Friday, December 27, 2019

เจ็บแล้วไม่หยุดวิ่ง แต่หายด้วย มันคืออะไร

เจ็บแล้วไม่หยุดวิ่ง แต่หายด้วย มันคืออะไร
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
เท่าที่สังเกตอาการบาดเจ็บจากวิ่งที่เราพบกันอยู่เสมอ มักจะมีอาการให้เจ้าตัวประจักษ์ชัดเจนทุกรายมาพักนึงแล้ว แต่พวกเราไม่เลือกที่จะหยุดวิ่ง

เราพร้อมที่จะทำตามคำแนะนำทุกอย่าง ไม่ว่าแสนแพงหรือยากเย็นหนักหนา ก็จะสรรหามาประเคนให้ได้ ขอเพียง ยังวิ่งต่อได้ ไม่หยุดวิ่ง

พวกเรากำลังสำคัญผิดกับบาบาทความบาดเจ็บว่า เราสามารถวิ่งต่อได้ทั้งๆที่มีอาการ ด้วยหัวใจที่ใหญ่ และคาดหวังว่า ด้วยความมีมานะอุตสาหะที่มากพอเพียง เราย่อมจะฝ่าข้ามไปได้ เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง

เรากำลังตีความบาดเจ็บเท่ากับความเกียจคร้าน ความร้อน ความหนาวความอุปสรรคต่างๆที่ต้องใช้ความอดทน เข้าไปต่อกรกับมัน

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง จะเท่ากับเราฉีกตำราแพทย์ทิ้งทั้งปึกว่า Injuries สามารถจัดการด้วย Stress ต่อเนื่อง ไม่ต้อง Recovery ใดๆทั้งๆที่ความเป็นจริงก็คือไม่มีความบาดเจ็บชนิดใดฝ่าจนทะลุได้ ไม่มีเลย

บางท่านอาจเถียงว่า "มี" พร้อมยกตัวอย่าง ขอวิจารณ์ว่า นั่นเป็นอาการตอบรับของธรรมชาติที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับแรง Stress ใหม่ๆที่ถาโถมเข้ามา เป็นอาการตอบรับที่ชวนให้ผู้วิ่งหลงทาง มันดูคล้ายหาย มันดูคล้ายดีขึ้น ในทิศทางปรับตัวอยู่ได้ในสภาพทั้งๆที่เป็นปัญหา และทำให้ผู้วิ่งเข้าใจว่า เส้นกราฟแห่งความบาดเจ็บจะต่ำลงไปเรื่อยๆ และหายไปในที่สุด

แต่จากประสบการณ์ที่พบมา นั่นเป็นเพราะเธอยังแค่ต่อเนื่องเท่าเดิมๆ ยังไม่ได้เพิ่ม Force แรงเข้ามา จากแผนฝึกที่ทำต่อ เรือนร่างอยู่ในช่วงปรับตัวได้ทั้งที่ยัง Stress อยู่ และมันทำได้สำเร็จ

ที่ทำได้แค่เท่าเดิม เท่าที่เคยทำได้อยู่ ระดับประคอง หล่อเลี้ยง ให้รอดตัวเป็นคราวๆเป็นวันๆ เป็น Eventๆ รอดได้เหรียญได้เสื้อไปทีละงาน แต่ถ้าเรื่องดวงดาวที่ใฝ่ฝันจากกาแลคซี่ไกลโพ้น นั่นเลิกพูดไปได้เลย

ตราบใดก็ลอง Force ดูซิ นาทีนี้เป็นระดับปัจจุบัน มิใช่แผนฝึกที่จะต้องเข้มข้นขึ้นเพื่อเอื้อไปให้ถึงสุดปลายโค้งรุ้งที่ยอดปรารถนานี่นา

ที่เราจะไล่ไปให้ถึงสุดปลายรุ้งนั้นได้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะใช้การฝึกระดับเดิมๆ

เราต้องฝึกหนักขึ้นกว่านี้ ก็ขนาดในเรือนร่างที่สมบูรณ์ดี ยังไม่รู็ว่าจะได้หรือเปล่าเลย แต่ตรงนี้ กับร่องรอยบาดเจ็บที่ถ่วงรั้งตัวเบ้อเริ่มประจักษ์อยู่ด้วยซ้ำ มันจะเป็นไปได้อย่างไร และเรากำลังคิดอะไร?

ลอง Force แรงที่เข้มกว่าเดิมลงไป ความเรื้อรังที่แอบซ่อนอยู่จะเข้ามาทันที ทำให้เราชะงัก ไม่กล้าเข้าไปต่อกรกับมัน แหยงต่อแผนฝึกที่จะติดปีกให้เราทะยานขึ้นไป ได้แค่เท่าเดิม คือ

แค่นี้คือ เต็มที่
ไม่ใช่เต็มที่อยู่ข้างหน้า
นาทีนี้ ปริ่มขอบแล้ว
ยิ่งอยู่ตรงนี้นาน ร่างกายยิ่งจัดการกับการปรับตัวนี้ได้ดียิ่งขึ้น

แต่ถามว่า ชีวิตวิ่งเรา จะเอาแค่นี้หรือ ?
ที่สุดปลายโค้งรุ้งไม่ควรจะมีแค่นี้
นี่อย่างโชคดีที่สุด ไม่ต่อเนื่องลุกลาม ประคับประคองไปได้ไม่เจ็บเพิ่ม แต่จะหายไม่หาย สิงสถิตย์กับเรือนร่างเป็นปีๆ รอแก่ รอเปลี่ยนวัย รอโรยรา

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเราอดใจไม่ได้ อดเปรี้ยวไว้กินหวานไม่เป็น (ไม่เคยพักวิ่งอย่างจริงๆจังๆเลย) เห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า (คิดเองว่าเป็นประโยชน์)

วันๆเยียวยาชีวิตวิ่งที่อับเฉาน่าเบื่อเดิมๆด้วยกระแสรองเท้าใหม่ทีละรุ่น ที่หาได้ประโยชน์จากมันไม่ได้ไม่มีเนื้อได้หนังใดๆ ได้แต่ดอมๆดมๆ

รายที่วิ่งต่อไม่หยุดแล้วกล่าวว่า "หาย" แต่รายละเอียดจะเป็นไปแบบที่เล่ามา ไม่กล้า Force ใดๆ อย่างนี้เขาไม่เรียกว่า "หาย" แต่เรียกเอง นึกว่าที่ผ่านมาเลี้ยวมาถูกทางแล้ว

มันหายที่ไหนเล่า นายแน่จริงก็ลอง Force ขึ้นไปกว่าเดิมดิ!!! มันจะมาปุ๊บเลย

ที่เป็นเช่นนี้เพราะสิ้นไร้ผู้ควบคุมแผนฝึกที่ปราศจากการกระตุ้นภาพใหญ่ที่อลังการภายหน้า ตัวเองจึงได้แต่ปลาบปลื้มติ่งน้ำหวานจากปลายเกสรที่หล่นรายทางไว้ แล้วปลื้มว่ามาถูกทาง

นี่คือสิ่งที่ผู้เขียนกล้าระบุว่า การฝ่าวิ่งฝึกต่อทั้งความบาดเจ็บยังไม่หายแล้วหายเอง ไม่มีในโลก

มีแต่หลบใน และมันจะกลับมาให้เราประจักษ์ว่ามันไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อเราก้าวเท้าเข้าพรมแดน Force ใหม่ๆ ที่เราไม่พร้อมในเรือนร่างอย่างจริงๆ
.
.
กฤตย์ ทองคง
25 ธันวาคม 2562
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.