Thursday, February 6, 2020

ความสม่ำเสมอที่พอดี


ความสม่ำเสมอที่พอดี
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
อย่างไม่ได้นัดหมายใดๆ นักวิ่งทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า(บางคน) เชื่ออย่างอัตโนมัติว่าการวิ่งนั้น ยิ่งมาก ยิ่งดี ทั้งซ้อม ทั้งแข่ง และยิ่งมากอุตลุดเท่าใด ก็ยิ่งเท่ากับแสดงความแข็งแกร่งมากขึ้นเพียงนั้น

ทั้งๆที่สูตร More is better นี้ ล้าสมัยจากวงการวิ่งไปตั้งนานแล้ว

ครั้งหนึ่ง นักวิ่งเราเชื่อว่าการซ้อมวิ่งนี้ ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งหนักยิ่งน่าจะประสบความสำเร็จมาก แต่จากการศึกษาวิจัยหลายเปเปอร์ในสมัยหลังๆมานี้ ล้วนยืนยันตรงกันว่า "ไม่ใช่แล้ว"

ทำไมพวกเราถึงได้เดินทาง(ความเข้าใจผิด)ไปในทิศทางนี้อย่างไม่ได้นัดหมาย

ทั้งๆที่สิ่งที่พวกเราเคยเชื่อมั่นนี้ ไม่ตรงกับศาสตร์ที่ว่าด้วยการฝึกวิ่งระยะไกลใดๆเอาเลยด้วยซ้ำ

อาจจะเป็นเพราะ เราเห็นคนวิ่งเก่ง คนวิ่งมาก และคนวิ่งไกลหรือวิ่งเร็วนั้น เขามีผลงานวิ่งได้เร็วกว่าเยอะแยะก็คิดว่า ถ้าเราฝึกทำได้อย่างเขา เราคงสำเร็จบ้าง แม้จะไม่เท่าเขา แต่ก็คงมีการกระเตื้องขึ้นบ้าง คิดกันอย่างนี้ทุกราย แล้วผิดทุกรายทั้งๆที่หลักคิดนั้นถูกต้องที่คนเรามือเท้าเท่ากันเป็นตัวอย่าง ต้องลองทำดู

เท่าที่ประมวลองค์ความรู้วิทยาศาสตร์การกีฬาหลายฉบับบ่งบอกตรงกันว่า "มันไม่ได้อยู่ตรงนั้น"

แต่มันอยู่ที่ "ความพอดี" และที่ "ความสม่ำเสมอ" ต่างหาก ความพอดีนี้เป็นเรื่องสัมพัทธ์ Relativity ค่อนข้างมาก (สะกดด้วย ท.ทหาร ไม่ใช่ น.หนู)

พอดีนี้ ของอะไร พูดถึงตรงนี้ จะบานตะไทเลย
พอดีของเพื่อสุขภาพ
พอดีของเพื่อการพัฒนา
พอดีของแชมเปี้ยนแข่งขัน
พอดีของวัย
พอดีของเพศ
แม้กระทั่งพอดีของตัวผู้วิ่งเองในแต่ละช่วงตอนต่างๆ

เมื่อเอ่ยว่าดี ต้องเจาะจงด้วยว่าจะเอาอะไรเสมอไป(เป้าหมาย)

แม้การพอดีเพื่อสุขภาพ ที่กำหนดว่าวันละ 5k หรือ 30 นาที อย่างช้า Conversation pace โซน 2-3 สัปดาห์ละ 4-5 วัน ดีต่อเป้าหมายแล้วก็ตาม แต่นี่คือพอดีอย่างคร่าวๆจาก Average อยู่นั่นแหละ หาใช่พอดีต่อตัวของเราไม่ มันเป็นแค่แนวทางหลวมๆ ที่ดีกว่าไม่มีหลักการใดๆเลย

นับประสาอะไรกับสูตรการฝึกการพัฒนาที่ล่อแหลมต่อความเลยเถิดบาดเจ็บที่ต้องระวังสังวรให้มาก ยิ่งถ้าเมื่อต้องกล่าวถึง ผู้ใช้งานทั้งหมด One size fit all.ยิ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เอาเลย

แต่ก็ไม่ได้ถึงกับกล่าวว่าสูตรสำเร็จเหล่านั้นผิดหรอกนะ แค่พอรับได้กับคนทั่วไปจำนวนมาก ที่ไม่เอาความจำเพาะเจาะจงรายคนเข้ามาพิจารณาเลย

นั่นแปลว่าเมื่อปัจเจกบุคคลดำริที่จะเอาสูตรมาจากที่ใด ต้องมองตัวเองเป็นอันดับแรก และมองสูตรเป็นอันดับต่อมา ไม่ใช่มองสูตรเป็นตัวตั้ง แล้วเอาตัวเราจะเข้ากับสูตรนั้นได้อย่างไร สูตรต้องถูกปรับเพื่อคน มิใช่ปรับคนเข้ากับสูตร จึงต้องสำทับครั้งแล้วครั้งเล่า
.
.
และเมื่อเรากล่าวถึง "ความสม่ำเสมอ" ของนักวิ่งเพื่อพัฒนาฝีเท้า ย่อมเป็นคนละสม่ำเสมอจากสายตาชาวบ้าน หรือจากการมองของนักวิ่งหน้าใหม่
ขืนเอาความสม่ำเสมอของชาวบ้านมาฝึกนักวิ่ง ก็อาจจะคลาดเคลื่อนไม่เกิดเนื้องานฝึก
นักวิ่งผู้รักการพัฒนาคือใคร ก็คือคนธรรมดานี่แหละที่เพิ่งมาหัดวิ่ง หาได้ถูกปูพื้นฐานการรับรู้คอร์สวิทยาศาสตร์กีฬา 101 จากสถาบันกีฬาใดๆ
เราจึงเอาสามัญสำนึกและการรับรู้ของคนทั่วไปมาใช้ในการฝึก บ่อยครั้งที่มันเป็นทั้งอ่อนไป และเข้มข้นเกินไปจากแง่มุมต่างๆ
เช่นเดียวกันกับแผนฝึกมหาราชของนายคิปโชเก้ที่พวกเราหลายรายพยายามแกะรอยถอดสูตร นำมาดัดแปลง ก็ย่อมเข้มข้นมากเกินกว่าที่จินตภาพลดทอนใดๆ ที่จะจัดการกับมัน
จำไว้ว่า เรือนร่างของนักวิ่งมหากาฬเหล่านี้ หลุดออกไปจากเรือนร่างของมนุษย์ธรรมดา Average อย่างท่วมท้น จนพ้นวิสัย นำมันมาโมดิฟายด์ใดๆ
แต่ก็พบความพยายามพวกเราที่จะนำมันมาตัดลดทอนอย่างขะมักเขม้น
ถ้่าเห็นใครทำสำเร็จ สะกิดลุงให้ดูด้วย
บอกมาว่า มันต่างกันมากเสียจนกระทั่ง เราต้องร่างใหม่จากฐานความเป็นนักวิ่งอย่างตัวเรา ไม่ใช่ลดทอนใดๆ
................................................
ความพอดีของพวกเรา ถูกชาวบ้านเขาเรียกว่า "เลยธง" ไป (มากด้วย)
ขนาดคนวิ่งต่อคนวิ่งด้วยกันยังมีการมองกันคนละสายตาเลย
PB 10k ที่ Sub1 เป็นความใฝ่ฝันของหลายคน แต่ยังมีพวกเราบางคนงุนงงว่าวิ่งอะไรมันถึงได้นานขนาดนั้น วิ่งกันเข้าไปได้อย่างไร เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยให้ปรากฏเท่านั้น
.
เมื่อเราวิ่งมาได้หลายปีแล้ว ระดับความพอดีและความสม่ำเสมอนี้ ยังเปลี่ยนองศาไปเลย
ตารางวิ่งต้องถูกรื้อทิ้ง Reengineer กันใหม่ (ไม่งั้นก็ไม่พัฒนา เพราะเบาไป)
แต่ในขณะที่สายตาของชาวบ้านมองแชมป์ เป็นอะไรที่เป็น "ความบ้าคลั่งไคล้ ที่ไม่มีวันเข้าใจกัน"
ปัญหาอมตะของนักวิ่งตั้งแต่ฟิดิปปิดีสจนนักวิ่งปัจจุบันก็คือ "เราจะหยั่งให้ถึง ความพอดี และ ความสม่ำเสมอ ได้อย่างไร
ค่าที่ว่า การเลี้ยวแวะบาดเจ็บ ก็คือการหลุดที่พอดีนั่นเอง ในเมื่อพวกเรามีความบาดเจ็บเต็มไปทั้งประชาคมวิ่ง นั่นเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงว่า มันหลุดพอดีนั่นเอง ตรงนี้แหละที่เป็นปัญหา
.
ระดับการฝึกที่เข้มข้นพอดี ต้องถูกพินิจไม่ให้เป็นจุดที่สูงที่สุดของศักยภาพที่เขาผู้นั้นจะเอื้อมถึง เพราะความที่มันเป็นตำแหน่งที่หมิ่นเหม่จนเกินไปที่อาจพลัดตกเหว
มันจึงต้องเป็นจุดที่ ถูกออกแบบไว้เผื่อรองรับความผิดพลาด(เล็กๆน้อยๆ)ในชีวิตประจำวัน
้เพราะความที่มนุษย์เราถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำผิดพลาดอยู่เสมอ
โลกทั้งใบ ย่อมคลี่คลายมาจากการที่ทดลองทำแล้วผิดพลาด ดีไซน์ใหม่ ลองใหม่เป็นร้อยๆพันๆ เพื่อที่จะบิงโกในไม่กี่ครั้ง
นี่แหละ มนุษย์เรา
ตำแหน่งยืนที่พอดี ต้องถูกร่นเข้าไปสักนิดหนึ่ง มิให้จุดที่สูงที่สุด ที่ไร้เดียงสา
เมื่อสะดุดก้อนกรวดเล็กๆ ถลำง้ำเกินไปนิดหนึ่ง จะยังมีพื้นที่ปลอดภัยให้หยั่งเท้า มิใช่ความว่างเปล่า หลุดขอบผา
จุดตรงนี้ต่างหากคือตำแหน่งอุดมคติที่เราต้องพินิจอย่างรอบคอบว่าว่า มันอยู่ตรงไหนแน่
โชคดีนิดนึงว่า แม้กำหนดตำแหน่งยืนผิดพลาด ที่มันไปยืนตำแหน่งที่เลยธงตรงนั้นไปนิดหนึ่ง แต่ความเสียหายก็ยังไม่เกิดขึ้นทันที มันรอกระบวนการสะสม หมักบ่มปริมาณให้สุกงอมสักระยะ ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงสารัตถะ
.
และช่วงเกินเลยสีเขียวนี้เองก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ในหมู่พวกเรา นึกว่ามันเป็นสีเขียวจริงๆ ทั้งๆที่มันคือสีแดง Alert ที่มันส่งสัญญาณออกมาบ้างแล้ว แต่พวกเราไม่ค่อยนำพา เนื่องจากมีกลไกหลายอย่างทางสังคมที่ทำให้เราใช้สามัญสำนึกที่เพี้ยน เช่นการปลื้มและฮึกเหิมจากยอดไลค์ ที่ยุให้สู้ๆจากสื่อออนไลน์สมัยใหม่
ช่วงนี้ถ้าถอยลง เบาแผนฝึกรับมือ จากสัญญาณเงียบๆนั้น อาจจะยังรอดพ้น
แต่เพราะความที่อ่อนประสบการณ์เราจึงเห็นมันเป็นสีเขียว และฝึกต่ออย่างคะนองอหังการ
นี่คือคำอธิบาย ทำไมบางคน ที่ถึงแม้ทำไมละเมิดหลักการทองคำแล้วยังทำได้ ไม่บาดเจ็บ คว้ารางวัล ยิ่งทำให้พวกเราที่อาจจะยังไม่สันทัดจับประเด็นแม่นคลางแคลงสงสัย
แล้วใดๆที่คลี่คลายต่อมา มันคือผลลัพธ์เท่านั้นเอง
.
แต่อย่างไรก็ตามการที่พวกเราเข้าใจว่าตำแหน่ง Keyเฉลย อยู่ที่ "ความพอดี" กับ "ความสม่ำเสมอ"
แต่อาจจะยังไม่แน่ใจองศาที่ยืนอยู่นั้นจะตรงพิกัดหรือเปล่า
ก็ยังดีกว่าบางคนที่ดักดานเข้าใจวิถีการฝึกยิ่งมากยิ่งดีแบบเดิมๆ ตั้งห่างไกล
จากนี้ไป ประสบการณ์ที่ทยอยเข้ามา เมื่อผสมปนเปกับความช่างสังเกตจดจำและคลุกเคล้ากับสามัญสำนึก
เราย่อมมีท่วงท่าการควานหาตำแหน่งที่ตรงพิกัดเข้าสักวันหนึ่ง
อย่างน้อยที่สุด ก็ใกล้เท่าที่สามารถจะทำได้
.
.
กฤตย์ ทองคง
6 กุมภาพันธ์ 2563
.
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่