหวัง
ณ
ชั่วโมงนี้ ยังไม่มีใครทำได้เท่าเทียม แค่ค่อยยังชั่ว พอใช้งานได้ พอหายทรมาน
พอประคับประคองยืดเวลาที่ผิดปกติออกไปเท่านั้น
สุดท้าย
ถ้าไม่เปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิตออกกำลังกาย มันก็เท่านั้นแหละ
การออกกำลัง
ควรออกตั้งแต่ยังมีแรงให้ออก เมื่อรอจนสิ้นสภาพแล้ว
จะเอาแรงที่ไหนเป็นเชื้อมูลสร้างเข่าให้พัฒนา
.
จงเขียนประโยคเหล่านี้ไว้หัวนอน
"ยามแก่ตัว ไม่มีอะไรจะเลิศไปกว่า
อยากกินอะไรได้กิน
อยากไปไหนได้ไป
อย่าทำอะไรได้ทำ"
อุตส่าสรรหา
ตะหาย สะสม อดออม ได้มาเยอะแยะ สุดท้ายหมอห้ามกิน ตะกายไปเที่ยวไม่ได้
ภูกระดึงขึ้นไม่ไหว อยากจะทำอะไร ก็ไม่มีแรง
ถ้าเป็นแบบนี้
คิดกันบ้างหรือไม่ว่า แล้วงี้เกิดมาทำไม? จงดำเนินชีวิตต่อไป
อย่าให้ล้มเหลวอย่างที่ผ่านมา
.
หนุ่มเอยสาวเอย
พอมีวัย วาระมันจะเปลี่ยนไปหมด เงินทอง สถานะ ตำแหน่ง ล้วนมายา
ของพวกนั้นจะพ้นวาระไป และมันมาถึงเร็วเสียด้วย
วาระที่เหลือคือวาระสุขภาพต้องถูกยกเป็นวาระแห่งชาติ
และเราจะเข้าถึงได้ด้วยการออกกำลังกายเท่านั้น ไม่สามารถซื้อหา
.
แต่นั่นแหละ
ในท่ามกลางความรันทด ยังอาจพบความหวังปลายทาง แม้เข่าจะมีปัญหา ก็ยังคงเดินได้บ้าง
ยังใช้การได้อยู่ ใช่หรือไม่?
นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่า
เข่ายังใช้การได้ดีอยู่ ตราบใดที่ยังเดินได้ เข่าย่อมมีทางฟื้นฟูได้แน่
แผนฝึกใช้ข้อเข่าต้องถูกออกแบบมาให้พอเหมาะพอสมกับความเป็นบุคคลนั้นๆ
เป็นเรื่องสำคัญ
.
การทยอยจัดใช้งานมากขึ้นต้องไม่เป็นไปอย่างหักโหม
จากระดับที่เป็นตัวของผู้นั้น ทีละนิด ทีละหน่อย อย่างฉลาดและสม่ำเสมอ
เตือนให้ร่างกายจำได้หมายรู้ งานที่เพิ่มเข้ามา
เป็นการจำลองให้ร่างกายปรับตัวก่อนที่จะเจอเนื้องานจริงๆ
.
แม้ว่าแผนการฟื้นฟูกายภาพที่เหมาะสมที่สุดในโลกใดๆ
ย่อมไม่หนีหลักตรรกะนี้เท่านั้น ไม่ว่าจะมาจาก Trainer ร้านฟิตเนสราคาแพง
หรือจากแพทย์กายภาพโรงพยาบาล
หรือมาจากสามัญสำนึกของเราเอง
ย่อมเคลื่อนไปในทางเดียวกัน
อาจจะตกต่างกันที่ระดับองศาผู้ถูกฟื้นฟู
.
ผู้เขียนกล้าฟันธง
ตราบใดที่ยังเดินได้ ผู้นั้นย่อมเข้าแผนฟื้นฟูเข่าได้เสมอ
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เข่าเพียวอย่างเดียว
อยู่ที่ความคาดหวัง อยู่ที่ทัศนคติก็ไม่น้อย
ส่วนบทบาทของแพทย์
เป็นเพียงเข้ามาเสริมให้สมบูรณ์ที่สุดเท่านั้น
ตัวของตัวเองต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางฟื้นฟูด้วยตัวของเขาเองอย่างองอาจ
ไม่มีทางอื่น
.
.
กฤตย์
ทองคง
21
พฤศจิกายน 2558
ลงในเฟซบุ๊คเมื่อ 31
ธันวาคม 2562