เราจะฝึกวิ่งด้วยความเข้มข้นและปริมาณของเราที่พอดีได้อย่างไร
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
การฝึกสายแข่ง จะให้ออกผลดี ต้องในความเข้มข้นที่พอดี ในแต่ละตัว พอดีทั้งความเร็ว ทั้งระยะทางและทั้ง WM (Weekly Mileage) และพอดีในความเป็นเรา
แล้วความที่พอดีตรงนี้ แต่ละคนไม่เท่ากัน ต่างกันทั้งจากภูมิหลังที่เหนียวแน่น , ประสบการณ์กีฬาเก่า , กรรมพันธุ์ที่เหนียว , พรสวรรค์ , นิสัยที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยการอบรมจากพ่อแม่ , ขี้แหยหรือสู้งาน , ทัศนคติมองบวก ฯลฯ มันมากมายเสียจนสิ้นสภาพที่บอกปริมาณเหมาะสมได้
มักถูกถามเข้ามา "หนูต้องขอดกี่เมตร , ต้องเทมโปกี่โล , ต้องขึ้นเขาชันขนาดไหน เร็วขนาดไหน ไกลเท่าไร มันบอกไม่ได้ครับ ความที่พอดีตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่สัมพัทธ์ด้วย
แผนตารางฝึกที่ร่างเองจากนักวิ่ง ไม่มีโค้ชดูแล มักทำผิดพลาดกันตรงที่แรงเกินกว่าระดับที่ตัวเองสามารถทำได้จริงไปมาก
คำนวณจากความที่น่าจะสามารถทำได้ในนาทีนั้นเท่านั้น แต่ไม่ได้คำนวณเผื่อไว้จากแรงสะสมเครียดล้าเอาไว้ด้วยเลย ที่มันจะต้องไปรวมกับ Sessions อื่นด้วย
เช่นขอด Interval ที่ทำได้เพียงไม่กี่ครั้ง เมื่อถึงวันยาว Long run ผู้วิ่งกลับเอาระยะกิโลของ Long run ไม่อยู่
แม้เดิมอาจจะไหวอยู่ ถ้าพินิจมันเพียงลำพัง แต่พอมีขอดด้วย ร่างกายฟื้นไม่ทันในช่วงเวลา recovery เดิมๆ นี่เป็นตัวอย่างแค่ 2 ปัจจัยเท่านั้น
ชีวิตจริงมันเป็นพหุปัจจัย ไหนจะ Tempo ไหนจะวิ่งขึ้นเขาทางชัน
นั่นคือตัวล้่าสะสมมันมาจาก Key Workouts ทุกตัวรวมกัน ผลรวมของน้อย+น้อย+น้อย มันจึงกลายเป็นมากเช่นนี้เอง
นั่นแสดงว่า ในแต่ละตัวของ Key นั้น เราต้อง Perform เพียงนิดเดียว จากที่สามารถทำได้มากกว่านี้ เพราะต้องเหลือพื้นที่ให้ "ความสด" ไว้จุความล้าจาก Sessions ต่างๆให้ครบ
เราต้องฝึกทุกตัว Keys ให้ครบ เราไม่สามารถถึงประสิทธิภาพวิ่งได้เพียงเลือกฝึกใน Session ที่ชอบที่ถนัดและหลีกเลี่ยง Session ที่ไม่ถนัดได้
- ต้องฝึกทั้ง เร็วสั้น
- ต้องฝึกทั้ง ยาวช้า
- ต้องฝึกทั้ง เร็วยาว
- ต้องฝึกทั้ง ช้าสั้น
- ต้องฝึกทั้ง ทางชันทางราบ
- ต้องฝึกทั้ง Drills
- ต้องฝึกทั้ง X-Crosstraining
ฯลฯ รวมทั้งฝึกชนิดอื่นถ้าเราจะใส่มันเข้ามา เช่นเวท เป็นต้น(ถ้ามี)
Perform แต่ละตัวที่ใส่เข้าไป ต้องเพียงนิดเดียวเท่านั้น เนื่องจากมันมีหลาย Keys จึงต้องน้อยมาก
(ขอด,เขา,โป้,ยาว ฯลฯ) ไม่งั้นเราเอาไม่อยู่
นั่นคือสรุปในขั้นปลายก็คือ ผู้ฝึกเพื่อพัฒนาตนจากสายแข่ง ต้องมีเรือนร่างที่แข็งเหนียวเข้าฝัก รับแรง Stress รวมๆตรงนี้ได้
ได้อย่างไร.....ได้ใน Long term ถือครองได้ครบ Course ทั้งหลักสูตรอย่างยืดเยื้อยาวนาน อย่างปราศจากความบาดเจ็บด้วย กินเป็นปีๆ ไม่ใช่แต่กินเพียง 2 สัปดาห์ก่อนแข่งอย่างที่พวกเราทำ
ฝังตัวเองอยู่ในความเครียดล้านั้นเนิ่นนานจนร่างกายจำได้หมายรู้ จนทุก Sessions กลายเป็นขนม
เป็นอย่างนี้เท่านั้น Bingo จะหล่นลงมาเอง
ที่ถูกถามบ่อย "แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ฝึกแต่ละ Key จะมากน้อยขนาดไหน" คือด้วยการผลสุ่มฝึกไปก่อนเป็นตัวตัดสิน ถ้าสุ่มไปแล้ว หนักไป ไม่ไหว ล้าจัด สัญญาณจะมาเอง(ถ้าฝืนจะเจ็บ) ตรงนี้ฝึกไปจะรู้เองจากคนฝึก การฝึกไปแล้ว จะไปไหวหรือไม่ไหว เขาตัวจะรู้เอง ในเวลาและจำนวนเที่ยวไม่ตกหล่น เก็บลักษณะได้ครบทุกเม็ด
ประเด็นที่เจอบ่อย คนถามมักไม่ลองฝึก เอาแต่ขี้ถาม คนฝึกแล้วมักไม่ถาม ด้วยว่า ประสบการณ์มันจะเป็นตัวเฉลยในตัว มันตอบข้อสงสัยด้วยตัวของมันเอง
นั่นคือ การเข้าไป Approach ในแต่ละตัวที่เข้าไปต้องทยอยเข้าไปทีละน้อยๆก่อน
เผื่อไว้ น้อยไปเพิ่มทีหลังได้ มากไปเสี่ยงเจ็บ และไม่ว่าจะน้อยหรือมากไป ร่างกายจะรู้เองเมื่อผ่านฝึกไป
เกือบทั้งหมด อวดขิงสาว เทแรงเต็มร้อยหมดแรงเกลี้ยงแผ่หรากลางสนาม ที่ถูกผู้เขียนดักคอไประยะหนึ่ง ภาพแผ่หราในเฟซถึงเงียบไป ไม่งั้น ชอบขิงโง่กันจัง
ผลรวมฝึกในอนาคตจะบอกว่าที่ผ่านมา ระดับความเข้มข้นขนาดนั้น ใช่หรือไม่ อ่อนหรือหนักไป หรือพอดี
คือความล้าจากการลงมือทดลองมาระยะหนึ่งรวมตัวกันแล้ว แสดงผลลัพธ์อย่างไร นั่นคืออย่างนั้นแหละ ถ้าน้อยหรือมากไปก็ปรับลดปรับเพิ่มเอา
ตราบใดที่ฟังตัวเองเสมอๆ หนักไป มันไม่เจ็บทันทีหรอก แต่มันจะเตือนเราก่อน และการเดี้ยงจะมาจากสะสมไม่เชื่อฟัง
เข้าใจนะ ผู้เขียนอยู่ตรงนี้ มีปากกาเพียงด้ามเดียว บอกกำกับทุกระดับนักวิ่งทั่วประเทศไม่ได้ ต้องกี่โล กี่เที่ยว paceอะไร zoneอะไร หญิงหรือชาย แก่หรือหนุ่ม ผมจะไปรู้อะไร พวกคุณต้องรู้ตัวเอง อ่านให้เข้าใจ เอาไปลดเอง
ถึงไม่รู้เลย ก่อนที่จะโดดลงไป จะลองเอาไม้หยั่งดูก่อน หรือลองหยั่งขาลงไปจากริมตลิ่ง ค่อยๆคืบไป ไม่ใช่โดดตูมลงไปจากยอดไม้ เจอตอกลางสระ!!!
แล้วไม่ต้องถามใคร สระนี้มีตอไหม คุณต้องลองไปด้วยตัวเอง
ก็ยอมรับว่า มันไม่ง่ายนัก การที่จะหยั่งถึงระดับความแข็งเหนียวด้วยตัวของเราเอง ทั้งๆที่เราไม่รู้
โรงเรียนและการเลี้ยงดูที่บ้านไม่ปล่อยให้เรา learning เอง คัดสรรสำเร็จรูปมาแล้วถวายใส่ปาก ไม่เคยปล่อยให้ปกครองตัวเอง โตมา เจอการฝึกถือครองแผนฝึกเอง ทำไม่เป็น ลูกแหง่ มาตลอด
การจะรู้ตรงนี้ได้ ก็คือประสบการณ์เก่า การลองวิ่งไปนานๆ ความเก๋าเกมหมักบ่มได้ที่มันจะรู้เองจากรสสัมผัส ที่ปลายเท้าหยั่งลงไปเจอโคลน หรือเจอความว่างเปล่า
ถ้าประสบการณ์อ่อนด้อย ก็ต้องใช้แบบนี้ ค่อยๆสืบขาออกไปหยั่งน้ำลึก
ถ้าการสัมผัสแผ่วๆ การเจอตอ จะได้ไม่รวดร้าว
เล่าเปรียบมาเช่นนี้ คงพอมองเห็นภาพ
ใช้ความล้าที่ได้รับบอกปริมาณและความเข้มข้นที่จะต้องฝึกต่อไป ว่าต้องลดลงขนาดไหน การลองต้องเดินไปก่อน และผลลัพธ์มันอยู่ข้างหน้า ด้วย Approach เช่นนี้เท่านั้นที่จะช่วยตัวเองได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องมีโค้ชเอง เอาชีวิตวิ่งทั้งหมดไปให้เขาลิขิต !!!
ถ้าเราฝึกตัวเองในสายแข่งด้วยท่วงท่าที่บรรยายมานี้ ไม่น่าจะเจ็บ แม้จะช้าไปหน่อย
อย่ามโนเอาเองว่า สายแข่งแล้วชะตากรรมต้องเจ็บทุกราย แนวหลังเองก็เจ็บเพียบ เพราะแม้ไม่ได้เข้มไม่ได้แรงใดๆ แต่ก็เจ็บเพราะท่วงท่าที่เข้าหาแผนฝึกถะโหล่ไม่น้อยของแนวหลัง
หวังว่าด้วยการทดลองหยั่งถึงจะเฉลยความพอดีได้ จนนำเอาไปประยุกต์กับการทดลองฝึกแต่ละคนได้
.
.
กฤตย์ ทองคง
23 มีนาคม 2564
.