ผมมีนัดวิ่งกับปาน 2587
ปีนั้นถ้าผมไม่ตายก่อน ผมจะอายุ 90
และปานจะอายุ 75
ที่ปานพูดเสมอๆว่า จากนี้เป็นต้นไปชีวิตเราได้กำไรแล้ว คือไม่คาดหวังอายุยืน แต่มาถึงตรงนี้ได้ก็ดีถมเถแล้ว เราจะวิ่งต่อไป เพื่อ for the rest of my life
ยิ่งเมื่อถึงหลักชัยที่ 75/90 ย่อมไม่มีคำตอบอื่นใดนอกจากการเฉลิมฉลอง และการเฉลิมฉลองนั้น ผมนึกรูปธรรมงานเลี้ยงใดไม่ชัดเจนงดงามสวยหรูไปกว่า การลงวิ่งร่วมกันลุง 75กับปู่ 90
เราถึงกับจับมือสัญญากันอย่างลูกผู้ชาย
ที่ปาน "อิน" ดื่มด่ำกับการนัดหมายตกลงครั้งนี้มาก ถึงขนาด "น้ำแตก" (น้ำตาไหล)
ผมไม่เคยเห็นใครเอาจริงเอาจังกับสัญญิงสัญญามากขนาดน้ำแตกมาก่อน ก็เพิ่งจะเห็นคราวนี้เอง จึงตระหนักว่า ปานเอาจริงกับมันมาก
"เราต้องอยู่ให้ถึงให้ได้"
แววตาปานมุ่งมั่นมาก
พร้อมทั้งปาดน้ำที่เร็ดออกมาเช็ดขากางเกง
ถ้าตายได้ก็ตายไป ปานก็วิ่งคนเดียวละกัน
แต่ถ้าเรายังอยู่รอดจนถึงวันนั้น ไม่ว่าซากนั้นจะเป็นอย่างไร เราจะแถกเหงือก กระชับผูกเชือกรองออกมาวันนั้นสู่สมรภูมิชีวิตที่เราเลือกแล้วให้จงได้
ถ้าวันนั้น 2587 (ไม่วันเกิดปานก็วันเกิดผม)
ใครตายก่อน ก็ตายไป ใครอยู่ก็วิ่งแทนก็แล้วกัน
ขอแรงพวกเรานักวิ่งวันนี้ ที่อยู่เป็นพยานในคำสัญญานี้ช่วยวิ่งเป็น pacer แทนคนที่จากไป กับลุงหรือปู่คนวิ่งด้วยนะ
ใคร "อิน" ด้วย ยกมือ
.
.
กฤตย์ ทองคง
29 กรกฎาคม 2563
.
.
มีเสียงปรารถนาวิ่งด้วยบ้าง ดังออกมารอบๆ แสดงให้เราประจักษ์ว่า การวิ่งได้ตลอดอายุขัย เป็นความปรารถนาของพวกเราหลายๆคน
เป็นไอเดียที่ถูกขานรับมากไอเดียหนึ่งทีเดียว
ทำให้เราหวนนึกขึ้นมาโดยอัตโนมัติว่า
ด้วยท่วงท่าวิ่งอย่างที่เราวิ่งกันทุกวันนี้ เราจะวิ่งจนถึงวันนั้นได้หรือเปล่า ?
เราจะหักโหมตรากตรำอย่างที่วิ่งทุกวันนี้ไปได้สักกี่น้ำ
และเราจะทำมันไปเพื่ออะไรกัน
และในทางตรงข้าม เพื่อให้เรายังสามารถวิ่งได้ในอีก 25 ปีข้างหน้า เราควรจะวิ่งในทุกวันด้วยท่วงท่าอย่างไร ? นี่เป็นสิ่งที่น่าคิด
.
จะวิ่งได้หรือเปล่าตอนนั้น ไม่สลักสำคัญ หรืออาจจะไม่ได้อยู่ตายไปก่อนแล้ว เป็นไปได้ทั้งนั้น
นาทีนี้ เป็นโอกาสที่เราได้ set เป้าหมายชีวิตหลักไมล์ใหม่ๆ
สิ่งที่เราหลีกหนีเป็นอย่างยิ่งคือการเผชิญหน้ากับ"ภาวะกลวงเปล่า" แบบเดียวกับผู้อาวุโสญี่ปุ่นเผชิญหน้ามา จนไม่อาจแบกรับกับความไร้สาระอย่างยิ่งยวดได้ต่อไป จนต้องขอจากไปอย่างตั้งใจทำเอง
นาทีนี้ พวกเราทุกคนในกระทู้นี้ พบหลักไมล์นั้นแล้ว หากชีวิตของใครทุกข์ระทมและสิ้นไร้ความหมายดำรงอยู่ต่อไป
อย่างน้อยก็ยังมีเป้าหมายวิ่งกับลุงกฤตย์ใน 24 ปีข้างหน้าเป็นหลักชัยอยู่
สิ่งนี้สำคัญและมีความหมายมากกว่าสิ่งอื่นใดที่ผ่านมาทั้งหมด
.