ว่าด้วยเรื่อง วิ่งตลอดอายุขัย วิ่งกันอย่างไร
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
เมื่อเอ่ยถึงวิ่งตลอดอายุขัย ก็มีคำเห็นพ้องด้วยอย่างกว้างขวาง แต่จะทำได้อย่างไรเกิดขึ้นจริง อาจไม่ง่ายนัก ค่าที่ว่านักวิ่งรุ่นก่อนหน้า ก็ทำกันไม่ได้เป็นจำนวนไม่น้อยเพราะอะไร ? นี่เป็นสิ่งที่น่าคิด
การจะอยู่กับอะไรได้อย่างยาวนาน ต้องอยู่อย่างอย่าให้อย่าปลื้มกันมากนัก สัจจธรรมยืนยันว่า หวานจัด มักใกล้เคียงกับขมจัด ปลื้มเห่อวิ่งได้แต่เริ่มต้น พอเป็นกิริยาบุญ แต่เราต้องอิงอาศัยเหตุผลที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวของเราให้มากกว่าอารมณ์
หมายถึงทั้งตัวการวิ่งเอง และเครื่องเคราอุปกรณ์ ไม่ใช่อย่างไม่ต้องมี Cost เลย แต่อย่างพยายามให้ Cost น้อยที่สุด
รองเท้าวิ่ง มิได้วางตลาดเพื่อเรา แต่ถูกผลิตและจัดจำหน่ายเพื่อกำไร เป็นรายได้ของบริษัท กล่าวอ้างสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมต่างๆ และตรงกับเราพอดี ที่รองเท้าวิ่งที่ใช้อยู่ กำลังหมดอายุ เป็นต้น จึงมีการ Deal ซื้อขายเกิดขึ้น สำหรับคนที่มีรองเท้าอยู่แล้ว ต้องประคับประคองตัวให้ดี มิหลงปลื้มไปกับคำโฆษณา แต่ต้องพยายามใช้ของตัวเองให้ได้นานปี
คนเขาจะขายของ มาล้วงเงินจากกระเป๋าเรา ด้วยความสมัครใจของเราเอง ต้องมีเหตุผลโน้มน้าวว่า ควรต้องซื้อ และอาจมีเหตุผลที่เพิ่มเติมด้วยว่า ทำไมต้องแพงขึ้นด้วย ส่วนจะดีจริงตามนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่อง นี่คืองานโฆษณา อย่าหลงคิดว่าที่เขาพูดคือ fact
เป็นอาชีพของเขา ที่สำคัญมากจนถึงขนาดต้องเปิด Course เรียนกันใน MBA เป็นกิจจะลักษณะว่าด้วยเรื่องการโน้มน้าวใจผู้บริโภคทีเดียว
พวกเขาผู้ขาย มีการดำเนินการอย่างมืออาชีพ มีวิจัยตลาดเป็นระยะๆ มีทุนรอนใช้วิทยาศาสตร์เก็บข้อมูลแปรผลได้อย่างน่ามหัศจรรย์แต่ผู้บริโภคเข้าปะทะกับรองเท้าที่เขาขายเป็นผลรวมของวิจัยมาแล้วรอบด้านด้วยแววตาที่ใสซื่อล้วนๆ
ส่วนฝั่งของเราก็ต้องมีการจัดการกับตัวของเราบ้าง มิใช่เต้นไปตามเพลงที่เขากล่อม คือเราเลือกใช้ เลือกซื้อหาตามความจำเป็น มิใช่เลือกตามความอยากได้ ที่เขากระตุ้น ที่ความอยากนั้น ไม่มีคำว่า "จบ" มันมีของมันไปเรื่อยๆ
เป้าหมายของฝ่ายผลิต คือขายให้ได้กำไรสูงสุด ส่วนเป้าหมายของคนซื้อ จะเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ตัวเองได้ในขณะที่เสียดทานน้อยที่สุด ตรงกันตรงไหน ก็จะ Deal ตรงนั้น
ตัวเราจะใช้เงินที่น้อยลง เราจะได้ไม่ทุรนวิ่งตามหาเงินงกๆ เอาแต่พอประมาณ พออยู่ พอกิน มีเวลากับอดิเรกที่เลือก คือเคล็ดลับที่จะทำให้เราครองชีวิตวิ่งได้นาน
นี้รวมทั้งการซ่อมแซม ทำนุบำรุง Maintenance ของที่มีอยู่ที่ชำรุดลง อย่าง(ถ้ามัน)ง่ายๆ ถ้าเสียมาก ชำรุดหนัก ก็ต้องจัดหาซื้อใหม่ บางอย่างเสียน้อย น่าจะจัดการเองได้ สิ่งนี้ต้องรู้ ไม่ใช่แสนรู้ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ตามไปรีวิวสินค้าให้เขา ทำตัวเป็นพนักงานบริษัทรองเท้า เรื่องอะไรเนี่ยะ !!!
พยายามที่จะทำให้เราเชื่อว่า นี้เป็นงานของ Professioners ที่คุณเอาไปซ่อมเอง ใส่แล้วจะบาดเจ็บ บลา..บลา..ราวกับว่าเป็นสินค้าละเอียดอ่อนใช้ภายในร่างกาย
เราก็เต้นไปตามเพลงที่เขาเปิดให้เราเต้น มันเรื่องอะไรเล่า? มีบางกรณีเท่านั้นที่ซ่อมไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ แต่หลายครั้งเราสามารถจัดการด้วยกาว ที่ราคาขวดละไม่ถึง 20 บาท และความรู้ถึงวิธีติด ที่ต้องกดทับอย่างไรให้ทน และผ่านทำความสะอาดพื้นผิวทั้งสองฝั่งก่อนลงน้ำกาว จะติดทน เรื่องอย่างนี้ ไม่หารีวิวกัน
คนร่วมสมัย เอะอะอะไรก็จะซื้อใหม่ๆ เพราะความที่จิตใจหมกมุ่นกับรองเท้าที่กำลังโฆษณาอยู่ มีทีท่ากะปรกกะเปลี้ยไม่มีกะจิตกะใจปรับปรุงซ่อมแซมใดๆ
การหลุดของเนื้อวัสดุแบบไหน กาวเอาไม่อยู่ ต้องเย็บ เย็บอย่างไร ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ แต่แม้จะไม่เย็บเอง ก็มีช่างรออยู่ทุกหัวมุมถนน พร้อมแลกเปลี่ยนบริการที่ราคาถูกมาก กับการทำให้รองเท้าที่ชำรุดกลับมาใช้งานดีดังเดิม
ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราเก่งขึ้นในทางหนึ่ง แต่เราไม่ควรที่จะให้พร่องลงในอีกทางกว่าเดิมที่เคยทำได้
ความว่าด้วยเรื่องวิ่งตลอดอายุขัย ก็ไม่ต่างจากรองเท้าวิ่งเลย
เราควรจัดการให้ตัวการวิ่งให้เสียดทานเราน้อยที่สุด ในทุกๆเรื่อง ค่าที่ว่า ถ้ามัน Cost สูง (ที่ไม่ใช่เงินตราเท่านั้น) มันจะมากเรื่อง มันจะทำให้เราวิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัย
เดี๋ยวๆก็เจ็บ และเจ็บแล้วก็ดูแลตัวเองไม่เป็น มีข้อห้ามข้อแนะนำ ให้ทำอะไร ทำได้ครบหรือเปล่า ของพื้นๆทั้งนั้นที่มองข้าม แล้วก็เอาตัวไม่รอด เจ็บไป เช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรใดๆ
ถ้าเราจัดการเรื่องวิ่งด้วยความโหยหาทางอารมณ์ ใช้ความอยากวิ่งเป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรม เราจะไม่สามารถถือครองการวิ่งได้ตลอดอายุขัย เพราะอารมณ์ เป็นสิ่งที่ผันแปร ไม่คงทน มันเปลี่ยนไปตามสิ่งเร้า
จำได้มะสมัยเรารุ่นๆ ปลื้มกับเกมจนหลงไปพักนึง แต่เดี๋ยวนี้เราไม่ได้แตะแล้วเลย เพราะอะไร
วัยที่เปลี่ยนไป การทำตัวจะเปลี่ยนตามไปด้วย อีกหน่อย เราก็จะไม่ทำอย่างที่ปัจจุบันเราทำอีกหลายอย่าง
การ Maintenance ชีวิตวิ่งอยู่เสมอๆ เป็นระยะๆ กลับมีความสำคัญ ทั้งๆที่เราไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน ต้องมาคิดอะไรมากมาย ว่าฟุ้งซ่านไปโน่น
ศิลปะจัดการกับความ Busy ที่ทยอยเข้ามาเป็นระยะๆ อยู่ที่วิธีไตร่ตรอง
- เราทนความร้อนไม่ได้ บ่นกันในเฟซให้เห็นทุกวัน
- เราทนวิ่งโดยปราศจากสนามเช้าวันอาทิตย์ให้สมัครลงไม่ได้ ขาดหายแรงบันดาลใจ ว่างั้น
- มีความทนต่อการอยากได้รองเท้าแลละอุปกรณ์วิ่งต่ำมากกว่าที่ควรจะน่าทำได้ พิรี้พิไร หามาประดับเรือนกายราวสิ่งนี้เป็นยูนิฟอร์มกลุ่มพวก ในนาม "ของมันต้องมี"
วาทกรรมปลอบจิตวิญญาณให้หายพลุ่งพล่าน มีความไร้เดียงสาต่ออารมณ์อยากวิ่ง หยุดวิ่งเมื่อเจ็บไม่เป็น แต่เลือกทนเจ็บเอาหยุดไม่ได้ เหล่านี้ จะทำให้เราต่อเนื่องชีวิตวิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัยอย่างที่เราทุกคนปรารถนา
- อากาศวิ่งต้องเย็นสบายทุกครั้งที่เราออกวิ่ง ฝนต้องไม่ตก หนาวไป ชวนนอนอยู่บ้านอีก Just a little bit to something เห็นบ่นกันว่าร้อนๆ แต่รู้กันไหม ยามหน้าหนาว ที่บ้านเราหนาวน้อยกว่าเมืองฝรั่งตั้งเยอะ สนามวิ่งซ้อมกลับคนน้อยมาก!!!
- ต้องสมัครลงวิ่งทุกสนามที่ดังๆให้ได้ เก็บเหรียญให้ครบทุกปีที่จัด
- ทนใส่รองเท้าวิ่งเดิมๆไม่ได้ ทั้งๆที่ยังใช้การได้ดี
- สิ่งนี้ทำให้เราจับการวิ่งไม่ติด วิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัย เพราะเราวิ่งอย่างที่สรรหามา Cost ตัวเองมากมาย จะอยู่ไม่นาน
ได้แต่พูดๆกัน "ดีจังเลย วิ่งตลอดอายุขัย" ที่แต่นี้ยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่า How to ประคับประคองให้มันรบกวนเสียดทานเราน้อยที่สุดได้อย่างไร อย่าสรรหาอะไรที่เรามีภาระต้อง Holding มันไว้
ไม่เคยมีนักวิ่งคนใดที่อ้วกทุกครั้งที่ลงขอด แล้วอยู่วิ่งได้อย่างยั่งยืนสักคนเดียว หายหมด แม้ทีมชาติ
ไม่เคยมีนักวิ่งที่ตามซื้อเกือกวิ่งได้ครบทุกรุ่นที่ใจอยากได้
ไม่อีกเช่นกันที่ตามเก็บเหรียญสนามเจ๋งๆได้ครบ แล้วยืนยงวิ่งได้นาน ไม่ว่าสนาม Major ทั้งนอกทั้งในประเทศ เดี๋ยวก็มีเรื่องมาล่อใจอีก รวมแล้วล้วนแต่เป็นสิ่งเสียดทานทั้งนั้น
รู้ไหมว่า ถ้าต้องตามเก็บเหรียญ Pond ให้ครบ เราต้องเตรียมไว้สักเท่าไรในมือ (กี่ล้าน)
แทนที่มันจะอยู่ในกองทุนชราภาพส่วนตัวที่เราจะไม่มีเงินเข้าอีกแล้วยามนั้น ใช้ออกลูกเดียว
กว่าครึ่งของปัญหาชราภาพ 65+ สามารถผ่อนบรรเทาด้วยเงิน
เราเคยเตรียมชีวิตไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า หรือคิดกันเป็นทีละเดือนๆ ตอนนั้นจะเอาที่ไหนหยอดกระเพาะ ตอนนี้เก็บได้เท่าไรแล้ว
แทนที่จะเพียงปลื้มกันแค่ "ตลอดอายุขัย" เราน่าจะมาใส่ใจว่า "ตอนนี้ เราจะ How to วิ่งได้ตลอดอายุขัย" เป็นไปได้จริงๆไม่เหมาะกว่าหรือ
ตรองได้ดังนี้แล้ว รูปธรรมชัดเจน จะคลี่คลายออกมา
.
.
กฤตย์ ทองคง
17 มีนาคม 2565
.
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
เมื่อเอ่ยถึงวิ่งตลอดอายุขัย ก็มีคำเห็นพ้องด้วยอย่างกว้างขวาง แต่จะทำได้อย่างไรเกิดขึ้นจริง อาจไม่ง่ายนัก ค่าที่ว่านักวิ่งรุ่นก่อนหน้า ก็ทำกันไม่ได้เป็นจำนวนไม่น้อยเพราะอะไร ? นี่เป็นสิ่งที่น่าคิด
การจะอยู่กับอะไรได้อย่างยาวนาน ต้องอยู่อย่างอย่าให้อย่าปลื้มกันมากนัก สัจจธรรมยืนยันว่า หวานจัด มักใกล้เคียงกับขมจัด ปลื้มเห่อวิ่งได้แต่เริ่มต้น พอเป็นกิริยาบุญ แต่เราต้องอิงอาศัยเหตุผลที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวของเราให้มากกว่าอารมณ์
หมายถึงทั้งตัวการวิ่งเอง และเครื่องเคราอุปกรณ์ ไม่ใช่อย่างไม่ต้องมี Cost เลย แต่อย่างพยายามให้ Cost น้อยที่สุด
รองเท้าวิ่ง มิได้วางตลาดเพื่อเรา แต่ถูกผลิตและจัดจำหน่ายเพื่อกำไร เป็นรายได้ของบริษัท กล่าวอ้างสรรพคุณที่ยอดเยี่ยมต่างๆ และตรงกับเราพอดี ที่รองเท้าวิ่งที่ใช้อยู่ กำลังหมดอายุ เป็นต้น จึงมีการ Deal ซื้อขายเกิดขึ้น สำหรับคนที่มีรองเท้าอยู่แล้ว ต้องประคับประคองตัวให้ดี มิหลงปลื้มไปกับคำโฆษณา แต่ต้องพยายามใช้ของตัวเองให้ได้นานปี
คนเขาจะขายของ มาล้วงเงินจากกระเป๋าเรา ด้วยความสมัครใจของเราเอง ต้องมีเหตุผลโน้มน้าวว่า ควรต้องซื้อ และอาจมีเหตุผลที่เพิ่มเติมด้วยว่า ทำไมต้องแพงขึ้นด้วย ส่วนจะดีจริงตามนั้นหรือไม่เป็นอีกเรื่อง นี่คืองานโฆษณา อย่าหลงคิดว่าที่เขาพูดคือ fact
เป็นอาชีพของเขา ที่สำคัญมากจนถึงขนาดต้องเปิด Course เรียนกันใน MBA เป็นกิจจะลักษณะว่าด้วยเรื่องการโน้มน้าวใจผู้บริโภคทีเดียว
พวกเขาผู้ขาย มีการดำเนินการอย่างมืออาชีพ มีวิจัยตลาดเป็นระยะๆ มีทุนรอนใช้วิทยาศาสตร์เก็บข้อมูลแปรผลได้อย่างน่ามหัศจรรย์แต่ผู้บริโภคเข้าปะทะกับรองเท้าที่เขาขายเป็นผลรวมของวิจัยมาแล้วรอบด้านด้วยแววตาที่ใสซื่อล้วนๆ
ส่วนฝั่งของเราก็ต้องมีการจัดการกับตัวของเราบ้าง มิใช่เต้นไปตามเพลงที่เขากล่อม คือเราเลือกใช้ เลือกซื้อหาตามความจำเป็น มิใช่เลือกตามความอยากได้ ที่เขากระตุ้น ที่ความอยากนั้น ไม่มีคำว่า "จบ" มันมีของมันไปเรื่อยๆ
เป้าหมายของฝ่ายผลิต คือขายให้ได้กำไรสูงสุด ส่วนเป้าหมายของคนซื้อ จะเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ตัวเองได้ในขณะที่เสียดทานน้อยที่สุด ตรงกันตรงไหน ก็จะ Deal ตรงนั้น
ตัวเราจะใช้เงินที่น้อยลง เราจะได้ไม่ทุรนวิ่งตามหาเงินงกๆ เอาแต่พอประมาณ พออยู่ พอกิน มีเวลากับอดิเรกที่เลือก คือเคล็ดลับที่จะทำให้เราครองชีวิตวิ่งได้นาน
นี้รวมทั้งการซ่อมแซม ทำนุบำรุง Maintenance ของที่มีอยู่ที่ชำรุดลง อย่าง(ถ้ามัน)ง่ายๆ ถ้าเสียมาก ชำรุดหนัก ก็ต้องจัดหาซื้อใหม่ บางอย่างเสียน้อย น่าจะจัดการเองได้ สิ่งนี้ต้องรู้ ไม่ใช่แสนรู้ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ตามไปรีวิวสินค้าให้เขา ทำตัวเป็นพนักงานบริษัทรองเท้า เรื่องอะไรเนี่ยะ !!!
พยายามที่จะทำให้เราเชื่อว่า นี้เป็นงานของ Professioners ที่คุณเอาไปซ่อมเอง ใส่แล้วจะบาดเจ็บ บลา..บลา..ราวกับว่าเป็นสินค้าละเอียดอ่อนใช้ภายในร่างกาย
เราก็เต้นไปตามเพลงที่เขาเปิดให้เราเต้น มันเรื่องอะไรเล่า? มีบางกรณีเท่านั้นที่ซ่อมไม่ได้ ต้องซื้อใหม่ แต่หลายครั้งเราสามารถจัดการด้วยกาว ที่ราคาขวดละไม่ถึง 20 บาท และความรู้ถึงวิธีติด ที่ต้องกดทับอย่างไรให้ทน และผ่านทำความสะอาดพื้นผิวทั้งสองฝั่งก่อนลงน้ำกาว จะติดทน เรื่องอย่างนี้ ไม่หารีวิวกัน
คนร่วมสมัย เอะอะอะไรก็จะซื้อใหม่ๆ เพราะความที่จิตใจหมกมุ่นกับรองเท้าที่กำลังโฆษณาอยู่ มีทีท่ากะปรกกะเปลี้ยไม่มีกะจิตกะใจปรับปรุงซ่อมแซมใดๆ
การหลุดของเนื้อวัสดุแบบไหน กาวเอาไม่อยู่ ต้องเย็บ เย็บอย่างไร ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ แต่แม้จะไม่เย็บเอง ก็มีช่างรออยู่ทุกหัวมุมถนน พร้อมแลกเปลี่ยนบริการที่ราคาถูกมาก กับการทำให้รองเท้าที่ชำรุดกลับมาใช้งานดีดังเดิม
ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราเก่งขึ้นในทางหนึ่ง แต่เราไม่ควรที่จะให้พร่องลงในอีกทางกว่าเดิมที่เคยทำได้
ความว่าด้วยเรื่องวิ่งตลอดอายุขัย ก็ไม่ต่างจากรองเท้าวิ่งเลย
เราควรจัดการให้ตัวการวิ่งให้เสียดทานเราน้อยที่สุด ในทุกๆเรื่อง ค่าที่ว่า ถ้ามัน Cost สูง (ที่ไม่ใช่เงินตราเท่านั้น) มันจะมากเรื่อง มันจะทำให้เราวิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัย
เดี๋ยวๆก็เจ็บ และเจ็บแล้วก็ดูแลตัวเองไม่เป็น มีข้อห้ามข้อแนะนำ ให้ทำอะไร ทำได้ครบหรือเปล่า ของพื้นๆทั้งนั้นที่มองข้าม แล้วก็เอาตัวไม่รอด เจ็บไป เช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรใดๆ
ถ้าเราจัดการเรื่องวิ่งด้วยความโหยหาทางอารมณ์ ใช้ความอยากวิ่งเป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรม เราจะไม่สามารถถือครองการวิ่งได้ตลอดอายุขัย เพราะอารมณ์ เป็นสิ่งที่ผันแปร ไม่คงทน มันเปลี่ยนไปตามสิ่งเร้า
จำได้มะสมัยเรารุ่นๆ ปลื้มกับเกมจนหลงไปพักนึง แต่เดี๋ยวนี้เราไม่ได้แตะแล้วเลย เพราะอะไร
วัยที่เปลี่ยนไป การทำตัวจะเปลี่ยนตามไปด้วย อีกหน่อย เราก็จะไม่ทำอย่างที่ปัจจุบันเราทำอีกหลายอย่าง
การ Maintenance ชีวิตวิ่งอยู่เสมอๆ เป็นระยะๆ กลับมีความสำคัญ ทั้งๆที่เราไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน ต้องมาคิดอะไรมากมาย ว่าฟุ้งซ่านไปโน่น
ศิลปะจัดการกับความ Busy ที่ทยอยเข้ามาเป็นระยะๆ อยู่ที่วิธีไตร่ตรอง
- เราทนความร้อนไม่ได้ บ่นกันในเฟซให้เห็นทุกวัน
- เราทนวิ่งโดยปราศจากสนามเช้าวันอาทิตย์ให้สมัครลงไม่ได้ ขาดหายแรงบันดาลใจ ว่างั้น
- มีความทนต่อการอยากได้รองเท้าแลละอุปกรณ์วิ่งต่ำมากกว่าที่ควรจะน่าทำได้ พิรี้พิไร หามาประดับเรือนกายราวสิ่งนี้เป็นยูนิฟอร์มกลุ่มพวก ในนาม "ของมันต้องมี"
วาทกรรมปลอบจิตวิญญาณให้หายพลุ่งพล่าน มีความไร้เดียงสาต่ออารมณ์อยากวิ่ง หยุดวิ่งเมื่อเจ็บไม่เป็น แต่เลือกทนเจ็บเอาหยุดไม่ได้ เหล่านี้ จะทำให้เราต่อเนื่องชีวิตวิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัยอย่างที่เราทุกคนปรารถนา
- อากาศวิ่งต้องเย็นสบายทุกครั้งที่เราออกวิ่ง ฝนต้องไม่ตก หนาวไป ชวนนอนอยู่บ้านอีก Just a little bit to something เห็นบ่นกันว่าร้อนๆ แต่รู้กันไหม ยามหน้าหนาว ที่บ้านเราหนาวน้อยกว่าเมืองฝรั่งตั้งเยอะ สนามวิ่งซ้อมกลับคนน้อยมาก!!!
- ต้องสมัครลงวิ่งทุกสนามที่ดังๆให้ได้ เก็บเหรียญให้ครบทุกปีที่จัด
- ทนใส่รองเท้าวิ่งเดิมๆไม่ได้ ทั้งๆที่ยังใช้การได้ดี
- สิ่งนี้ทำให้เราจับการวิ่งไม่ติด วิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัย เพราะเราวิ่งอย่างที่สรรหามา Cost ตัวเองมากมาย จะอยู่ไม่นาน
ได้แต่พูดๆกัน "ดีจังเลย วิ่งตลอดอายุขัย" ที่แต่นี้ยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่า How to ประคับประคองให้มันรบกวนเสียดทานเราน้อยที่สุดได้อย่างไร อย่าสรรหาอะไรที่เรามีภาระต้อง Holding มันไว้
ไม่เคยมีนักวิ่งคนใดที่อ้วกทุกครั้งที่ลงขอด แล้วอยู่วิ่งได้อย่างยั่งยืนสักคนเดียว หายหมด แม้ทีมชาติ
ไม่เคยมีนักวิ่งที่ตามซื้อเกือกวิ่งได้ครบทุกรุ่นที่ใจอยากได้
ไม่อีกเช่นกันที่ตามเก็บเหรียญสนามเจ๋งๆได้ครบ แล้วยืนยงวิ่งได้นาน ไม่ว่าสนาม Major ทั้งนอกทั้งในประเทศ เดี๋ยวก็มีเรื่องมาล่อใจอีก รวมแล้วล้วนแต่เป็นสิ่งเสียดทานทั้งนั้น
รู้ไหมว่า ถ้าต้องตามเก็บเหรียญ Pond ให้ครบ เราต้องเตรียมไว้สักเท่าไรในมือ (กี่ล้าน)
แทนที่มันจะอยู่ในกองทุนชราภาพส่วนตัวที่เราจะไม่มีเงินเข้าอีกแล้วยามนั้น ใช้ออกลูกเดียว
กว่าครึ่งของปัญหาชราภาพ 65+ สามารถผ่อนบรรเทาด้วยเงิน
เราเคยเตรียมชีวิตไว้ล่วงหน้าหรือเปล่า หรือคิดกันเป็นทีละเดือนๆ ตอนนั้นจะเอาที่ไหนหยอดกระเพาะ ตอนนี้เก็บได้เท่าไรแล้ว
แทนที่จะเพียงปลื้มกันแค่ "ตลอดอายุขัย" เราน่าจะมาใส่ใจว่า "ตอนนี้ เราจะ How to วิ่งได้ตลอดอายุขัย" เป็นไปได้จริงๆไม่เหมาะกว่าหรือ
ตรองได้ดังนี้แล้ว รูปธรรมชัดเจน จะคลี่คลายออกมา
.
.
กฤตย์ ทองคง
17 มีนาคม 2565
.