Friday, June 19, 2020

ความสับสนในการดูแลรองเท้าวิ่ง

 ความสับสนในการดูแลรองเท้าวิ่ง

.
.
.
.
รองเท้าวิ่งที่พัง หมดอายุ และเสื่อมทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจากเนื้อวัสดุยุ่ยสลายเหมือนรุ่นก่อนๆหลายสิบปีที่แล้ว ที่ตอนนั้นสายการผลิตใช้ Mid Sole จาก PU โพลียูรีเทน
ปัจจุบันเราไม่ใช้ PU กันแล้ว
PU ถูกยกเลิกออกจากสายพานผลิตมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว (ก่อน Boost มาและก่อนตระกูลรองเท้าวิ่งส้นแหลม) ปัจจุบันผลิตจาก Phylon ที่มีอายุยาวนานมาก เสื่อมยากและเบามาก
แต่จุดอ่อนของรองเท้าวิ่งที่ผลิตด้วยพื้น Phylon อยู่ที่อายุกาวที่เชื่อมติดระหว่างเนื้อต่างวัสดุเสื่อมจากความร้อน และอายุ(เวลา)ใช้งาน
การที่ผู้ใช้มีนิสัยใช้รองเท้าอย่างไร ก็จะเอื้อให้รองเท้ารับใช้วิ่งได้นานด้วยนั่นเอง
อายุรองเท้า คือ "ตัวเวลา" นั้นส่วนหนึ่งที่ไม่มีใครหยุดยั้งเวลาได้ แต่ปัจจัยความร้อน เราสามารถช่วยรองเท้าวิ่งได้ด้วย
อย่าให้มันเจอความร้อน ที่ Extra ละกัน ลำพังอากาศร้อนแบบไทยๆทุกวันนี้ ก็มีส่วนทำให้รองเท้าวิ่งที่ขายในไทย มีอายุสั้นกว่าที่ขายเมืองยุโรปและอเมริกา ด้วยว่าที่นั่น อาการเย็นกว่าไทย
ย้อนกลับมาที่การดูแลรองเท้าวิ่งในไทย
ผู้วิ่งบางคนดูคล้ายกับจะจับประเด็นได้คือไม่ซักบ่อย เพราะลดการตากแดด(ความร้อน) แต่พฤติกรรมนี้ถูกนักวิ่งบางคนสับสนว่า การซักที่บ่อยในตัวของมันเองกลับเป็นประเด็นที่กระตุ้นความเสื่อมของกาว
แต่ผิดประเด็นครับ การซักบ่อย ที่ไม่แนะนำกัน แค่เกือบถูก เพราะตัวต้นเหตุ ซักแล้วเอาไปตากแดด(ร้อน) มันเสื่อมตรงร้อน ไม่ได้เสื่อมตรงโดนน้ำบ่อย หรือถูกเคมีซักฟอกบ่อย
จะซักบ่อยเท่าไรก็ได้ตราบใดที่ทำแห้งแบบเย็น
การทำแห้งแบบเย็น จะทำแบบไหนก็ได้คือไม่ให้โดนความร้อนละกัน(ไม่แดด ไม่อบร้อนในเครื่องอบผ้า)
คนไทยเรามักเข้าใจกันทั้งประเทศว่า แดดฆ่าเชื้อ จึงเอาสารพัดไปตากแดด ทั้งๆที่ผลกระทบวิธีทำแห้งแบบนี้มีอยู่จริง แต่ไม่ได้มีใครเอ่ยให้ฟัง
การทำแห้งแบบเย็น ที่ถูกที่สุด คือ เอากระดาษฟางหนังสือพิมพ์ปั้นเป็นก้อน แล้วยัดเข้าไปในรองเท้าจนแน่น ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง กระดาษนั้นจะเปียกทั่ว ให้เปลี่ยนเอากระดาษชุดใหม่เข้าไป เอาที่เปียกไปตากแดดแห้งแล้วเก็บสะสมเอาไปใช้ใหม่ในการซักครั้งต่อไปได้
ใส่ปั้นกระดาษนี้เข้าไปสัก1-3 รุ่น จะพบว่าภายในรองเท้าจะแห้งกว่าภายนอกด้วยซ้ำ ที่ถ้าไม่ใช้กระดาษวิธีนี้ จะกลับกัน ข้างในไม่ยอมแห้งเสียที นี่ยิ่งเป็นเหตุผลที่เราเอาไปตากแดดด้วยนั่นเอง
จำไว้ ศัตรูของรองเท้าคือความร้อน จงลดโอกาสเสื่อมด้วยการให้มันเจอความร้อนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
เชื้อโรค(ถ้ามี) มันจะตายด้วยความแห้ง เชื้อเป็นสิ่งมีชีวิต มันต้องการความชื้นหล่อเลี้ยงชีวิต
กลิ่นเป็นเพราะเชื้อมีอยู่ เชื่อมีเพราะชื้นกระตุ้น ไม่มีความชื้น เท่ากับไม่มีเงื่อนไขที่เอื้อให้มีเชื้อ เชื้อจะตายหมดไปเองจากความแห้งเอง
นี่คือเหตุผลไม่ควรเอาถุงเท้าใช้แล้วไปจุกปิดอุดไว้ในโพรงรองเท้า เท่ากับเป็นการปิดกั้นความชื้นไม่ให้แห้งง่าย เอื้อเงื่อนไขเชื้อเติบโต เชื้อเจริญ กลิ่นก็ตามมา (ที่ถูกกระตุ้นอีกปัจจัยคือเหงื่อออกมากรองเท้าเปียกชุ่มเหงื่อ แล้วไม่ซัก ปล่อยแห้งเอง มันจึงเหมือนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อแล้วแห้งเปียกแล้วแห้งอีกหมุนเวียน จึงมีกลิ่นชวนอ้วกแตกนั่นเอง)
ใครที่เหงื่อมากจนชุ่มรองเท้า จึงมีกรรมต้องซักรองเท้าบ่อยกว่า เพราะการซักจะไล่ตัวเหงื่อออกจากหน้าผ้า
ถ้าไม่ซักเต็มรูปแบบเพราะขี้เกียจ หรือเพราะถูกเวลาเร่งรัดก็ตาม ให้รีบๆเอารองเท้าจุ่มยกๆในถังน้ำสะอาด และรีบเอาแขวนรอหยด จนแห้ง(ไม่แดด)ต่อไป จะมีความเหม็นน้อยลงครับ
และเพราะตัวห้ามร้อนนี่เอง จึงไม่ควรเอารถยนต์เป็นที่เก็บรองเท้าด้วยแม้จะสะดวกเลือกใช้ก็ตาม เพราะตอนเอาเข้ารถยังเย็น แต่แดดไล่จนรถร้อน เราไม่อยู่ แล้ว หนีสถานการณ์นี้ไม่เคยพ้นเลย ถามว่ารถใครไม่เคยโดนแดดเลย สามารถจอดร่มเสมอ ไม่มีเลยครับ โดนทุกราย วันหลายๆชั่วโมงด้วย หลายๆครั้ง คนที่เก็บรองเท้าวิ่งไว้ในรถจงรีบเปลี่ยนนิสัยทันที
ห้ามรองเท้าโดนร้อนเป็นอันขาด พึงทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ อย่าไปปะปนกับการห้ามซัก ซักได้ไม่เกี่ยวกัน แต่การทำแห้ง ต้องไม่ตากแดดต่างหาก
.
.
บทบาทอีกอย่างของกระดาษฟาง นสพ. คือดูดกลิ่นด้วย วิธีเก็บรองเท้า ที่เก็บยาวไม่ได้ใช้อีกนานคือ เอากระดาษหนังสือพิมพ์แบบเดิมแห้งสนิทยัดเข้าไปแล้วเอาไปเก็บในกล่องกระดาษแข็งที่เราซื้อมันมานั่นแหละ แล้วเอากล่องไปไว้ในที่ืเย็นและแห้ง กระดาษจะคอยซับกลิ่นที่ยังคงเหลือค้าง และค้ำยันทรงรองเท้าไม่ให้เบียดกันบุบบู้บี้ ปกป้องกบเขียดอึ่งตะขาบไม่ให้เข้าไปทำรังอยู่ (ให้ นสพ.แย่งที่เสีย) . อีกอย่าง ไดร์้้เป่าผมโหมดร้อนก็ห้ามขาด (เป่าเย็นได้) แต่เปลืองไฟ ถ้าจะเป่าลมเย็น ให้ใช้พัดลม เราอยู่ใต้ลม ได้ประโยชน์เย็นเรา แต่รองเท้าก็ได้อานิสงส์ลมด้วย . รองเท้าวิ่งทุกคู่ของผม ใช้ยาวนานมากกว่า 10 ปีทุกคู่ และไม่เห็นจะเป็นต้นเหตุบาดเจ็บตามคำขู่ของบริษัทแต่อย่างใด . ครั้งสิบกว่าปีที่แล้ว ที่ Mid Sole ยังทำด้วยวัสดุ PU อาการ PU เสื่อมคือเปลี่ยนสถานะจากพื้นนิ่มๆยุ่ยเป็นขนมโก๋ หลุดออกเป็นผงๆ แก้ไขอะไรไม่ได้เลย นักวิ่งนี่กอดซากรองเท้าร้องไห้หนักมาก ปัจจุบัน ทราบว่า ไม่มีคู่ใดที่วางจำหน่ายทำจาก PU อีกแล้ว . ถ้ารองเท้าชุ่มเหงื่อทุกวันก็ต้องซักทุกวัน ไม่งั้นเหม็นมาก แต่เข้าใจว่า การซักทุกวันเป็นการเพิ่มภาระทุกวัน แต่วิ่งอย่างเดียวก็อยากจะพักแล้ว ยังต้องมานั่งซักอีก วิธี คือถอดเชือกออก จุ่มยกๆ ในถังน้ำหลายๆครั้ง ขึ้นแขวนหยดเลยในห้องน้ำพอน้ำหายหยด ก็ยัดกระดาษ นสพ. ใครเหงื่อมาก ต้องเตรียมตุนกระดาษไว้เยอะๆ และมีเตรียมรองเท้าอะไหล่ไว้เผื่อแห้งไม่ทัน จะได้มีรองเท้าแห้งทันใช้งาน . กฤตย์ ทองคง เรียนประชา....ชาววิ่ง ภาพรองเท้าลุงบางแบบนี้ของชอบครับ หนาๆแบบร่วมสมัยทุกวันนี้ลุงไม่ชอบ (เคยลองของเพื่อนแล้ว) Jim Takito กฤตย์ ทองคง รุ่นเก๋า ต้อง mizuno & asic กฤตย์ ทองคง Jim Takito ไม่ได้อยู่ตรงยี่ห้อจิม อยู่ตรงที่คู่นั้นๆผลิตเพื่อรูปแบบชีวกล Bio Machanic เพื่อรับใช้เท้าแบบไหน และเท้าเราเป็นแบบไหน สอดรับกับชนิดนั้นหรือไม่ เช่นความเป็น โตโยต้า ไม่เกี่ยว มันอยู่ที่รถนั้นผลิตมาจากสายพานการผลิตแบบไหน เอาไว้ไปทำอะไร เช่น Cruiser ขับเคลื่อน4ล้อ โตโยต้าก็ผลิต เก๋งส่วนบุคคลทั่วไปก็ผลิต สปอร์ตสำอางก็มี อยู่ที่ซื้อเอาไปให้ถูกชนิดที่เราต้องการ ถ้าซื้อผิด ก็เสียเงินฟรี เช่น ตัวเองไม่ได้วิ่งเร็ว ไม่มีเป้าหมายฝึกเร็ว ดันไปซื้อรองเท้าตระกูลส้นแหลม Vaporfly ก็ไม่มีประโยชน์ แต่เห็นใส่กันเยอะ เป็นต้น Mitzuno หรือ Asics ก็เช่นกัน ผลิตรองเท้าอย่าว่าแต่วิ่งเลยทุกชนิดกีฬาก็ว่าได้ แม้ในการวิ่งระยะไกลก็มีผลิตทั้งรองเท้าซ้อม รองเท้าแข่ง ในหลายๆเป้าหมายของผู้ใช้งานครับ รองเท้าที่ห่วย คือรองเท้าที่เสียเงินแพงซื้อฟรีๆ คุณความดีของมันไม่ได้ใช้ แม้กระทั่งรองเท้าปลอมก็ไม่ห่วย ค่าที่ว่าจ่ายเงินน้อยมาก อวดความโก้ได้ เป้าหมายเขามี และบรรลุได้ในราคาเงินที่จ่ายออกไปนิดเดียว เป้าหมายก็ยังไปถึง ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ ไม่ห่วย แต่ของแท้นี่ซิ ซื้อไม่ดูตัวเอง ชนิดเท้าเราแบบไหน รูปแบบชีวกลของเราอะไร และเป้าหมายวิ่งของเราคืออะไร สอดรับกับรองเท้านั้นหรือเปล่า ต่างหาก แม้จะแท้ก็ตาม กลายเป็นของห่วย เพราะเราจ่ายแพงและไม่ได้ใช้ มีนักวิ่งหลายคนซื้อผิด ดูแต่รองเท้า ฟังผู้ผลิตกล่าวสรรพคุณ แต่ไม่ได้ก้มลงดูเท้าตัวเอง !!!!! น่าเสียดายนัก . ได้รับตอบจากผู้อ่านว่าเพิ่งรู้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเก็บไว้ในรถโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้เยอะมาก น่าเสียดาย ที่เราเขียนบอกความข้อนี้ช้าไป จำไว้....อะไรทุกชนิดที่ร้อน เช่นเครื่องอบผ้า ตัวดีเลย เจ๊งภายในไม่นาน กาวเสื่อมหมด ผมสามารถซ่อมในส่วนที่หลุดแล้ว แต่หลุดไม่หมด เอาออกให้เกลี้ยง เพื่อจะได้ติดใหม่ทั้งหมด ได้ด้วยการอังเทียนเป็นตำแหน่งๆไป หลุดออกมาอย่างง่ายดาย ถึงที่สุด รองเท้าใหม่ๆทุกคู่ ยังมีอายุอยู่ ผมก็เอาออกได้ อย่างไม่มีร่องรอยฉีกขาดใดๆ เอาออกอย่างที่เหมือนไม่เคยติดกาวมาเลย ได้ทุกคู่ คือข้อพิสูจน์ว่า "ความร้อน" เป็นศัตรูรองเท้าวิ่งอย่างที่สุด . แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบชีวกลที่ผิดปกติหรือถูกปกติ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าแตะหรือรองเท้าวิ่ง ผู้ใช้ไม่ควรจะเปลี่ยนรูปแบบชีวกลการใช้รองเท้าให้มาเป็นท่าเดินและหรือท่าวิ่งที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม ลุงไม่ติดเหมือนโค้ชทะลุทะลวงท่านอื่นที่มีท่าวิ่งอุดมคติที่ควรจะต้องวิ่งท่านี้ทุกคน และท่าวิ่งของเราดั้งเดิมต้องปรับเปลี่ยนเสมอไป ต้องสังเกตรูปแบบชีวกลเป็นรายๆ รวมทั้งวิเคราะห์ เป็นข้างๆไป ซ้ายขวายังไม่ใช่เหมือนกันเลยครับ ไม่่เพียงวิเคราะห์ความเร็วควรวิ่งท่าไหน แต่ท่าที่เป็นเราสอดรับกับชีวิตทั้งชีวิต ไม่ใช่แข่งอย่างเดียว ถ้าคิดไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไรครับ อยู่ที่ท่านเลือกเชื่อ ท่านจะเปลี่ยนไปวิ่งท่าอุดมคติที่ท่านอื่นแนะนำก็ได้ ผมยืนยันว่า ไม่มีท่าวิ่ง(หรือท่าเดิน)ที่ถูกต้องเหมาะกับทุกคนควรเดินเพียงท่าเดียว (แต่มีท่าวิ่งบางท่าเท่านั้นที่เอื้อความเร็ว) ก็คนเราจะต้องเป็นนักแข่งความเร็วเหมือนกันทุกคนหรือเปล่าเล่า ? . ลีลาการหารองเท้าของเราจึงแตกต่างจากลีลาของท่านอื่นเลือกรองเท้าวิ่ง ท่านอื่นเลือกดูปีผลิต เพื่อปฏิเสธหรือตอบรับการรับมาใช้งาน จ่ายเงินไป เราก็ดูปี แต่ดูแล้ว เอาไปต่อรองราคา แต่เราจัดการการหลุดของเนื้อวัสดุได้ หากภายหน้าเกิดเรื่อง เนื้อ Phylon แทบไม่ยุบตัวเลยใน 10 ปี แต่กาวหลุด แต่ถ้าหลุดก็เย็บได้ ลงกาวใหม่ก็ได้ Mainteniance ได้ตลอด กระทั่ง Insole ก็เปลี่ยนได้ คนเลือกรถไม่เป็น ไม่แนะนำให้ใช้รถมือสองแม้จะถูกราคา ไล่ให้ไปซื้อมือหนึ่ง จะได้ไม่เสี่ยงเสียรู้ แต่คนที่ดูเครื่องเป็น จะวิ่งเข้าหาตลาดมือสอง เพื่อหารถที่คุ้มค่า เอาไป Build . ไม่มีทางที่เราจะเลือกใช้สินค้าใหม่ทุกชนิดได้ที่ต้องการโดยไม่ต้องมีการอดใจระงับความอยาก หรือซ่อมแซมปะผุ ความละโมบปะปนเคล้าคลุกกับ "ความจำเป็น" ได้สนิทแนบแน่นจนเราเชื่อไปว่า "ของมันจำเป็น" แท้จริงเป็นมายาคติอีกชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง ขนาดคนไม่มีขา (พิการ) ยังวิ่งได้เลย โลกมันรุดหน้าไม่เพียงเทคโนโลยี แต่การให้คุณค่ากับมิติของความขวนขวายพยายาม จนกระทั่งเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คาดหมายไว้ คงไม่ต้องถึงกับโพสคลิปของคนพิการไม่มีขาวิ่งมาเป็นพยานหลักฐานหรอกนะ คนเรามีทรัพย์ไม่เท่ากัน มีปากที่กว้าง(หมายความว่าใช้เปลือง)ไม่เท่ากัน เคยถูกเลี้ยงดูอบรมมาไม่เท่ากัน เราไม่ควรอยู่ในมิติซ่อมแซมอย่างเพื่อเป้าหมายประหยัดเท่านั้น แต่ในด้านที่หล่อหลอมตัวเองจากภายในก็มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เชื่อว่า เขียนมาถึงตรงนี้ พวกเราหลายๆคน สามารถหยั่งถึงเข้าใจได้ . ใต้พื้นส่วนที่สัมผัสเนื้อถนน เรียกกันในภาษาว่า Out sole Out sole ของคุณเสื่อมแล้ว แกะออก(อังความร้อนข้างเปลวเทียนใกล้ ๆ อย่ารนเทียนจากข้างบน ควันดำจะติดรองเท้า) แม้ไม่เอาออก เดี๋ยวมันก็จะหลุดเอง ใช้ยางใหม่ตัดให้เป็นชิ้นเท่าที่ตำแหน่งเดิม ติดใหม่เข้าไป ก็จบ เท่านั้นเอง ปัญหา คือกาวอะไร และติดอย่างไร ให้ติดจริงทนนาน แต่ละคนใช้กาวไม่เหมือนกัน เธอจะใช้กาวอะไรก็ตามใจ ให้มันติดละกัน สำหรับผม ใช้กาวร้อน ขัดสองด้านให้สะอาดด้วยกระดาษทราย หยดน้ำกาวลงและปิดลงไปทันที ไม่รอให้แห้งหรือหมาด และกดทับ 1 นาทีเต็มขึ้นไปด้วยนิ้วมือ (ใช้วัสดุรองกันกาวเลอะนิ้ว) หลังซ้อม ทุกวันกลับมาดูตำแหน่งที่ซ่อมไป มันติดดีอยู่หรือ เป็นไปได้ ที่มันจะเริ่มเผยออ้า เสริมกาวลงแทนไป (เก็บกาวปิดให้สนิทอยู่ในตู้เย็น) กดทับอีกทุกครั้ง แรกๆติดไม่ชำนาญ จะเผยอ ชำนาญแล้ว จะทนนาน(เป็นปีๆ) ยางใหม่ ก็เอาจากรองเท้าคนอื่นที่หลุดออกในสนามซ้อมนั้นเอง เห็นบ่อย เยอะไป . ไม่รู้นะ จะถึงกับ "รื้อชุดความคิด" หรือไม่ไม่ทราบ จะขนาดนั้นเลยเหรอ เพียงแต่สิ่งที่ผมเจอมา กลับไม่เป็นอย่างนั้น แล้วจะให้ผมเออออห่อหมกไปด้วย คงไม่ได้ ว่าทำไมรองเท้าผมถึงรับใช้ตัวผมได้นานขนาดนั้น และเราไม่เห็นเจ็บ เพราะอะไรก็ไม่รู้ คงอภิปรายในหน้านี้ไม่พอ ต้องสนทนาถามตอบกันด้วยปากกระมัง 1) คำแนะนำจากผู้อื่น (ปรโตโฆษะ) ก็ต้องฟังไว้ 2) ประสบการณ์ตัวเราเองก็ต้องนำสิ่งที่เจอมาไตร่ตรองด้วยเสมอไป(โยนิโสมนสิการ) .