Friday, December 27, 2019

เราก็อปเอาแผนฝึกของ EK มาลดทอนลงได้ไหม

เราก็อปเอาแผนฝึกของ EK
มาลดทอนลงได้ไหม
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
(EK = Eliud Kipchoge แชมป์มาราธอนโลกชาวเคนย่าที่เคยวิ่ง 42 กิโลเมตรต่ำกว่า 2 ชั่วโมง)

ความสำคัญประการที่ต้นๆถูกกล่าวเตือนอยู่เสมอในการฝึกวิ่งก็คือ ทุกคนมีความจำเพาะเจาะจงที่จะลอกเลียนแบบกันไม่ได้

แต่เพราะความขาดแคลนคนดูแลแผนฝึกให้เรา เราจึงมีความจำเป็นต้องเอียงคอ ลอกการบ้านของเพื่อนอยู่เป็นระยะๆ ด้วยการแอบเสี่ยงเอาเอง ที่ถ้ามีโค้ชที่หาง่าย เราจะไม่ทำกันหรอก แต่เพราะหาไม่ได้นี่เอง "มันจำเป็นครับลุง"

ถ้าจะก็อปมา เรามีความจำเป็นต้องก็อปแบบทำความเข้าใจด้วยว่า เรือนร่างของมนุษย์เรา จะตอบสนองต่อ Performance แต่ละตัว อย่างไรบ้าง และในแต่ละ Session ที่ก็อปมา ด้วยความระแวดระวังความ Stress ที่จะต้องควบคุมไม่ให้มากเกินระดับของตัวเอง หากกว่าการก็อปปี้ไปแบบเซื่องๆ

และตราบใดถ้าเราไม่สามารถระบุข้อบ่งชี้ใดๆว่าที่ฝึกนั้นไปเพราะอะไร เราไม่ควรฝึกทั้งสิ้น

เราต้องรู้ว่าในแต่ละการฝึก Session หนึ่งๆ มันมีเป้าหมายฝึกเพื่อพัฒนาอะไรบ้าง และเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้นในความเป็นเรา อาจจะต้องมีเนื้อหาฝึกอย่างไร มันถึงจะเป็นได้จริง และไม่บาดเจ็บ

นักวิ่งเกือบทุกคน เคยลอกการบ้านทั้งนั้น เพราะความจำเป็น แต่การลอกที่ปลอดภัย ต้องมาจากต้นแหล่งที่มีสิ่งแวดล้อมไล่เลี่ยกับเรา มีต้นทุนไม่แตกต่างจากเรามากนัก เพราะหากแตกต่างกันมาก การฝึกอาจล้มเหลวจากประยุกต์มาใช้

บางท่านอาจเข้าใจ และกำลังทำอยู่ด้วยคือ ก็อปเอาแผนฝึกของแชมป์มาทำ โดยแอบฝากความหวังว่าจากผลของการลดทอน ความเข้มข้นและปริมาณสูตรฝึกจะเข้ากับเราได้

ที่ผู้เขียนกำลังจะบอกพวกเราว่า มันผิดพลาดอย่างไร

เรากำลังอนุมานว่า แชมป์ผู้นั้น เมื่อก่อนตอนเขายังไม่เป็นแชมป์ยังอ่อนฟิตอยู่ เขามีปัจจัยต้นทุนเหมือนกับเราทุกประการนั่นเอง ซึ่งพวกเราก็รู้ว่ามันไม่ใช่ มันเป็นไปไม่ได้

การที่เราเอาแผนเขาก็อปมาย่อส่วนลง ก่อนมาฝึก จึงผิดหวังค่อนข้างมาก และมันร้ายแรงตรงที่ไม่มีใครคอยวิเคราะห์สรุปผล คำเตือนเมื่อแรกเข้าก็ไม่มี คำเตือนให้ออกจากแผนก็อปก็ไม่มีเช่นเดียวกัน

ไหนๆจะก็อปสูตรแล้ว นักวิ่งหลายคนจึงคิดว่า ก็ไปเอาสูตรที่เจ๋งที่สุดละกัน นั่นคือสูตรของแพททริค คิปแซง โค้ชของคิปโชเก้ ให้หมดเรื่องหมดราว เอามาลดทอนลงเยอะๆ ลดลงมากจนแน่ใจว่าเราทำได้ แน่

กำลังจะบอกว่า คุณกำลังมีวิธีคิดที่ผิดที่จะเลือกเลี้ยวไปทางนั้น

ไหนลองบอกผมซิว่าคุณจะยาว Long run แบบไหน เพราะ EK ไม่มียาว และลองบอกกับผมซิว่าคุณจะ Day off อย่างไร เพราะ EK ไม่มี Day off เขาไม่มีวันที่หยุดซ้อมใดๆเลยสักวันเดียว

เพียงแค่สองข้อนี้เท่านั้น คุณก็จะยืนงงเป็นไก่ตาแตกแล้วว่าจะยาวอย่างไร จะเซ็ทวันหยุดไว้ตรงไหน

ไม่ว่าโค้ชใดๆในโลก ถ้าเห็นใครตัดแผนยาว และตัดหยุดออกแล้ว ต้องร้องเสียงหลงแน่นอน

ในนักวิ่งทั่วไป นักวิ่งถนนเช้าวันอาทิตย์ การไม่มียาว และการวิ่งอย่างไร้วันหยุด จะเท่ากับเป็นการเข้าโจมตีและเผาค่ายของเราเอง โดยแทบจะไม่ต้องเสียเวลาหันไปพินิจ Sessions อื่นๆว่าเป็นอย่างไรเอาเลย

เหตใดที่ EK ไม่มียาว และไม่มีหยุดนั้น ไม่ใช่เหตุผลของเรา

ประเด็นคือ ตัวของเราจะฝึกอย่างไรให้ Keep up ตัวเอง และมีผลประกอบการที่พัฒนาขึ้น และปลอดความบาดเจ็บอย่างไรนั่นต่างหาก

คือระหว่างเรา กับ EK มันมีความแตกต่างมากเสียจนกระทั่ง สิ้นสภาพการลดทอนใดๆ ที่จะเอามาทำกับตัวเอง แม้แต่น้อยหนึ่ง (ขีดทั้งเส้นใต้และกาดอกจันทน์)

มันไม่ใช่แผนคนละโลก แต่เป็นแผนที่มาจากคนละกาแลคซี่เลยทีเดียว

ใครที่ยังแอบคิด แอบก็อป แอบฝึก แอบคาดหวัง นำมาลดทอนแผนแชมป์เอามาทำเองบ้าง จงยุติเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่เพราะโค้ชจะขายไม่ออก แต่เพราะถ้าพวกเธอไม่เดี้ยงไป ก็ไม่ออกผลประกอบการใดๆ
.
.
กฤตย์ ทองคง
27 ธันวาคม 2562
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

เราฟังตัวเองกันจริงๆหรือเปล่า


เราฟังตัวเองกันจริงๆหรือเปล่า
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
การวิ่งสอนให้เราตั้งใจสดับตัวเอง ที่มันจะสะท้อนตัวตนของเราต่อหน้าแผนฝึกต่างๆ แต่พวกเราตั้งใจฟังจริงๆหรือไม่

ความที่บรรยายไว้ "Listen your body"

แต่เรากลับไม่ฟัง ไปเงี่ยฟังสรรพสำเนียง Listen their progress. เฝ้าสังเกตแต่คู่ประกบ เพื่อนๆเขาซ้อมอะไรกัน และกังวลว่าเขาจะล่วงหน้าห่างเราออกไปหากเราหยุดพักวิ่ง แต่เรากลับไม่ได้ฟังตัวเองกันจริงๆ

เราเฝ้าแต่ดูความคืบหน้าสนามเดือนข้างหน้าจะวิ่งตรงไหนบ้าง จะได้สมัครให้ทัน หาใส่ใจไม่ว่า สมัครแล้วจะวิ่งได้หรือเปล่า วิ่งแล้วจะได้ผลอย่างไร ก้าวหน้าขึ้นหรือถอยลง ถ้าเท่าเดิมหรือถอยลงถามว่าจะลงไปทำไมให้เปลืองเงิน ทั้งๆที่ภาวะการซ้อมไม่ถึงก็ประจักษ์อยู่ทนโท่

พวกเรามองทุกอย่างยกเว้นมองตัวเอง ความเสียหายจึงบังเกิด และเพราะความใจร้อนนี้ด้วยทำให้เราฝึกอะไรที่คิดว่ามันน่าจะทำให้เร็วนั้น มากขึ้น บ่อยเกินไป

ระลึกและตระหนักความประการนี้ให้บ่อยๆ แล้วจะทำตัวอยู่กับร่องกับรอยที่ควรจะเป็นจะคลี่คลายออกมาเอง
.
.
บอกไป Listen your body รู้กันทุกคนแหละ มันความหมายความอะไร
แต่ใครจะน้อมนำเอาความนี้ไปยังประโยชน์จากการฝึกของตัวเองประจำวัน มีไม่ครบทุกคน
.
บางทีสิ่งที่ยาก คือสิ่งที่ง่ายที่สุด หญ้าปากคอกมากที่สุดนั่นเอง
.
เพราะลุงไปตามอ่านทวนงานเก่าของเราที่ถูกดีดขึ้นมาครบวาระ หลายครั้งจึงพบเห็นสิ่งที่เราเขียนไว้อีกครั้ง มีทั้งดีทั้งห่วย
ที่ดีก็เสียดาย อยากให้แพร่กระจายกันมากๆ เพราะยังบกพร่อง เป็นไปตามที่เขียนอยู่นั้นทุกประการ ยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย
เราก็อปออกมาวางข้างนอก ไม่ถูกซ่อนอยู่ข้างใน วอนพวกเราอย่าเห็นว่าอ่านซ้ำ แต่จะได้เป็นโอกาสย้ำหัวตะปูกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งนี้ที่ไม่ได้ชวนตำหนิติเตียนใครภายนอกมากกว่าการกลับมาหยั่งดูภายในตัวเราล้วนๆ นับว่าเหมาะสมแน่นอน
.

เจ็บแล้วไม่หยุดวิ่ง แต่หายด้วย มันคืออะไร

เจ็บแล้วไม่หยุดวิ่ง แต่หายด้วย มันคืออะไร
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
เท่าที่สังเกตอาการบาดเจ็บจากวิ่งที่เราพบกันอยู่เสมอ มักจะมีอาการให้เจ้าตัวประจักษ์ชัดเจนทุกรายมาพักนึงแล้ว แต่พวกเราไม่เลือกที่จะหยุดวิ่ง

เราพร้อมที่จะทำตามคำแนะนำทุกอย่าง ไม่ว่าแสนแพงหรือยากเย็นหนักหนา ก็จะสรรหามาประเคนให้ได้ ขอเพียง ยังวิ่งต่อได้ ไม่หยุดวิ่ง

พวกเรากำลังสำคัญผิดกับบาบาทความบาดเจ็บว่า เราสามารถวิ่งต่อได้ทั้งๆที่มีอาการ ด้วยหัวใจที่ใหญ่ และคาดหวังว่า ด้วยความมีมานะอุตสาหะที่มากพอเพียง เราย่อมจะฝ่าข้ามไปได้ เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง

เรากำลังตีความบาดเจ็บเท่ากับความเกียจคร้าน ความร้อน ความหนาวความอุปสรรคต่างๆที่ต้องใช้ความอดทน เข้าไปต่อกรกับมัน

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จะเท่ากับเราฉีกตำราแพทย์ทิ้งทั้งปึกว่า Injuries สามารถจัดการด้วย Stress ต่อเนื่อง ไม่ต้อง Recovery ใดๆทั้งๆที่ความเป็นจริงก็คือไม่มีความบาดเจ็บชนิดใดฝ่าจนทะลุได้ ไม่มีเลย

บางท่านอาจเถียงว่า "มี" พร้อมยกตัวอย่าง ขอวิจารณ์ว่า นั่นเป็นอาการตอบรับของธรรมชาติที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับแรง Stress ใหม่ๆที่ถาโถมเข้ามา เป็นอาการตอบรับที่ชวนให้ผู้วิ่งหลงทาง มันดูคล้ายหาย มันดูคล้ายดีขึ้น ในทิศทางปรับตัวอยู่ได้ในสภาพทั้งๆที่เป็นปัญหา และทำให้ผู้วิ่งเข้าใจว่า เส้นกราฟแห่งความบาดเจ็บจะต่ำลงไปเรื่อยๆ และหายไปในที่สุด

แต่จากประสบการณ์ที่พบมา นั่นเป็นเพราะเธอยังแค่ต่อเนื่องเท่าเดิมๆ ยังไม่ได้เพิ่ม Force แรงเข้ามา จากแผนฝึกที่ทำต่อ เรือนร่างอยู่ในช่วงปรับตัวได้ทั้งที่ยัง Stress อยู่ และมันทำได้สำเร็จ

ที่ทำได้แค่เท่าเดิม เท่าที่เคยทำได้อยู่ ระดับประคอง หล่อเลี้ยง ให้รอดตัวเป็นคราวๆเป็นวันๆ เป็น Eventๆ รอดได้เหรียญได้เสื้อไปทีละงาน แต่ถ้าเรื่องดวงดาวที่ใฝ่ฝันจากกาแลคซี่ไกลโพ้น นั่นเลิกพูดไปได้เลย

ตราบใดก็ลอง Force ดูซิ นาทีนี้เป็นระดับปัจจุบัน มิใช่แผนฝึกที่จะต้องเข้มข้นขึ้นเพื่อเอื้อไปให้ถึงสุดปลายโค้งรุ้งที่ยอดปรารถนานี่นา

ที่เราจะไล่ไปให้ถึงสุดปลายรุ้งนั้นได้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้การฝึกระดับเดิมๆ

เราต้องฝึกหนักขึ้นกว่านี้ ก็ขนาดในเรือนร่างที่สมบูรณ์ดี ยังไม่รู็ว่าจะได้หรือเปล่าเลย แต่ตรงนี้ กับร่องรอยบาดเจ็บที่ถ่วงรั้งตัวเบ้อเริ่มประจักษ์อยู่ด้วยซ้ำ มันจะเป็นไปได้อย่างไร และเรากำลังคิดอะไร?

ลอง Force แรงที่เข้มกว่าเดิมลงไป ความเรื้อรังที่แอบซ่อนอยู่จะเข้ามาทันที ทำให้เราชะงัก ไม่กล้าเข้าไปต่อกรกับมัน แหยงต่อแผนฝึกที่จะติดปีกให้เราทะยานขึ้นไป ได้แค่เท่าเดิม คือ

แค่นี้คือ เต็มที่
ไม่ใช่เต็มที่อยู่ข้างหน้า
นาทีนี้ ปริ่มขอบแล้ว
ยิ่งอยู่ตรงนี้นาน ร่างกายยิ่งจัดการกับการปรับตัวนี้ได้ดียิ่งขึ้น

แต่ถามว่า ชีวิตวิ่งเรา จะเอาแค่นี้หรือ ?
ที่สุดปลายโค้งรุ้งไม่ควรจะมีแค่นี้
นี่อย่างโชคดีที่สุด ไม่ต่อเนื่องลุกลาม ประคับประคองไปได้ไม่เจ็บเพิ่ม แต่จะหายไม่หาย สิงสถิตย์กับเรือนร่างเป็นปีๆ รอแก่ รอเปลี่ยนวัย รอโรยรา

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเราอดใจไม่ได้ อดเปรี้ยวไว้กินหวานไม่เป็น (ไม่เคยพักวิ่งอย่างจริงๆจังๆเลย) เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า (คิดเองว่าเป็นประโยชน์)

วันๆเยียวยาชีวิตวิ่งที่อับเฉาน่าเบื่อเดิมๆด้วยกระแสรองเท้าใหม่ทีละรุ่น ที่หาได้ประโยชน์จากมันไม่ได้ไม่มีเนื้อได้หนังใดๆ ได้แต่ดอมๆดมๆ

รายที่วิ่งต่อไม่หยุดแล้วกล่าวว่า "หาย" แต่รายละเอียดจะเป็นไปแบบที่เล่ามา ไม่กล้า Force ใดๆ อย่างนี้เขาไม่เรียกว่า "หาย" แต่เรียกเอง นึกว่าที่ผ่านมาเลี้ยวมาถูกทางแล้ว

มันหายที่ไหนเล่า นายแน่จริงก็ลอง Force ขึ้นไปกว่าเดิมดิ!!! มันจะมาปุ๊บเลย

ที่เป็นเช่นนี้เพราะสิ้นไร้ผู้ควบคุมแผนฝึกที่ปราศจากการกระตุ้นภาพใหญ่ที่อลังการภายหน้า ตัวเองจึงได้แต่ปลาบปลื้มติ่งน้ำหวานจากปลายเกสรที่หล่นรายทางไว้ แล้วปลื้มว่ามาถูกทาง

นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนกล้าระบุว่า การฝ่าวิ่งฝึกต่อทั้งความบาดเจ็บยังไม่หายแล้วหายเอง ไม่มีในโลก

มีแต่หลบใน และมันจะกลับมาให้เราประจักษ์ว่ามันไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อเราก้าวเท้าเข้าพรมแดน Force ใหม่ๆ ที่เราไม่พร้อมในเรือนร่างอย่างจริงๆ
.
.
กฤตย์ ทองคง
25 ธันวาคม 2562
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่