Wednesday, February 14, 2024

การฝึกวิ่งบนที่สูง...และการปฏิบัติให้เป็นจริง

 การฝึกวิ่งบนที่สูง...และการปฏิบัติให้เป็นจริง

.

.

กฤตย์  ทองคง

.

.

ถาม..........

การฝึกวิ่งบนเขาที่สูง   บน attitude สูงกว่าปกติ  จะทำให้พัฒนาฝีเท้า ได้ดีกว่าฝึกบนทางราบหรือเปล่าครับ และ เราควรจะฝึกวิ่งอย่างไร เหมือนที่เราเคยวิ่งที่บ้านหรือเปล่าหรือต้องฝึกอะไรเป็นพิเศษ   กำลังคิดว่าจะไปฝึกบนที่สูงครับ

____________________________

ตอบ..........

 ความเข้าใจนี้ มีมูลความเป็นจริงอยู่ ที่ว่าความหนาแน่นของออกซิเจน ในที่ราบมีมากกว่าบนที่สูง

และการไปฝึกในที่ที่มีออกซิเจนเจือจางกว่า  จะมีผลทำให้ผู้วิ่งปรับตัว ในการวิ่ง

เมื่อเรามาแข่ง ที่เกือบทั้งหมดของ อีเวนต์ จะเป็นทางราบ ที่มีระดับออกซิเจนสูงเป็นปกติ   ย่อมจะทำให้ผู้วิ่งใช้ประโยชน์จากออกซิเจนนั้น ได้เต็มที่มากกว่าผู้อื่น ประมาณว่าผู้วิ่งนั้น จะเหนื่อยน้อยกว่า วิ่งบนที่ราบสูง ซึ่งจะยังผลให้ ผลประกอบการ ดีขึ้น กว่าการฝึก แต่ทางราบอย่างเดียว

แต่ควรคิดให้รอบคอบว่า   เพื่อการนี้เราต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง  ก่อนลงมือ   ค่าที่ว่า นี้เป็นจริงแต่เพียงทางทฤษฎี แต่การลงมือปฏิบัติ การฝึกวิ่ง บนเขาไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะสิ่งที่หวังว่าจะเกิดขึ้น ไม่สามารถพัฒนาฝีเท้าได้ ในการฝึกไม่กี่ครั้ง แต่ผู้วิ่ง   อาจจะต้องถึงกับย้ายทำเล ไปอยู่อาศัย บนพื้นที่เขา   แล้วการงานอย่างอื่นเราจะไปมาหาสู่อย่างไร จะวิ่งอย่างเดียวหรือ

ต้องหมักบ่มการฝึก ไม่ใช่เพียงไม่กี่เดือน แต่ต้องเป็นปีๆ ที่จะทำให้เป็นจริงได้   นี่อย่างหนึ่งแล้วนะ

ประการต่อมา ภูมิประเทศความสูงระดับที่จะฝึกให้ออกผลในประเทศไทยนั้น   มีความสูงต่ำเกินไป สูงที่สุดอินทนนท์แค่*พอได้* ควรสูงกว่านั้น

ที่เรา ควรไปฝึกต่างประเทศ สูงที่สุดประเทศเรา ยังถูกพิจารณาว่าน้อยเกินไปครับ

เห็นต้นทุนการฝึกแล้วหรือยัง   ว่ามันไม่ง่ายอย่างทฤษฎี

แม้เพียรพยายามไปฝึกเขา ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผลลัพธ์ ก็ยังออกมาไม่ได้ระดับที่ปรารถนาคิดไว้

เราจะถูก ความเสี่ยงทาน ฝืนบริบทอย่างอื่นอีกมาก  จากความพยายามไปอยู่ที่นั่น ตราบใดถ้าเราไม่ได้เป็นคนดอย

คำถามนี้เห็นถามกันเข้ามาเป็นระยะๆ แต่เอาเข้าจริงๆ แทบจะหาคนทำจริงไม่ได้เลย(ในไทย)โดยเฉพาะนักวิ่งถนนเช้าวันอาทิตย์

ส่วนในประเด็นเรื่อง จะต้องเปลี่ยนแปลงการฝึก ให้แตกต่างอย่างไรจากเมื่อฝึกอยู่บ้าน

อันนี้ต้องเป็นเรื่องของโค้ชในพื้นที่ จะระบุ   ขึ้นอยู่กับ รายละเอียดนักกีฬาแต่ละคน แต่สำหรับผมพิจารณาว่า ในระดับทั่วไปคงไม่ต้องเปลี่ยน เอาแบบที่เคยฝึกที่บ้านนี่แหละ ในทางวิชาการให้ลดระดับ pace ลง 20 วินาทีต่อไมล์ในช่วงเริ่มต้น

พูดไปก็งงสิ มันจะต้องลดลงเท่าไหร่กันหนา นึกภาพไม่ออก อย่างภาษาบ้านๆเรียกว่า ให้ฝึกเท่าในความเหนื่อยอย่างที่เคยนั่นเอง ใช้ Percieve exertion  เป็นดัชนีวัด

ลมหายใจต้องไม่หอบหนัก  จัดเท่ากับลมหายใจที่เคยฝึกที่บ้าน

ถ้ามีแผนจะฝึก  SW  (Speedworks)  บนนั้น  ให้นำเอา  Heart rate Monitor ไปใช้   ในอัตรา HR เท่ากับที่เคยฝึก

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

อ้างอิง  :

Jack  Daniels ,  Ph d.  A distance running coach at Centre for high Attitude training in Flagstaff , Arizona and the Author of Daniels Running Formula.

.

.

กฤตย์  ทองคง

๑๕  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๗

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

Sunday, February 11, 2024

ระหว่างความผิดพลาดด้วยกัน ควรเลือกทางที่น่าจะเสียหายน้อยกว่า

 ระหว่างความผิดพลาดด้วยกัน ควรเลือกทางที่น่าจะเสียหายน้อยกว่า

.

.

กฤตย์  ทองคง

.

.

ท่ามกลาง การประสบความบาดเจ็บจากวิ่ง ที่เรายังไม่รู้ว่า ความบาดเจ็บที่ตัวเราประสบนั้นเป็นความบาดเจ็บชนิดไหน  เป็นชนิดที่ต้องหยุดวิ่งหรือไม่จำเป็นต้องหยุด

*ให้หยุดไว้ก่อน*

จริงอยู่ ไม่ทุกชนิดที่ความบาดเจ็บจากวิ่งต้องหยุด เสมอไป ยังมี แต่ความบาดเจ็บบางชนิด ที่ไม่ต้องหยุดวิ่ง มีอยู่

แต่นะ.....ถามว่า   ผู้เจ็บ นั้นมีความรู้หรือเปล่าว่า ที่ตัวเองเป็นนั้น เป็นความบาดเจ็บชนิดไหน แบบที่ต้องหยุด หรือไม่จำเป็นต้องหยุด

ในท่ามกลางความคลุมเครือ นักวิ่งจะปฏิบัติตัวอย่างไร ?

ในท่ามกลาง ความจำกัด ของการรับรู้   ท่ามกลางการไม่มีโค้ช   ฝึกเอง  เราต้องใช้หลักการแยกแยะอย่างไร

มีวิธีการไตร่ตรอง ดังนี้.....

ระหว่างการปฏิบัติไปแล้วเกิดความผิดพลาด ทั้งสองทาง ทางใดปฏิบัติไปแล้วผิดพลาดเสียหายเสียดทานน้อยกว่า   ก็ให้เลือกทางนั้น

ทางที่ดีที่สุด.....คือเราต้องตามไปรู้ก่อนว่า   ที่เราเป็น  เป็นความบาดเจ็บชนิดไหนเสียก่อน จะได้ทำตัวได้ถูก ต้องไปรู้   ไปถามและต้องให้แน่ใจ แหล่งที่ให้แนวทางมา   ต้องถูกต้องด้วย

เรื่องมันใหญ่นักรึ ?   กับการขาดซ้อมเพราะเสียเวลาไป จากความเข้าใจผิด ไปหยุดเสีย เลยวิ่งไม่ทันคู่ประกบ

หรือหากว่าเราเลือกอีกทาง ฝืนวิ่งไปทั้งๆที่เจ็บและควรจะต้องพัก ขับเคลื่อนตัวเองเข้าภาวะเรื้อรัง สุ่มเสี่ยง  ดับอนาคตวิ่ง

ทางเลือกใดผลลัพธ์ออกมา มันสุ่มเสี่ยงน้อยกว่า ก็ให้เลือกทางนั้น

ทางเลือกทางใดถ้าผิดพลาดเสียหาย ร้ายแรงกว่าก็ควรหลีกเลี่ยง

บางคราวนะ.....วิธีคิดเป็นสิ่งสำคัญมากกว่า Knowledge

.

.

กฤตย์  ทองคง

๑๒  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๗

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

Saturday, February 3, 2024

ผ้าขี้ริ้วกับความสะอาด

ผ้าขี้ริ้วกับความสะอาด

.

.

กฤตย์  ทองคง

.

.

ไม่สำคัญเท่าไหร่ว่า ผ้าขี้ริ้ว จะเช็ดอะไรโสมมมามากขนาดไหน ผ่านงานเช็ดทำความสะอาดอะไรมา

แต่อยู่ที่ผ้านั้น ผ่านการซักทำความสะอาด ตัวของมันเองอยู่เสมอๆ

โดยสาระหลัก แล้วอยู่ที่ ซักน้ำเปล่าเท่านั้น ตากแดดเป็นวาระ ไม่ปล่อยหมักหมม

น้ำยาเป็นแค่เครื่องช่วย บ่อยครั้งน้ำยาไม่ได้ช่วยอะไรมากนักด้วยซ้ำ   อย่าสำคัญผิดเกินจริง

การวิ่งก็ไม่ต่างอะไรกันนัก แค่หวนไปดูแพทเทิร์น การฟื้นตัวของนักกีฬา ก็บอกอะไร ในเด็กนั้นค่อนข้างเยอะได้

เรือนร่างของคนกับงานหนัก ที่ผ่านๆ Perform มา ทั้งการฝึกซ้อมและงานจริง ต้องการการฟื้นตัว Recovery หลังงานหนัก ผ่านไป การเข้าสู่ Recovery phaseเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน

อย่าปล่อยความโสโครกหมักหมม ให้อยู่กับผ้าขี้ริ้วชื้นๆ ปล่อยกองไว้ หรือแช่ในถังน้ำเน่า รีบทำความสะอาดโดยเร็ว ออกตากแดดทำแห้ง และจัดเก็บรอชิ้นงานต่อไป

คุณภาพของความสะอาด มีสหพันธ์กับผ้าขี้ริ้ว คือบทสรุปของ House keeper คุณภาพของนักกีฬา มักจะมีความเกี่ยวพันกับ คุณภาพและความเอาจริงเอาจังของการฟื้นตัว คือบทสรุปของโค้ชเช่นกัน

House Keeper แค่ตรวจดูถังน้ำและผ้าขี้ริ้วของแม่บ้าน ก็พอจะมองเห็นคุณภาพ ของแม่บ้านผู้นั้นระดับหนึ่งแล้ว

แค่ Coach อื่น ชำเลืองเห็นแบบแผน การ Recovery ของนักกีฬา ก็สามารถหยั่งถึงว่า เด็กนั้นอยู่ในความควบคุม จากแผนวิ่งคุณภาพหรือไม่แล้ว

.

.

กฤตย์  ทองคง

๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๗

.