เราฟังตัวเองกันจริงๆหรือเปล่า
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
การวิ่งสอนให้เราตั้งใจสดับตัวเอง
ที่มันจะสะท้อนตัวตนของเราต่อหน้าแผนฝึกต่างๆ แต่พวกเราตั้งใจฟังจริงๆหรือไม่
ความที่บรรยายไว้
"Listen
your body"
แต่เรากลับไม่ฟัง
ไปเงี่ยฟังสรรพสำเนียง Listen
their progress. เฝ้าสังเกตแต่คู่ประกบ เพื่อนๆเขาซ้อมอะไรกัน
และกังวลว่าเขาจะล่วงหน้าห่างเราออกไปหากเราหยุดพักวิ่ง
แต่เรากลับไม่ได้ฟังตัวเองกันจริงๆ
เราเฝ้าแต่ดูความคืบหน้าสนามเดือนข้างหน้าจะวิ่งตรงไหนบ้าง
จะได้สมัครให้ทัน หาใส่ใจไม่ว่า สมัครแล้วจะวิ่งได้หรือเปล่า
วิ่งแล้วจะได้ผลอย่างไร ก้าวหน้าขึ้นหรือถอยลง
ถ้าเท่าเดิมหรือถอยลงถามว่าจะลงไปทำไมให้เปลืองเงิน
ทั้งๆที่ภาวะการซ้อมไม่ถึงก็ประจักษ์อยู่ทนโท่
พวกเรามองทุกอย่างยกเว้นมองตัวเอง
ความเสียหายจึงบังเกิด และเพราะความใจร้อนนี้ด้วยทำให้เราฝึกอะไรที่คิดว่ามันน่าจะทำให้เร็วนั้น
มากขึ้น บ่อยเกินไป
ระลึกและตระหนักความประการนี้ให้บ่อยๆ
แล้วจะทำตัวอยู่กับร่องกับรอยที่ควรจะเป็นจะคลี่คลายออกมาเอง
.
.
บอกไป
Listen
your body รู้กันทุกคนแหละ มันความหมายความอะไร
แต่ใครจะน้อมนำเอาความนี้ไปยังประโยชน์จากการฝึกของตัวเองประจำวัน
มีไม่ครบทุกคน
.
บางทีสิ่งที่ยาก
คือสิ่งที่ง่ายที่สุด หญ้าปากคอกมากที่สุดนั่นเอง
.
เพราะลุงไปตามอ่านทวนงานเก่าของเราที่ถูกดีดขึ้นมาครบวาระ
หลายครั้งจึงพบเห็นสิ่งที่เราเขียนไว้อีกครั้ง มีทั้งดีทั้งห่วย
ที่ดีก็เสียดาย
อยากให้แพร่กระจายกันมากๆ เพราะยังบกพร่อง เป็นไปตามที่เขียนอยู่นั้นทุกประการ
ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย
เราก็อปออกมาวางข้างนอก
ไม่ถูกซ่อนอยู่ข้างใน วอนพวกเราอย่าเห็นว่าอ่านซ้ำ แต่จะได้เป็นโอกาสย้ำหัวตะปูกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งนี้ที่ไม่ได้ชวนตำหนิติเตียนใครภายนอกมากกว่าการกลับมาหยั่งดูภายในตัวเราล้วนๆ
นับว่าเหมาะสมแน่นอน
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.