Saturday, December 19, 2020

เจนภพจบกระบวนวิ่งคืออย่างไร

 เจนภพจบกระบวนวิ่งคืออย่างไร

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง 

.

.

เป็นนักวิ่งแล้วต้องทำอะไรได้บ้าง  ก็ต้องวิ่งอะดิ...ถามได้  แต่ถ้าจะว่าวิ่งนั้น  วิ่งอย่างไร  วิ่งแล้วปลายทางทำให้ตัวเองพบพานอะไรบ้าง  ถึงตรงนี้ชักมองภาพชัดเจนขึ้น

ถ้าการวิ่งมันดีจริงแล้วละก็  ทำไมหลายคนจึงทำกันไม่ได้นานๆ  วิ่งกันไม่ได้ตลอดไป

พูดให้กระชับ  "อย่าให้เจ็บ"  จริงอยู่ แม้อาจจะต้องเจ็บบ้าง  แต่ก็ต้องทำให้หายเจ็บ และกลับมาวิ่งได้จริง  ไม่เรื้อรัง

จำไว้เลย  หลักๆคือ  "หนักอย่าต่อหนัก"  ต้องพักฟื้นให้พอ  ในระดับความเป็นตัวของเราเอง  ไม่ใช่เอาคนอื่นมาเป็นแม่แบบ  คนเรามีอัตราการฟื้นตัวไม่เท่ากัน

รวมไปถึงวิธีการแรกเข้าเราหาการวิ่งด้วยท่วงท่าอย่างไรอีกด้วย

อย่าวิ่งอย่างลุ่มหลง อย่าบ้าวิ่ง  ลงถ้าวิ่งอย่างหัวปักหัวปำ  เตลิดหยุดไม่เป็น  ควบคุมตนเองไม่ได้  อะไรถึงแม้จะดีก็ดีไม่ได้ทั้งนั้น

เป้าหมายวิ่ง  ก็แล้วแต่แต่ละคนจะเอาการวิ่งไปทำอะไร  ถ้าเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายนั้นๆ ผู้วิ่งต้องชัดเจนเสียก่อนว่าท้ายที่สุดจะเอาไปแข่งหรือเพื่อพลานามัย มีภูมิต้านทานป่วยไข้  รักษาภาวะน้ำหนักที่เหมาะสม

ไม่ใช่หลงแข่ง ฝึกจนเจ็บ  ที่เป้าหมายใหญ่คือ ต้องวิ่งให้ตลอดอายุขัย  ระหว่างเส้นทางมุ่งสู่จุดหมาย  ถ้่าจะเป็นแชมป์ได้  ช่องทางมันมี ก็ว่าไป

แต่เตือนว่า  การเป็นแชมป์เป็นได้แค่สถานีรายทาง transit แต่ไม่ใช่ destination  อย่าหลงประเด็น

ต้องเตือนตัวเองกันทุกระยะๆ  อันตรายของ  "เสน่ห์ระหว่างเส้นทาง"  มันหอมหวลเย้ายวนจนเป็นต้นเหตุให้เราพลัดหลงจาก destination ปลายทางที่สำคัญจนไปไม่ถึงจุดหมายหรือเปล่า

พฤติกรรมวิ่งใดอาจมีความฝืนใจในระยะแรก  แต่มีผลอุดมในเบื้องปลาย  หรือกิจกรรมวิ่งใดมีเสน่ห์ระยะสั้น  แต่อาจนำความเดือดร้อนมาในระยะยาว  ต้องมองให้ออก  ต้องคิดเองได้

การใดก็ตาม หากดำริที่จะทำให้ตลอดไป  เกือบทั้งหมดจะต้องไม่ลนลานทำ ด้วยบุคลิกตะกละหิวโหย  วิ่งอย่างกอบโกยเหรียญเสื้อถ้วย  แต่เมื่อแน่วแน่แล้ว ให้สานก่อต่อไปเรื่อยๆอย่างมีความเข้าใจในเงื่อนไขพัฒนาการ

ใครจะทำมากหรือทำน้อยก็แล้วแต่ความเหมาะสมในแต่ละช่วง  แล้วแต่ฐานะของตัวเอง  ไม่มากอย่างล้นเกิน

ดูไปเลย  ทุกอย่างจะเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น  ไม่เพียงแต่  "การวิ่ง" เท่านั้น

ความผิดพลาดระหว่างทาง  มีกันทุกราย  แต่ความสามารถที่จะตบกลับ  ปรับแต่งรูปทรงประคับประคองการวิ่งของตัวเองต้องทำให้เป็นด้วย

หลายคน  ผิดไปจากรูปรอยนี้  เจ็บแล้วแต่ทำให้หายไม่เป็น  ด้วยท่วงท่าการวิ่งของตัวเอง  ง่ายที่จะกลายเป็นเรื้อรัง หลายเดือนหลายปีเกินไปไม่ยอมหาย

เกือบทั้งหมดเป็นพวกที่ไม่เคยทิ้งช่วง"หยุดวิ่ง"จริงๆเลยตั้งแต่ต้นนั่นเอง พอแค่ให้ได้ชื่อว่าฉันหยุดแล้วนะ  แต่การหยุดให้หายจริงไม่เคยถึงเลย

จำไว้เลย  "เจ็บสลับหาย"  มีความสัมพันธ์กับ  "วิ่งสลับหยุด"  ด้วยว่าไม่ได้หยุดจริงๆจังๆเสียที  วิ่งอย่างละโมบ  ที่เจ็บอีกไม่ใช่เป็นใหม่  แต่คือเจ็บเดิมนั่นแหละ  มันยังไม่หาย  แค่ทุเลา  

แต่การไปกระหน่ำมันผิดเวลา  ไปซ้ำเติมในขณะที่ตัวเองควรหยุดต่อ  กะประมาณการเวลาหายดีผิด  ที่สำคัญไม่จดจำเป็นบทเรียน เมื่อกลับมาฝึกก็ too early อีก 

ระดับความทนทานของเรื่องร่างแตกต่างกัน บางคนเจ็บหลายครั้งไม่เรื้อรัง  บางคนครั้งเดียวก็เรื้อรัง

ใครเป็น อย่าดันทุรัง ต้องกลับไปวิ่งให้ได้  แต่ควรเปลี่ยนชนิดกีฬา  ทั้งในเซ้นส์ชั่วคราวรักษาความฟิตไม่ให้ตกมากคอยการกลับมา  หรือในเซ้นส์ของการเปลี่ยนถาวรก็ได้

ถ้าโลกมีการวิ่งสำหรับเรา  ก็วิ่งไป  แต่ถ้าการวิ่งมันไม่ได้เอื้อให้เราอีกแล้ว  ก็ใช่ว่าจะต้องเลิกออกกำลัง  ก็ไปกีฬาอื่นที่รองลงไปในใจชอบ  เปิดโอกาสให้ชีวิตได้คลี่คลาย อย่าฝังหัว เป็นอะไรได้ไม่ดีิก็ไม่เอาแม่งเลย all or none

ที่ผ่านไป เราทำอะไรที่ทำการวิ่งจนพังลงไป  ก็เอามาเป็นบทเรียน  อย่าไปทำแบบนั้นอีกกับกีฬาอื่นที่จัดทดแทน ด้วยการ Approach แบบเดิมๆที่เคยทำกับวิ่ง

ทุกชนิดกีฬามีข้อห้ามข้อแนะนำทั้งสิ้น  ควรตั้งใจสดับ  ลองทำตามเขาแนะไปก่อน  อย่าคิดเอง  ที่เขาแนะนำไว้เป็นเพราะอะไร  เราอาจมาแจ่มแจ้งเอาภายหลังก็ได้

การจะลงมือทำก็ต่อเมื่อ เราต้องเข้าใจเสียก่อน อาจสายเกินไป  มาปรุโปร่งเอาเมื่อเจ็บไปแล้วหลายราย  นี่คือจุดอ่อนของคนร่วมสมัย  อ่อนน้อมไม่เป็น  มีบางอย่างเท่านั้นที่ผิดพลาดได้ไม่เป็นไร เอื้อเรียนรู้  แต่มีความผิดพลาดบางอย่างที่ร้ายแรงผิดไม่ได้เลยก็มี เหยียบกับระเบิดขาจนเละแล้ว  จะมีขามาวิ่งได้อย่างไร  กับระเบิด ห้ามเหยียบเด็ดขาดมีอยู่จริง  อย่าสรรหาบาดแผลมาเพื่อประดับนักรบ

การวิ่งไป  มีข้อจำกัด  รวมทั้งข้อยกเว้นมากมายหลายประการ  แต่ก็ไ่ม่ยากนัก ไม่ซับซ้อนจนเกินความพยายามที่จะเข้าใจ

จะนอกครูบ้างก็ได้  แต่ตัวเองต้องเก๋าเสียก่อน  ถ้ายังละอ่อนอยู่ เก๋าไม่ทัน  ตอนนี้ ต้องเอาเชื่อไว้ก่อนนำร่องเข้าไป

การถกเถียงว่า  "กีฬาใดดีกว่ากีฬาใด"  เป็นการทุ่มเถียงที่ไม่มีประโยชน์  มันขึ้นกับเงื่อนไขสถานการณ์อะไรกับใครและเป้าหมายใดอีกด้วย

อย่าเอ่ยอย่างที่มักจะได้ยินกันบ่อยๆว่า  "การวิ่งนี่ดีที่สุดกว่าทุกชนิดกีฬา"  ค่าที่ว่ามันเป็นท่วงท่าที่บั่นทอนทุกไมตรีจากเพื่อนในวงการสุขภาพด้วยกัน

กีฬาที่ใครเลือก ก็ดีที่สุดของคนนั้น  เพียงใครเห็นชอบเห็นดีงามตรงไหนก็ลงมือตรงนั้นไปเท่านั้นเอง  

และถ้าจะให้ดี  พอรู้บ้างก็มีสปริตที่จะสแตนบาย เป็นที่ปรึกษาให้ใครก็ได้ในแง่มุมที่ตัวเองถนัด  หรือรีเฟอร์ส่งต่อให้ใครที่เราอาจรู้ว่า เขาเคลียร์ตรงนั้นมากกว่าเรา ได้แค่นี้ก็ประเสริฐแล้ว

เราเป็นนักวิ่ง  แค่ทำตัวเองให้วิ่งได้  จนกระทั่งผลดีปรากฏตามเป้าหมายของตัวเอง  อย่างไม่บาดเจ็บ  และประคับประคองตัวเองให้วิ่งได้เรื่อยๆก็พอแล้ว

ไม่ต้องถึงกับปรุโปร่งกันทุกแง่มุม  แค่รู้ให้ปกครองตัวเองได้  รู้หยุดพักวิ่งเมื่อไรเป็น  รักษาตัวรอดไม่ให้เจ็บเรื้อรัง  วิ่งไปได้ตลอดอายุขัย  แค่นี้ก็เทียบเท่า Ph.d ของคนวิ่งแล้ว

ใดที่อาจจะละเอียดกว่านี้  เป็นเรื่องของนักวิชาการ  เป็นเรื่องของโค้ช

เรื่องของเรา คือประคองตัวเองให้วิ่งปลอดภัย ส่งผลดีต่อตัวเอง  บอกต่อให้คนวิ่งมาทีหลังในหลักการใหญ่ๆได้ถูกต้อง  จนไพบูลย์ทั้งตัวเองและสังคม  แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว  ไม่ใช่รู้ไปหมด  แต่วิ่งไม่ได้ตลอดอายุขัย

สิ่งที่ควรรีวิว ไม่ใช่รองเท้าหรือนาการุ่นใหม่ๆ มากกว่าการรู้จักรีวิวตัวเอง จนถึงแนะหลักใหญ่ๆคนอื่นได้  ที่เขาฟัง  ถ้าเขาไม่ฟัง ก็อย่าไปเคืองให้ขุ่นใจตัวเอง  ปล่อยเขาไป

เขียนแนะนี้  เพราะมีคนไม่น้อยรักษาภาวะการวิ่งของตัวเองไว้ตลอดไม่ได้หลายราย  จนห่างออก  จนเลิกวิ่งไปเลยก็มาก

อดไม่ได้ที่ต้องออกมาแจงว่า 

อยู่ที่  "การทำตัว"  อย่างไรของผู้นั้นตอนวิ่งนั่นเอง ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวใดๆเลย

ที่คนรุ่นใหม่  นาทีนี้ยังไม่เลิกวิ่ง มีหลายคนกำลังดำเนินวิถีวิ่งแบบเดียวกับรุ่นพี่ๆที่เลิกวิ่งไปอย่างขะมักเขม้น

จึงเขียนวางไว้  ด้วยความเป็นห่วง

.

.

กฤตย์  ทองคง

20  ธันวาคม  2563

.