Monday, August 10, 2020

อย่าหนีจุดอ่อน

 อย่าหนีจุดอ่อน

.
.
.
.
การวิ่งแบบกลุ่ม เช่นชายสองหญิงหนึ่ง หรือแบบครอบครัว พ่อ แม่ ลูก กติกาที่สำคัญคือการต้องเข้าเส้นชัยพร้อมกัน
นั่นคือตัวตัดสินกลุ่มที่จะเอื้อให้ทั้งกลุ่มไปได้เร็วชนะหรือไม่ชนะนั้น คือสมาชิกที่ช้าที่สุด เพราะเขาเร่งได้สูงสุดเพียงเท่านั้น
สมาชิกร่วมแข่งที่แกร่งที่สุดมักกังวลว่าจะทำให้คนที่อ่อนวิ่งอย่างไรอย่าให้ห่างออกไปทางข้างหลังมาก ก็ทำไม่ได้ ตัวเขาเองต่างหากต้องวิ่งที่ช้าลง เพื่อให้กลุ่มมีคุณสมบัติครบคนทั้งสามคนในการเข้าเส้นชัยพร้อมกัน
การวิ่งได้เร็วของคนพ่อ หาได้มีความหมายใดๆไม่
ใครจะวิ่งเก่ง เข้าใกล้เส้นชัยแล้วก็ไร้ความหมาย ตราบเท่าที่คนอ่อนกว่ายังอีกตั้งนานกว่าจะมาถึง เข้าเส้นชัยไปก่อนไม่ได้ ฟาวกติกา ต้องเข้าพร้อมกันทั้งกลุ่ม
เล่าให้ฟังในฐานะเปรียบความว่า
ในการวิ่งของคนเรา แม้ในเรือนร่างคนเดียวกันนี่แหละจะมีสภาพทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ในคนที่แม้จะแข็งที่สุด ก็ย่อมมีจุดอ่อนตรงหนึ่งตรงใด และในรายที่มีจุดอ่อน ก็มักมีจุดแข็งของเขาด้วยในด้านอื่นๆสลับกันไปมา
แต่ตัวที่จะเป็นปัจจัยตัดสินผลการแข่งขัน คือตัวจุดอ่อนนั่นเองหาใช่จุดที่แข็งไม่ ทำนองเดียวกับความเปรียบการแข่งขันเป็นกลุ่มข้างบนที่ยกตัวอย่างมาให้เข้าใจ
นี่คือเหตุผลที่ผู้เขียนพร่ำบอกเสมอกับนักวิ่งสายแข็งทุกคนว่า "อย่าหนีจุดอ่อนของเธอในการฝึกพัฒนา"
คนเรามักหลีกหนีจุดอ่อนทุกคนอันนี้เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นกลไกปกป้องตนเอง ใดที่ทำแล้วได้ไม่ดี ก็ไม่อยากทำ อยากทำสิ่งที่ทำแล้วได้ดี มันเท่กว่ากันเยอะ
ยิ่งนักวิ่งสายแข่งฝึกเองไม่มีโค้ช มักจะฝึกสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญอยู่แล้วให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีก ฝึกซ้ำบ่อย แต่จุดอ่อนของตัวเองกลับไม่ยอมฝึก ปล่อยให้อ่อนอยู่นั่นแหละ
จุดที่วิ่งเชี่ยวชาญแล้วก็ฝึกซ้ำอยู่นั่นแหละ จะไม่มีความหมายต่อเงื่อนไขการแข่งขันใดๆ ค่าที่ว่า ถึงที่สุดแล้ว มันจะมีเพดาน มันอัพขึ้นต่อไม่ได้ ตราบใดถ้าไม่พัฒนาจุดอ่อน
นักวิ่งประเภทนี้มีมาก พัฒนาไปไหนไม่ออก ความเก่งในจุดแข็งใดๆของเขาหาได้มีความหมายใดๆ จุดแข็งไม่ได้เป็นสิ่งน่าเกรงขามของคู่ประกบเลย ด้วยว่าอัจฉริยภาพที่มีกลับทะลวงไม่ออก มันถูกกำหนดจากจุดอ่อนเสียแล้ว
บอกความนี้มายังสายแข่ง อย่าทอดทิ้งพัฒนาจุดอ่อนของตัวเอง
1) จุดอ่อนของเราคืออะไร อยู่ตรงไหน ต้องมองให้ออก และเข้าหาเพื่อฝึกมันมากขึ้น อย่าหลีกเลี่ยงแบบที่ผ่านมา
2) ถ้ามองไม่ออก(เป็นธรรมดา) ต้องให้คนอื่นมอง ต้องหาโค้ช แม้เพื่อนนักวิ่งด้วยกันอาจประจักษ์จุดอ่อนนี้ของเธอได้ แต่ How to ปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนด้วยการฝึกอย่างไร เขาย่อมไม่รู้อยู่นั่นเอง
สุดท้่ายแล้ว ถ้่าจะเอาจริงในสายการแข่งพัฒนา ต้องหาโค้ชให้ได้
ส่วนโค้ชที่จะหาได้มานั้น จะรู้จริง รู้รอบ ปรุโปร่งตัวเราและจริงใจกับเด็กหรือไม่ นั่นยังเป็นอีกประเด็น
การได้โค้ชดีมีความสามารถจะเหมือนถูกหวย
ในหมู่นักวิ่งถนนเช้าวันอาทิตย์ มักจะเต็มไปด้วยนักวิ่งที่ฝึกหลีกหนีจุดออ่อนของตัวเอง
เฝ้าฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสิ่งที่ชำนาญของตัวเองให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีก แต่น่าเสียดายนัก มันไร้ความหมาย
.
.
กฤตย์ ทองคง
11 สิงหาคม 2563
.
.