หลังโรคระบาดผ่านไป
บางคนอาจไม่กลับมา
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
เพียงไตรมาสแรกของปีหกสิบสาม
พวกเราถูกบังคับให้เปลี่ยนกิจวัตรวิ่ง เป็นอื่นโดยไม่เต็มใจ
แทบจะไม่มีนักวิ่งไหนเลย สามารถวิ่งได้อย่างเดิมโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนใดๆ
มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนทำเลวิ่งออกกำลังกาย
และการเปลี่ยนชนิดการเผาผลาญอาจสร้างรูปรอยถาวรให้กับกิจวัตรหลังโรคระบาดผ่านไป
แทนที่จะกลับไปวิ่งที่เดิม
แทนที่จะฝึกเหมือนเดิม แต่รูปรอยกิจวัตรใหม่ที่มาทดแทนชั่วคราว
กลายเป็นพฤติกรรมหลักเสียเลย สถานการณ์ที่กลับเป็นปกติแล้ว แต่เราไม่เปลี่ยนกลับ
คงมีกันพอสมควร
อาจเป็นเพราะ
การทดลองพฤติกรรมใหม่ๆ กลับสามารถตอบโจทย์ตัวเราที่ลึกได้กว่าเดิม
ต้องระวังให้ดี
ว่าของใหม่ที่จะมีมา ต้องตอบสนองเป้าหมายรวมของเราได้
ต้องทำให้เรารักษาการวิ่งอยู่ให้ได้ แม้การวิ่งจะเปลี่ยนไป แต่ยังต้องวิ่งอยู่
หรือถ้าไม่วิ่งแล้ว แต่กิจกรรมใดที่จะเข้ามาทดแทนการวิ่ง ต้องนำชีวิตที่ไพบูลย์
มาได้ด้วย
จะมีคุณค่าใหม่ใดๆดีกว่าที่จะเข้ามาทดแทนจนถึงกับต้องเลิกวิ่งไป
มีรึ ???
ถ้ามี
ลองเข้ามาแลกเปลี่ยนดู เพื่อคนอื่นจะได้ร่วมอภิปราย ตัวเองต้นเรื่องอาจจะได้มุมพินิจใหม่ๆที่ละเอียดอ่อนกว่าการตริตรองโดยลำพัง
.
.
ทำเลวิ่งใหม่ของผู้เขียนพบโดยบังเอิญเมื่อถูกถอนรากจากทำเลวิ่งเดิม
กลับพบที่วิ่งใหม่ที่ให้ร่มเงากับเราได้ขณะวิ่งตั้งแต่บ่ายสามโมง
ที่หาไม่ได้ในที่อื่นใด
.
บทความนี้เป็นบทความสดจริงๆ
แบบไร้กระดาษร่างใดๆ
ลงแต่แรกไม่ได้เป็นบทความ
เป็นแค่กลุ่มของประโยคปรารภเท่านั้นเอง ในความคิดที่ว่า
การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเผินๆเป็นชั่วคราวจนกว่าจะหายระบาด แต่สิ่งที่เราต้องเผชิญหน้า
มันก่อความเปลี่ยนแปลงเราลึกซึ้งกว่าที่คาดหมาย
มีความเป็นไปได้
ที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรในบางราย
แต่เนื้อหาผ่านการเติมสมบูรณ์
ผ่านการแก้ไข ตรงลัดจากสมองสู่เครื่องพิมพ์เลย หน้าตาจึงเป็นบทความขึ้นมาทีละน้อย
กลางดึกคืนวาน ที่หลายคนหลับหมดแล้ว
ภาพประกอบไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการระบาดใดๆ
แต่อารมณ์ของภาพมันหม่นมัวและสร้างริ้วรอยความไม่มั่นใจ
นั่น...สำหรับอารมณ์แล้ว
ไปทางเดียวกันเลย
.
ที่บอกว่าหลายคนอาจไม่ได้กลับมา
ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจหมายความว่าเขาตายนะ
หมายความเพียงว่า
เขาพบหนทางใหม่โดยไม่ได้ตั้งใจจากการถูกบังคับให้เปลี่ยนพฤติกรรมออกกำลังกาย
และไปๆมาๆ ตอบสนองเขาได้ดีกว่าเดิม
.
และแล้ว
ก็มีพวกเราบางคนที่ "เจิ่น" จากหยุด Covid ไป
เพราะมันหยุดนานระดับหนึ่ง ยังผลให้ พอผ่อนคลาย Covid พบว่า
เรา "ต่อไม่ติดแล้ว"
ที่คือเมนหลักไอเดียบทความนี้
เพียงแต่ไม่ได้กล่าวถึงตรงๆ
ก็ต้องจัดตั้งกันใหม่
ถ้าคุณเห็นว่า "การวิ่งมันดีจริง"
เป็นเรื่องที่อาจมีความแตกต่างกันไปแต่ละราย
มีกิจกรรมทางกาย
ที่ทดแทนออกกำลังได้หรือไม่
ถ้ามี
การกลับไปวิ่ง(ถ้ามันฝืน) ก็ไม่จำเป็น
แต่ถ้าไม่มี
การกลับไปวิ่งน่าจะจำเป็น
จงเลียนแบบการวิ่งครั้งแรกของเรา
เราเริ่มฝ่าความเคยชินออกมาได้อย่างไร เลียนแบบกลับไปอีกครั้ง
.
ทำใจไว้เลยว่า
ตลอดการวิ่งจนบรรทัดสุดท้าย หนีการรับมือตกฟิตไม่พ้นเลย
ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
.
ทั้งหมดเป็นกระบวนการทำความกระจ่างชัดในตัวเราเอง
เราเป็นใคร มาจากไหน จะไปไหน และมีคุณค่าประมาณใด มีความเด็ดเดี่ยวแค่ไหน
น่าเลื่อมในหรือไม่เพียงใด เราจะได้รู้กัน
ในอีกด้านหนึ่ง
การวิ่งมันดีเช่นนั้เอง มันเอื้อให้เราประจักษ์ตัวตนชัดแจ้งด้วย[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่