ควรคาดหวังการพัฒนาวิ่งให้ถูกจุด
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
นักวิ่งสายพัฒนา
ควรเริ่มจากมุ่งเป้าให้พัฒนาตนเองให้ "เข้าฝัก" ก่อนเป็นสิ่งแรกๆ
จากนั้นคุณสมบัติที่ดีๆต่างๆจะทยอยเกิดขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว , ผลงานเวลา หรือ PB ใหม่ๆ
รวมถึงระยะทางที่ท้าทายใหม่ๆก็จะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย อีกทั้ง "ความทนได้"
ของเรือนร่างที่จะรับมือกับแผนฝึกโหดๆ
โดยเจ็บยากขึ้น
ในทุกๆแผนฝึกที่จะเอื้อให้เราประสบความสำเร็จขั้นสูง จะไม่มีแผนใดที่ส่งเราจากต่ำไปสูงได้เลย
มีแต่แผนที่จะเอื้อให้เราพัฒนาขึ้นเล็กน้อย จากที่ต่ำไปสู่ต่ำน้อยลง หรือจากกลางค่อนข้างต่ำ ไปเป็นกลางสูง
หรือจากสูงไปสูงมาก ทีละสเต็ป
เราควรคาดหวังทีละขั้นแบบนี้
แท้จริงแล้วแผนฝึกเทพที่จะทำให้เรามีฝีเท้าพัฒนาขึ้นจากมีต่ำไปสูงเลยไม่มีในโลก
แต่มีความพยายามที่จะทำให้ตัวเองก้าวพรวดๆแบบนั้นต่างหากที่จะทำให้เราเจออุปสรรค(เจ็บ)
ไม่ว่าเป้าหมายพัฒนาตรงนั้นจะสูงส่งขนาดไหนก็ตาม
แผนพัฒนาจะสานก่อได้ในเรือนร่างที่เหนียวและเข้าฝักแล้วเท่านั้น
เรือนร่างที่โอนละอ่อนต่อนแต่น
ย่อมทำอะไรไม่ได้เลย
และการที่จะเหนียวขึ้นมา ก็มิสามารถทำได้ปุบปับ การสร้างมันขึ้นมาจะทำได้ นอกจากถูกฝึกอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว
ยังต้องบ่มเพาะนานปี
กล่าวไม่ผิดนัก
คุณสมบัติฝึกที่จะเอื้อให้เราเข้าฝักอย่างสั้นๆนั้น ไม่มี มีแต่เป็นปีๆ
เราควรคาดหวังให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ความเข้าใจที่ผิดจากความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาวิ่ง
นอกจากจะก่อให้เกิดความบาดเจ็บแล้ว
ต่อให้ไม่เจ็บ และสานก่อต่อไป
ก็ไม่มีวันพัฒนาได้อีกนั่นแหละ
เพราะความที่เราไปริบเอาเวลาออกจากกระบวนการ
เราจะวิ่งมาราธอนกันกี่ครั้งถึงจะสำเร็จถูกใจเรา มีแต่ค่อยๆกระเถิบเข้าไปแรมปีทั้งนั้น
แต่มันขึ้นให้นะ ไม่ใช่ไม่ขึ้น
แต่มันไม่ยั่งยืน
เห็นมามากแล้วที่การพัฒนาก้าวพรวดๆเส้นกราฟวิ่งพัฒนาสูงชัน มักลงท้ายที่เส้นกราฟตกชันด้วยเช่นกัน
โค้ชที่ระมัดระวังจะรีบชะลอฝึกเด็กทันทีที่เขาเริ่มสังเกตกราฟที่ขึ้นชันผิดปกติเกิดขึ้นกับระเบียนฝึกเด็กของเขา
จากวิ่งได้วิ่งถึง ควรคาดหวังวิ่งอย่างไรไม่ให้ทรมาน นรกไม่กิน เสียก่อนที่จะได้เวลาดีๆ
แต่นี่
พวกเราคาดหวังอะไรกัน
จะเอาเวลาดีๆเหมือนตัวเลขที่อยู่ในใจ
ในขณะที่ซ้อมก็กระท่อนกระแท่น
จบมาราธอนด้วยอาการบักโกรกทุกครั้ง
ฝันนั้นย่อมยังเป็นไปไม่ได้
การบักโกรกมันเริ่มทำกับเราตั้งแต่เรายังไม่ทันรู้ตัวว่ามันกำลังจะมาด้วยซ้ำ เราจึงยังสร้างเงื่อนไขบักโกรกที่ต่อเนื่อง แต่ Pace ที่มันตกโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้าเราซ้อมถึง ตรงนี้จะไม่มี
และตรงนี้คือการเข้าฝักนั่นเอง ที่สานก่อมาได้จากการฝึก WM (Weekly
Mileage) ที่สูงยิ่ง
จะกันเราจากความช้าลง
ส่วนตัวเร็วนั้น
ยังไม่ต้องไปรีบให้ความสนใจกับมันให้มากความ เพราะมันเป็นหนึ่งใน การ Perform ที่ตอบสนองฝึกขึ้นง่าย
มันตอบสนองการฝึกได้เร็ว
แต่เพราะจุดอ่อนเบ้อเริ่มตรงอื่น
จึงทำให้มันไม่มีฐานที่ตั้งอยู่ได้ต่อเนื่องนาน
มันจึงไม่สัมฤทธิ์ แม้จะฝึกขอดได้เกรียงไกรมากก็ตาม
จงใฝ่ใจอยู่แต่กับความเหนียวแน่นปูพื้นฐานรองรับความเร็วที่จะฝึกตอนนั้นในขวบปีข้างหน้า เมื่อมันมา
มีฐานรับอยู่แล้ว
ที่ต่างจากตอนนี้ต่อให้เร็ว ก็จะไม่มีฐานให้มันตั้งได้อยู่ "เสาบ้านและการลงฐานรากย่อมมาก่อนจั่วบ้านและการตกแต่งภายใน"
แต่งเสียหรู แต่บ้านพัง ลงมากองกับดิน ที่ตกแต่งไว้งดงาม หายเกลี้ยง แต่ยังชอบทำกัน
กว่าจะเล่นความเร็ว มันยังอยู่หลายเดือนหลายปีข้างหน้า จากการที่เราเข้าเส้น 42
ให้ได้เสียก่อนในการลองครั้งแรก
และในครั้งต่อมา
ที่เราต้องเอาความทรมานบักโกรกออกไปก่อน
อย่าเพิ่งฝึกความเร็ว
ตราบใดที่เราทำ
42 ให้เป็นขนมไม่ได้
ก็อย่าคาดหวังเลยว่าเราจะทำเวลาใน 42 ได้น่าประทับใจ
ตัวการฝึกจะฝึกอะไรนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ใหญ่มากแล้ว แต่การคาดหวังได้อะไรจากการฝึก
และในลำดับขั้นตอนไหน ก็มีความสำคัญ
มิเช่นนั้น เราจะท้อเสียก่อน ตกม้าตายตั้งแต่ยังไม่ทันจะลงมือฝึก
ถ้าคาดหวังผิดจุด
ความก้าวหน้าในการวิ่งระยะไกล มันต้องขอทดสอบการปักหลักไม่โลเลของผู้ฝึกจนหนำใจมันเสียก่อน กว่าที่จะให้รางวัลปลอบใจเร็วขึ้นหนึ่งนาที
ยิ่งกว่านั้น หากการจะได้มาสัก 5 นาที หรือ 10 นาที
หรือครึ่งชั่วโมง อย่างที่ใจปรารถนา
มันจะต้องถูกเคี่ยวกรำอีกหนักหนาเท่าไรกัน
มันจึงเบื่อหน่ายกับการล้มลุกคลุกคลานเสียก่อนจะถึงวันสำเร็จเพราะอย่างนี้เอง
จิตใจดวงไหนกัน
ที่สามารถทนทานกับความเหน็ดเหนื่อยวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า
อย่างไม่ท้อถอย จนถึงจุดที่ปรารถนา
ย่อมไม่ใช่ผู้ที่เข้ามาเพียงไม่นานแน่นอน
มาราธอน
ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย กับแค่การลองได้ทำ เอาแต่ถึง ค่าที่ว่า
ใครๆก็ทำได้ แต่หลังจากนั้น เราจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน หรือจะอยู่กับกิจกรรมนี้นานปี ไม่เบื่อหน่าย
นี้ต่างหาก เราจะอยู่กับมันจนแก่ อยู่กับมันตลอดอายุขัย
จะเป็นการเข้าใจผิดว่า พวกเรามีเป้าหมายวิ่งเพื่อให้อายุยืน แต่ความเป็นจริง พวกเรากลับคาดหวังคุณภาพชีวิตตอนที่เราอยู่ต่างหาก
ถ้าชะตาชีวิตกำหนดมาเพียงแต่นี้ ตายได้ตายไป
แต่ถ้ามันเอื้อให้เรายังอยู่จน 80
เมื่อนั้นเราควรยังวิ่งได้
ถ้ามันสัก 90
เราก็ควรยังวิ่งได้
ไม่ได้บอกว่าต้องวิ่งให้เร็ว
แต่ตามสภาพ ชะตากำหนดให้เราอยู่ได้แค่ไหน เราก็จะวิ่งแค่นั้น ตรงนี้ต่างหากที่ไม่ง่ายเลย และในการลงมือทำ แม้จะยังไม่สำเร็จ แต่สามารถรับประกันได้ว่า
ผลของมัน จะทำให้เราไม่ติดเตียง ไม่ติดยาที่ต้องกินเป็นกำๆ เป็นถาดๆ จะตาย ก็ตายไปเลย กับเกียรติประวัติการวิ่งได้
แม้ในชั่วโมงสุดท้าย
ความยิ่งใหญ่ของมาราธอนสนามแรกของใคร
ย่อมอยู่ที่การลงมือ "เริ่มต้น"
ใช่หรือไม่ว่า ทุกอย่างที่น่าชื่นใจ ย่อมต่องเริ่มจากก้าวแรกเสมอ
การสานก่อต่อเนื่องจะพาไปเองหลังจากที่มีการเริ่มต้นที่ถูกทางแล้ว
การที่มีโอกาสประจักษ์กับผู้ที่มีฝีเท้าเก่งๆ ที่เขาสามารถทำได้ในขณะที่เรายัง
ควรเอื้อให้เราเกิดความอ่อนน้อมถ่อมตน
ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเป็นใคร
ถ้าเขาไม่แน่จริง
ย่อมไม่สามารถมีวันนี้ได้
ไม่สามารถเกาะติดการฝึก
ฟันฝ่าความน่าเบื่อหน่ายมาจนได้ผลงานขนาดนี้ปรากฎ
เมื่อหันมามองตัวเองแล้ว เราจะเริ่มเห็นตัวเองเล็กลง จนเราน้อมนำเอามาเป็นแบบอย่างลงมือฝึกบ้าง ตรงนั้นแหละคือความยิ่งใหญ่ที่แท้จริง
.
.
กฤตย์ ทองคง
20 กันยายน
2563