Wednesday, March 17, 2021

เพียงเผลอกะพริบตา หัวก็หลุดออกจากบ่า

 เพียงเผลอกะพริบตา หัวก็หลุดออกจากบ่า

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง 

.

.

วิ่งเป็นกีฬาลำพัง  แม้จะเป็นกิจกรรมแข่งขันที่วิ่งพร้อมกัน  แต่ในการฝึกแต่ละวัน  มันก็เป็น Individual sport

และบ่อยครั้ง นักวิ่งเรา นัดหมายวิ่งไปด้วยกัน  และจากพฤติกรรมที่วิ่งไปพร้อมๆกัน  อาจนำพาให้เราหลุดจากความเป็นตัวของตัวเองไม่ยากนัก

ให้ระวังไว้  ในการฝึกวิ่ง  เพื่อให้ได้ผลซึมซาบดีที่สุด  เราต้องอยู่ในเงื่อนไขความเป็นตัวของตัวเองให้ได้

นัดวิ่งยาว  นัดวิ่งขอด  นัดวิ่ง Tempo ด้วยกัน  เราต้องแน่ใจว่าตัวเรามีความพร้อมวิ่งในเวลานั้นๆด้วย

คนเรามันล้าหรือหายล้าพร้อมกันเมื่อไรเล่า  มันต้องเป็นไปตามนั้น อย่าฝืน  Listen your body

ความพยายามดัดแปลงการวิ่งให้เป็น Social sport ทำได้ตราบเท่าที่เรานัดหมายให้แต่ละคนมีเงื่อนไขพร้อมฝึกเวลาเดียวกัน

แต่มีความเป็นไปได้ที่ค่อนข้างจำกัด  ที่แม้นัดแล้ว แต่เตรียมตัวได้ไม่ลงตัว  ถ้่ามันยังไม่หายล้า ก็ควรงด  เลื่อน หรือระงับ  เราต้องปล่อยให้กลุ่มเขาฝึกไป

เรื่องนี้จำเป็น ในขณะที่้เพื่อนนักวิ่งไม่เห็นว่าจำเป็น  กลับไปตีความการเสวนา การต้องฝึกด้วยกันไปให้ได้  เป็นความจำเป็นมากกว่า  เป็นอันตรายที่พวกเธอมักมองข้ามไป  การฝืนความรู้สึกอาจเป็นเหตุบาดเจ็บได้  แม้อาจไม่เจ็บทุกครั้ง  แต่การฝึกที่ผ่านเข้ามา ก็ลดการซึมซับ  แล้วนั่นจะเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า

เมื่อนัดหมายวิ่ง Sessions นั้นๆแล้ว แต่ต้นทุนความพร้อมฝึกไม่เท่ากัน  ยังผลให้การได้รับผลฝึกแตกต่างกันไป บางคนฝึกไปก็เท่ากับ"หลุดฝึก"

กำลังวิ่งเบาตามแผนในตารางกลับมีหญิงที่ซ้อมในสนามด้วยกันวิ่งแซง  เพราะ Awareness ต่ำ  เพราะขาดความระมัดระวัง  เพราะไร้ความตระหนักว่า  นาทีนี้เรากำลังทำอะไร  กลับวิ่งตามเธอให้ทัน  เพื่อแซงกลับ พิสูจน์ตัวเอง  หลุดเบาที่ตั้งใจแต่เดิม

ทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร  อย่าว่าแต่ผู้หญิงแซงเลย  ชายด้วยกันนี่ก็ไม่เว้น

การพัฒนาตามความเท่าทัน Awareness ของตัวเอง ต้องเปี่ยมพร้อม  ให้ลองสังเกตพฤติกรรมวิ่งตัวเอง  ในสถานการณ์ที่คล้ายๆตัวอย่างข้างบน  พอหญิงแซงแล้ว  ตัวเองหลุดโซน หลุดเพซหรือเปล่า  แม้ว่าตัวเองบอกว่า "ไม่"  แต่หน้าปัทม์นาฬิกามันฟ้อง  ฟ้องแสดงความที่ยังอ่อนด้อยของเรา

ยังมีด้านมุมที่ต้องพัฒนาอีกมาก

ริจะเป็นนักเลงท่องยุทธภพ  แต่แอบหวั่นไหวเมื่ออิสตรีเยื้องกรายผ่านมา  ใจเอ็งไม่นิ่งพอ

ริจะเป็นบรรพชิตที่จดจ่อกับพรตจำศีลสมาธิตัวตน  เพียงกลิ่นสาปสาวโชยมากับสายลม  แพรจีวรที่สงบนิ่งกลับพริ้วไหว !!!

ยังละอ่อนนัก เณรเอ๋ย.....

วันนี้ตั้งใจจะฝึกอะไรต้องรู้  เป้าหมายฝึก จะพัฒนาอะไร  และเพื่อไปให้ถึงเป้านั้น เราต้องตรึงกับโซนอะไร เพซอะไร  ต้องรู้  ใดๆที่ส่ายเข้ามา ที่อาจจะยังให้เราหลุดเพี้ยนออกเป้า ต้องรู้ตัวให้ทัน  รีบขมีขมันตบกลับโดยเร็ว

และตราบใดถ้าเรายังตอบตัวเองไม่ได้ว่าวันนี้จะฝึกไปเพื่อพัฒนาส่วนไหน  ยังไม่รู้ว่าไอ้ขอด ไอ้เทมโป  ไอ้ยาวนั้นมันไปช่วยอะไรเรา ด้วยวิธีวิ่งอย่างไรแล้วละก็  อย่าฝึกเลย

ความรู้  Knowledge วิ่ง มาก่อน แล้วจากนั้น เมื่อผ่านการฝึกปรือ  ความเท่าทัน Awareness จะตามมา

นักเลงท่องยุทธภพ ทำหัวตัวเองหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัวมากี่รายแล้ว  จากความเท่าทันต่ำ

เพียงกะพริบตา  ที่สมบูรณ์เมื่อครู่ เจ็บไปแล้ว

การถือกำเนิดมาไม่ยากนัก  แต่จากวิถีที่เป็นไป จะรักษาหัวให้ยังอยู่บนบ่าไม่ถูกใครริดออกไป  เก็บตัวตนไว้ให้ลูกหลานกตัญญูกราบไหว้ เป็นเรื่องยากกว่ากันเยอะ

การเป็นนักวิ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ามหัศจรรย์นัก  มากกว่าการ Keep on track ตลอดอายุขัย  เป็นเรื่องที่วรยุทธตัวจริงยังต้องคารวะ

.

.

กฤตย์  ทองคง

17  มีนาคม  2564

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่


ความหนักหน่วงการฝึกต้องถูกควบคุม

 ความหนักหน่วงการฝึกต้องถูกควบคุม

.

.

โดย  กฤตย์ ทองคง 

.

.

เด็กโรงเรียนกีฬาถนัดอู้

เด็กถนนเช้าวันอาทิตย์ถนัดแถม

เพี้ยนกันคนละแบบ

มีความจำเป็น ต้องควบคุม Intensity of training ให้อยู่ที่กำหนด  ที่ไม่ใช่คือ ยิ่งหนักยิ่งดี  ยิ่งขอดเร็วยิ่งดี อวดขิงกัน  การถะโหล่ผิดเวล่ำเวลาในการแสดงอภินิหารตัวตน คือหนทางพาเสีย

มีท่อนหนึ่งของความเห็นตัวเองในกระทู้อดีตกล่าวแนะนำไว้ว่า

"การกระหน่ำที่หนักเกินไปใน keys วันหนึ่งวันใด

จะเท่ากับเป็นการขาดซ้อมในวันที่เราควรกลับเข้ามาซ้อมได้แล้ว  แต่กลับมาไม่ได้นั่นเอง

การดันทุรังมาซ้อม keys ตัวอื่นๆในขณะที่มันยังไม่ฟื้น  ยิ่งจะกลายเป็นตัวอันตรายที่สุดต่างหาก  ถ้าไม่เจ็บการฝึกที่ผ่านไป  ก็จะไม่ซึมซับแผนฝึก

แล้ววันต่อๆไปก็ไม่ฟื้นอีก  เพราะความที่เมื่อวานควรเบาแต่ก็ไม่เบา  ทีนี้พวกเราก็จะเข้าใจแล้วว่า  บางครั้งเราเข้าถึงการฝึกที่ไร้ประสิทธิภาพเพราะความโลภมากโดยแท้เทียว

อย่าสักวิ่งตามอารมณ์ชั่วแล่น

จังหวะจะโคนต้องเรียนรู้

.

.

กฤตย์  ทองคง

17  มีนาคม  2564

.

ทางที่เปี่ยมประสิทธิภาพที่สุดไม่ใช่ทั้ง Over และ Under แต่คือ "พอดี"

นี่คือที่โค้ชสั่ง "อย่าแถม" และ "อย่าอู้"

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่