Friday, March 18, 2022

สารถึงคนที่ยังไม่ได้วิ่ง และไม่มีออกกำลังใดๆ

สารถึงคนที่ยังไม่ได้วิ่ง
และไม่มีออกกำลังใดๆ
.
.
โดย  กฤตย์ ทองคง 
.
.
เคยสนทนากับคนที่ไม่วิ่งหลายคนอยากวิ่งได้ แต่ฝังหัวว่าตัวเองวิ่งไม่ได้ เพราะป่วยไข้ผิดปกติ...ต่างๆ
แต่หลายตัวอย่างจากชีวิตจริงบอกเราว่า  ความที่ไม่สามารถวิ่งได้  ออกกำลังกายไม่ได้และความอ่อนเปลี้ยที่เราพบนั้น  ไม่ได้มาจากตัวความป่วยไข้ที่เขาเป็นเลย  มากกว่าเป็นเพราะการขาดการใช้งาน    ไม่ได้พยายามใช้งานมาจากเพราะตัวความเชื่อ  ความที่เชื่อเช่นนั้น ยังผลให้ความอ่อนแอดำรงอยู่ ที่ไม่มีความพยายามฝืนเปลี่ยนแปลงใดๆ มาก่อน จึงยิ่งฝังอยู่ตรงนั้น
ตัวความเชื่อ กับตัวความเป็นจริง อันเกิดจากความเชื่อนั้นเกาะติดกันเป็นเนื้อเดียว
ผู้ป่วย ถูกเล่นงานจากความเชื่อผิดๆ  จากกระแสหลักที่สังคมเชื่อดั้งเดิม  ที่แนะนำให้ห่างไกลจากการใช้แรง  ตรากตรำ และสรรหาเครื่องช่วยทุ่นแรงร่างกายเช่นคนปกติอื่นๆ
ด้วยการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงอย่างไรแตกต่างกันไป
จากการเริ่มทดลองขยับเพื่อดูว่า  ตัวเองสามารถไปได้ไกลแค่ไหน  เพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น กับความที่แสนเหนื่อยมาก
แต่หลายเดือนที่ผ่านเข้ามา  เขาเองเป็นรายแรกที่ประจักษ์กับความเปลี่ยนแปลง จนอดทึ่งตัวเองไม่ได้ว่า  เขาสามารถเคลื่อนไปได้ไกลเยอะมาก  รวมทั้งอาการที่ได้รับ ก็ดีขึ้นผิดคาดด้วย
ด้วยความอยากรู้ว่า ถึงที่สุดแล้วกับความพยายามต่อไปเขาจะสามารถไปได้ไกลกว่านี้สักขนาดไหน
ในที่สุด สิ่งสูงที่สุดที่คาดหวังไว้ ถูกทำลาย  เขาไปได้ไกลกว่าที่คิดไว้เสียอีก  ระยะมาราธอน 42 กิโลเมตรในเวลาที่ดีกว่าคนปกติทั่วไปเสียอีก !!!
ที่สำคัญกว่านั้น  เจ้าความป่วยไข้ดั้งเดิม  ปลาสนาการไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้  มันหายไปแล้ว  ทั้งๆที่แพทย์แนะนำว่า เขาอาจต้องถูกดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดไป  โลกยังไม่พบการ Treatment ใดๆให้หายขาดได้เลย
ที่เล่านี้ไม่ใช่รายไหน แต่หลายราย  ที่หลักๆไม่หนีไปจากคืบหน้าแบบนี้
แชมเปี้ยน หลายคนไม่ได้มาจากคนที่มีพื้นฐานแข็งแรงใดๆ หรือแม้เป็นรายปกติด้วยซ้ำ  แต่มาจาก Under average ด้วยซ้ำ
สิ่งนี้บอกกับเราว่า  เรากำลังเข้าใจสุขภาพ , พยาธิสภาพ และการออกกำลังกายคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงมาก
เป็นการง่ายที่จะเข้าใจเรือนร่างคนเราขับเคลื่อนอย่างกลไกอย่างไรแบบเครื่องจักรเครื่องยนต์
แต่อะไรเล่า คือข้อแตกต่างระหว่าง อย่างหนึ่ง Improve themself ได้  แต่อีกอย่างต้อง Up grade ต้องมาจากการเปลี่ยนชิ้นอะไหล่จากภายนอกเข้าไปเท่านั้น
สุดความสามารถที่จะไปตามเข้าใจ และไม่มีความจำเป็นต้องไปเข้าใจมันด้วย   ว่ามันดำเนินไปอย่างไร
แต่การปรับตัว ปรับความรับรู้ และปรับการปฏิบัติให้สอดรับกับความเป็นธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์นั้นต่างหาก  พยายามทำตัวให้สอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติที่เขาปูทางไว้ให้แล้ว
สิ่งที่เราต้องทำความเน้นย้ำความเข้าใจคือ การฟื้นตัวได้เองจากความเป็นธรรมชาติ ด้วยกระบวนการเวลา
ไม่เพียงสิ่งมีชีวิต  แต่แม้ในวัสดุ ทุกเครื่องจักรกล  การใช้งานบ่อยไม่เว้นระยะบ้าง จะสร้างความเครียดล้าในเนื้อวัสดุ  สะสมมากในโมเลกุล  อนาคตจะชำรุดง่าย
แล้วหลักการเดียวกันที่ใช้งานกับร่างกาย  กับเรือนร่างที่มีชีวิต  กลไกนี้ยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีก องค์ชีวิตต้องการเวลาใน การ Recovery ที่มากกว่าวัสดุกลไก
ตราบจนชั่วโมงนี้  เรายังไม่มีกระบวนการใดๆที่จะมาจัดการกับทั้ง Tension นี้ ในเนื้อวัสดุ และ ความ Stress  กับเรือนร่างชีวิต ได้ดีกว่า ใส่ Recovery process โดยเฉพาะกับเวลา(ที่เหมาะสมเป็นรายๆ)ลงไป
ปัจจุบันความรู้ทั้งทางการแพทย์ และสรีระวิทยาก็เปลี่ยนไปแล้ว เรายอมรับการใช้งานให้พอดีมีบทบาทมากขึ้นจากการ Healing ต่างๆ ไม่เว้นแม่แต่คนป่วย  ก็ไม่ให้พักหยุดนิ่ง แต่จัดสรรความเข้มข้น ให้เหมาะสมเป็นรายๆไป
จากความเชื่อวิทยาศาสตร์เดิมๆ  ที่ให้ทนุถนอมร่างกายใช้งานแต่เพียงเบาๆ  ฝังหัวจืดจางยากจากผู้คน  เมื่อหลีกเลี่ยงงาน ก็จะต้องหลีกเลี่ยงต่อไป  ร่างกายก็เลยปรับให้อ่อนแอลงยิ่งขึ้น วนไป  ยิ่งเปลี้ยเข้าไปอีก
ใครที่ยังไม่ได้วิ่ง ยิ่งไม่มีการออกกำลังใดๆเลย ยิ่งถูกโลกทิ้งห่างความเข้าใจต่อโลกและชีวิตมากขึ้นทุกที
สิ่งนี้ไม่มีใครทำให้ใครได้  จ้างวานก็ไม่สำเร็จ  ต้องดำริลงมือทำเอง
จำไว้ว่า สิ่งที่นักพยายามริเริ่มต้นออกกำลังนั้นเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ่อยๆ คือ การหมกมุ่นอยู่กับความกังวลว่าจะต้องใช้แรงที่หนักเหนื่อยลงไปให้มากขนาดไหน  มันยังไม่ใช่วาระตอนนี้เลย
แต่นี่คือแค่เริ่มต้นสเต็ปแรกของการปรับปรุงชีวิต  และเราจัดการให้การเริ่มต้นนี้เดินหน้าไปอย่างสม่ำเสมอก่อนเป็นสิ่งแรก ทำจนเป็นนิสัย อย่าให้เข้มข้น
อย่าไปฟังเสียงบางคนที่บอกว่า  น้อยไป อ่อนไป  ไม่เกิดเนื้องาน ไม่คุ้มค่าที่ออกมาเหนื่อย  พวกนี้รู้มาก แต่พาคนเจ๊งเป็นแถวๆ
ชีวิตออกกำลังของผู้เขียน  เห็นมาหลายคนแล้ว ที่แค่เริ่มต้นก็ไม่สำเร็จแล้ว  เพราะหมกมุ่นอยู่กับการพยายามต้องให้ได้เนื้องานที่เรียกว่ามินิมั่มมากมาย
ความเป็นลำดับของขั้นตอนออกกำลังกายมีจริง  และการละเมิดลำดับ จะยังผลให้ล้มเหลวมีจริงด้วย  
ขอบอกว่าชั่วโมงนี้ ยังไม่ใช่ตรงนั้น
แรกสุด คือลงมือเริ่มต้น  ใส่ใจเพียง พยายาม set มันให้เป็นกิจวัตรให้ได้  เนื้องานขนาดไหนช่างมันก่อน
เสียเวลามาทั้งชีวิตหลายสิบปี ไม่วิ่งไม่ออกกำลัง แต่อยู่มาได้  พอเริ่มแล้ว  ต้องเร่งรัดไปทำไมกัน มีเวลาทยอยปรับเพิ่มความเข้มข้นไม่กี่สัปดาห์กลับทำไม่ได้ให้มันรู้ไป  เรามีเวลาทั้งชีวิต  จะรีบไปไหน
ขนาดคนป่วยรายแรกที่เล่ายังฟื้นตัวจนเป็นแชมเปี้ยนได้ในไม่กี่ปี  และนี่ไม่ใช่เพียงรายเดียว
นับประสาอะไรกับคนอย่างเราที่มีความปกติสามัญ  ให้ใส่ใจหน่อย  จุดสำคัญอยู่ตรงไหน  ลองขยับเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองสักครั้ง  ว่าเราจะทำได้ถึงไหนกัน   มาลองดูซิ...
.
.
กฤตย์  ทองคง
18  มีนาคม  2565
.