Thursday, March 18, 2021

ไม่ใช่หาเวลาวิ่งจากไหน แต่สร้างเวลาวิ่งขึ้นมาใหม่ ได้อย่างไรต่างหาก

 ไม่ใช่หาเวลาวิ่งจากไหน
แต่สร้างเวลาวิ่งขึ้นมาใหม่
ได้อย่างไรต่างหาก

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง 

.

.

มีบางคนเท่านั้นที่รังสรรค์งานใหม่ได้ทั้งๆที่ไม่มีเวลา แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน

เออใช่...จากที่ไม่มีเวลานี่แหละ  ชีวิตมันมีแง่มุมที่ละเอียดอ่อนกว่าที่เราคิดนัก

บางคนวิ่งได้ ทั้งๆที่มีตารางวุ่นทั้งวัน  แต่บางคน กับ Commitment ไม่กี่ชิ้น ก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้แล้ว

คำยอดนิยมที่ได้ยินเสมอ คือ  "ไม่มีเวลาเลยจริงๆ"

แต่กว่าครึ่งค่อนของคนพูดนี้ ถ้าลองได้ส่องกล้องเข้าไปดูใกล้ๆให้ละเอียด มีน้อยที่งานล่ามตัวเขาให้ติดตรึงจริงๆ

แต่ที่ผู้เขียนกล่าวเช่นนี้  พูดอย่างเป็นนักวิ่ง  ไม่ได้พินิจอย่าง Non-Runners  คนสองพวกนี้ ต่างกันนะ

เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว  พวก Non-Runners อาจจะเห็นว่า  "โหย...อะไรจะขนาดนั้น"

สายตาของคนวิ่งมองหาเวลาวิ่ง มันย่อมหาได้ทั้งนั้นแหละ  พลิกแพลงซิ คือคำตอบ

ไม่ได้เขียน How to find time to run  แต่ How to make the time ขึ้นมา

นักวิ่งบางคนไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงๆจังๆ  แต่ติดงาน ก็ยกมือยอมแพ้แล้ว  ก้มหน้ารับไปอย่างเซื่องๆ  เออ..ถ้างั้นก็อยู่ไปแบบนั้นแหละ

อย่างวิตกไปตั้งแต่ปัญหาใหม่ยังไม่้เกิด ก็สรุปแล้วว่า  "วิ่งไม่ได้"  ลูกแหง่จริงๆ  เคยมีแม่ที่ต้องทำให้ทุกเรื่อง

จำไว้...ในทุกชีวิต  ทุกงาน  ไม่ใช่แต่ทำงาน  แต่กำหนดให้ทำท่ามกลางทรัพยากรที่ขาดแคลนด้วย  ไม่มีเว้นสักงานเลยที่เป็นแบบนี้

ไม่มีงานไหนเลยที่พรั่งพร้อมที่สุด

"อะไรนะ...จะเอาแต่ผลผลิต  แต่สิ้นไร้ทรัพยากรรึ?"

มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก  มันก็มีอยู่  แต่จำกัด

ไม่มีหรอก  งานที่สิ้นไร้ทรัพยากรเลย  กับงานที่มีทรัพยากรไม่อั้น  โลกความเป็นจริงไม่นิยาย

แม้งานที่มีทรัพยากรเหลือเฟือก็จริง  แต่เมื่อให้ถึงที่สุดแล้ว มันก็แต่จำนวนหนึ่งเท่านั้น  สักวันหนึ่ง  ความจำกัดย่อมมาถึง  เพียงแต่ยังไม่ใช่นาทีนี้ต่างหาก

เรากำลังอภิปรายถึงทรัพยากร"เวลา"ในบริบท Commitment ต่างๆ  ทั้งงาน  ทั้งครอบครัว  ทั้งบทบาทต่อคนอื่น และบทบาทต่อสังคมที่เราสังกัด

เรากำลังสร้างเวลาขึ้นมาเพื่อการวิ่ง ในขณะที่คนอื่นอาจหามันไม่พบ  แต่เรากลับสร้างมันขึ้นมาได้

ระวัง อย่าสร้างข้อจำกัดขึ้นมาตั้งแต่เริ่มหน้าแรก อย่างที่หลายๆคนทำกัน  "วิ่งไม่ได้  ไม่มีเวลา ....." ตั้งแต่ไก่โห่

หลายคนมีความพยายามพลิกแพลงไม่พอ  บางทีก็น่าเห็นใจนะ  ค่าที่ว่าชีวิตก่อนหน้านี้  อาจถูกลงแส้จากชะตากรรมมาไม่พอเพียงกระมัง

ถ้าการงานมีความสำคัญที่เราข้ามไปไม่ได้  มันจำเป็นกับชีวิต  แล้วถ้าอย่างนั้น ถามอีก  "การวิ่งเล่ามันสำคัญกับชีวิตเรามะ?  มันสำคัญน้อยจนเราข้ามไปได้รึไง ?

ถึงที่สุดมันบอกว่า งานที่ทำอยู่ ไม่เหมาะกับเราแล้ว ไม่ว่าจะเข้ากับเราได้ก็ตาม  งานที่หาเวลาออกกำลังไม่ได้ ย่อมไม่ใช่งานที่เหมาะไปละลายชีวิตด้วยเลยไม่ว่างานใดๆ

งานใหม่ที่ต้อง Get along กับบริบทสำคัญหลายๆด้่านต่างหาก  และของอย่างนี้ไม่มีใส่พานมาให้  แต่ต้องขวนขวายหาเอาเอง

1)  เปิั่ดชั่วโมงแรกของวันก็รีบชิงวิ่งเสียก่อนเลย  Do it first  จัดเสื้อผ้ารองเท้าถุงเท้านากา  วางพร้อมเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนนอน  เพื่อกระโดดจากโปงผ้าห่มเข้าไปในชุดวิ่งเลย  ไม่ให้แม้แต่เสียเวลาสรรหาเสื้อตัวนั้น ให้เข้ากับกางเกงตัวนี้แม้แต่นาทีเดียว

ให้สำนึกแรกของการรู้สึกตัวตื่น  คือชุดวิ่งรอเราอยู่แล้วทั้งคืน  และประกาศิตสั่งให้ตัวเอง"ลุกขึ้น" อย่างไม่ต้องอิดออดใดๆ

เวลายามนั้น  ไม่ใช่เวลาของการชั่งใจว่าจะลุกหรือไม่  มันเป็นขั้นตอนตั้งแต่เมื่อวาน  มันเป็น Commitment อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน   ที่มีอายุสั้น  ไม่กี่นาทีที่เราฝืนทน  แค่พ้นรั้วประตูบ้านออกไปเท่านั้น  มันจะราบรื่นแล้ว

ลงถ้าลังเลตอนเช้าตรู่  โอกาสพ่ายแพ้ครั้งที่พันก็จะมาเหมือนที่เคย  ปักหลักไม่มั่นพอ ก็พ่ายแพ้ไป

ในระหว่างไม่กี่วันแรกๆที่้เปลี่ยนพฤติกรรมพอลองทำไปแล้วให้พยายาม Block the period of time นั้นๆ  แม้จะชั่วคราว รอย้าย Block ก็ยังดี เวลาผ่านไป  อาจลองขยับหา Position ที่ลงตัว  แล้วมันจะคลิกเอง  ไม่มีหรอกที่คลิกตั้งแต่ต้น  มองชีวิตให้เป็นจริง

กฎสำคัญ  ห้ามลดเวลานอน  จะตื่นเช้าลูกเดียวโดยไม่เข้านอนเร็วขึ้นคือทางตัน  มันต้องเริ่มที่การล้มตัวลงนอนก่อนเวลาเดิม  ให้โฟกัสตรงนี้ให้ได้ก่อน แล้วมันจะไม่มีผลกระทบเป็นโดมิโน

โหมดตื่นแล้วใสดี ไม่งัวเงียเสียดายผ้าห่ม จะมีความเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเข้านอนก่อนเวลา  กาดอกจันทน์ไว้

2)  ซ้อมวิ่งหลังการงาน  เนื่องจากเรากำลังเผชิญสถานการณ์  How to make the time อยู่ จึงไม่ต้องกลับบ้าน  เพราะเราจะสูญเวลากับการกลับไปบ้านจนเหยื่อยอ่อน พอถึงก็ฟุบ ไม่ก็หย่อนใจด้วยการเปิดโทรทัศน์ กับเครื่องดื่มก่อนสวมชุดวิ่ง  พวกนี้ มันมาเป็นชุด  ถ้าเราก้าวข้ามชุดนี้ไปได้ เราจะได้เวลากลับคืนมาเยอะเลย

ให้ตรงดิ่งจากที่ทำงานไปสนามวิ่งเลย  ให้เลือกทำเลวิ่งที่ไม่ต้องเสียเวลา  แทนที่เราจะช่วงชิงช่องทางกลับบ้านอย่างถึงพริกถึงขิงกับคนอื่น  เราเอาเวลานี้ไปวิ่งเลย  

ไม่นะถ้าทำเลวิ่งอยู่ไกล  ถ้าไม่มี  เอาอาคารจอดรถของออฟฟิศเรานี่แหละ  ปรับตัวด้วยการวิ่งกลับไปกลับมา หรือเป็นวิ่งทางชันเสียเลย ถ้าร้องยี้  เราสามารถหรี่ความเข้มข้นทางชันด้วยลดความเร็วลงได้เสมอ  การตีสนิทกับ รปภ.คือกุญแจดอกสำคัญ(ของกำนัลเป็นระยะๆ)

มีบางงานและบางคนทำที่บ้าน  ในเมื่อไร้ยูนิฟอร์ม ก็ใส่ชุดวิ่งทำงานมันเลย สะดวกรวดเร็วทุกอย่าง

ให้หาที่ออกตัววิ่งตั้งแต่ที่บ้านเลย  อย่าต้องเดินทางใดๆ  อันที่จริงเราไม่ได้ไปไหน  เราแค่วิ่ง เอาแค่การเคลื่อนย้ายร่างกายวนอยู่ในรอบที่กว้างมากๆ เราน่าจะสามารถจัดการได้จากถนนในซอยบ้านเราได้

เส้นทางที่วนขดเป็นวงรอบ กลับมาถึงบ้านอีกทีจบพอดี หากต้องการที่ยาว ก็หลายรอบได้  สิ่งนี้ทุกบ้านน่าจะสามารถทำได้

อย่าคาดหวังทำเลที่เพอร์เฟค  ทั้งหมดมันเป็นทางผ่านทั้งนั้น  ผ่านแล้วผ่านเลย  เพียงแต่ตรงจุดนั้นเราจะผ่านไปได้อย่างไรเท่านั้นเอง

แท้จริงเราจะหาเวลาวิ่งจากไหนรึ  มันคือเรื่องเดียวกับ  การเอาเวลาเดินทางออกไปนั่นเอง

เวลาจากบ้านถึงที่ทำงาน  จากที่ทำงานถึงบ้าน  จากที่บ้านไปที่วิ่งและจากที่วิ่งกลับบ้าน  พวกนี้เอาออกไปให้หมด  แต่ละรายจะมี Last solution ไม่เหมือนกัน

3)  บางงาน  บางกรณี  บางคน  สามารถเข้างาน Early และออกงาน Lately ได้ เพื่อ Midday break มากกว่าปกติ  ถ้ารายที่สามารถปรับได้ ให้คว้าไว้เลยครับ  ที่จะต้องเพิ่มเข้ามา  หาได้ไหม  คือ ห้องอาบน้ำ

ถึงที่สุด ถ้าจะเอากันจริงๆ  เราก็ยังสามารถเลือกวิ่งเวลาอื่นได้อยู่อีก  ว่าแต่ เราะจริงจังหรือเหลาะแหละ

ผู้เขียนจะเห็นนักวิ่งบางคนเริ่มวิ่งเมื่อสองทุ่ม เพราะเวลาอื่นติดหมด

ว่าด้วยผลกระทบการนอนไม่หลับ หรือ การจะกินอาหารเย็นเวลาไหน ให้ลองไปก่อน  อย่าเพิ่งโวยวาย  อย่าเอาปัญหาเป็นตัวตั้งต้น  ให้ลงมือไปก่อน  ถ้าปัญหามันเกิดและแก้ไม่ตก  ก็ค่อยเปลี่ยนเป็นวิธีอื่น  เผื่อวิธีนี้มันออกผลดีกว่าที่คาดไว้

นาทีที่เขียนนี้ ไม่สามารถบอกแนะนำได้ครบทั่วบริบท ไม่จำเป็นครับ

ลงมือทำไปก่อนเป็นคำตอบ  กว่าครึ่งมันจะขลุกขลักแรกๆ  ต่อมามันอาจคลิกของมันเอง

คนข้อแม้เยอะ มักจะไม่ลงมือทำก่อน  คนทำเลยมักไม่ถามเยอะ  ทำเลยครับ  คาดไว้เลย  จะเจอปัญหาแน่ๆ  ลองแก้ไปเลย  หลายรายแก้ได้หน้าพื้นที่  สมัยนี้ท่วงท่าปัญญาชนชนเยอะ

ช่วงโควิดนี้  เป็นโอกาสอันดีที่หลายคนจะถือเป็นโอกาสทดสอบวิ่งวิถีใหม่  จะวิ่งอย่างไร ที่สิ้นไร้สนามสมัคร  วิกฤตเป้าหมายวิ่งถูกสาดโครมเข้ามา  ไม่ให้นักวิ่่งรู้ตัว  ที่เลิกวิ่งก็เลิกไป  ที่จะแสวงหาแรงใจฝึกใหม่ๆ ให้ต่อเนื่องการวิ่งไปให้ได้

ก็เหมือนไดโนเสาร์แหละครับ  ปรับตัวไม่ได้ก็สูญพันธุ์เท่านั้นเอง

กำลังจะเอ่ยว่า  บางส่วนพวกเราที่พบวิกฤต ระหว่างซ้อม เป็นเพราะ"แข่งเปรอะ" ไปหมด  ไม่ใช่โควิดใดๆหรอก  งานวิ่งต่องานวิ่ง  จบงานนึง  งานหน้าจะไปไหนต่อ  หาเวลาซ้อมต่อเนื่องกันไม่พอเลย  เดี๋ยวก็ Taper  ต่อด้วย Reverse taper อีกแล้ว

แข่งบ่อยฝึกไม่ได้หรอก  กลางสัปดาห์พักลูกเดียว

โควิดมาทีเดียว  ได้เวลากลับคืนมาเยอะเลย  เงินทองก็ประหยัดไปได้พะเรอเลย  มันเป็นไปเงื่อนไงอย่างนี้ไม่ได้ตั้งใจ แต่ในสภาพบังคับ

หลายรายได้ส่วนผสมใหม่ๆออกมาดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ถ้าโควิดจากไป เราจะมีแววตาพินิจวิ่งที่ใสขึ้น

ชีวิตจะสมดุลมากขึ้น  หากลุ่มหลงน้อยลง  กิจวัตรมันจะลงตัวของมันเอง

.

.

กฤตย์  ทองคง

18  มีนาคม  2564

.