Friday, December 27, 2019

เราฟังตัวเองกันจริงๆหรือเปล่า


เราฟังตัวเองกันจริงๆหรือเปล่า
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
การวิ่งสอนให้เราตั้งใจสดับตัวเอง ที่มันจะสะท้อนตัวตนของเราต่อหน้าแผนฝึกต่างๆ แต่พวกเราตั้งใจฟังจริงๆหรือไม่

ความที่บรรยายไว้ "Listen your body"

แต่เรากลับไม่ฟัง ไปเงี่ยฟังสรรพสำเนียง Listen their progress. เฝ้าสังเกตแต่คู่ประกบ เพื่อนๆเขาซ้อมอะไรกัน และกังวลว่าเขาจะล่วงหน้าห่างเราออกไปหากเราหยุดพักวิ่ง แต่เรากลับไม่ได้ฟังตัวเองกันจริงๆ

เราเฝ้าแต่ดูความคืบหน้าสนามเดือนข้างหน้าจะวิ่งตรงไหนบ้าง จะได้สมัครให้ทัน หาใส่ใจไม่ว่า สมัครแล้วจะวิ่งได้หรือเปล่า วิ่งแล้วจะได้ผลอย่างไร ก้าวหน้าขึ้นหรือถอยลง ถ้าเท่าเดิมหรือถอยลงถามว่าจะลงไปทำไมให้เปลืองเงิน ทั้งๆที่ภาวะการซ้อมไม่ถึงก็ประจักษ์อยู่ทนโท่

พวกเรามองทุกอย่างยกเว้นมองตัวเอง ความเสียหายจึงบังเกิด และเพราะความใจร้อนนี้ด้วยทำให้เราฝึกอะไรที่คิดว่ามันน่าจะทำให้เร็วนั้น มากขึ้น บ่อยเกินไป

ระลึกและตระหนักความประการนี้ให้บ่อยๆ แล้วจะทำตัวอยู่กับร่องกับรอยที่ควรจะเป็นจะคลี่คลายออกมาเอง
.
.
บอกไป Listen your body รู้กันทุกคนแหละ มันความหมายความอะไร
แต่ใครจะน้อมนำเอาความนี้ไปยังประโยชน์จากการฝึกของตัวเองประจำวัน มีไม่ครบทุกคน
.
บางทีสิ่งที่ยาก คือสิ่งที่ง่ายที่สุด หญ้าปากคอกมากที่สุดนั่นเอง
.
เพราะลุงไปตามอ่านทวนงานเก่าของเราที่ถูกดีดขึ้นมาครบวาระ หลายครั้งจึงพบเห็นสิ่งที่เราเขียนไว้อีกครั้ง มีทั้งดีทั้งห่วย
ที่ดีก็เสียดาย อยากให้แพร่กระจายกันมากๆ เพราะยังบกพร่อง เป็นไปตามที่เขียนอยู่นั้นทุกประการ ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย
เราก็อปออกมาวางข้างนอก ไม่ถูกซ่อนอยู่ข้างใน วอนพวกเราอย่าเห็นว่าอ่านซ้ำ แต่จะได้เป็นโอกาสย้ำหัวตะปูกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งนี้ที่ไม่ได้ชวนตำหนิติเตียนใครภายนอกมากกว่าการกลับมาหยั่งดูภายในตัวเราล้วนๆ นับว่าเหมาะสมแน่นอน
.

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.