Tuesday, November 17, 2020

อะไรที่สำคัญกว่ากัน

 อะไรที่สำคัญกว่ากัน

.

.

โดย   กฤตย์  ทองคง

.

.

เวลาที่เรานึกถึงแผนวิ่งที่ดีที่สุด หรือโค้ชวิ่งที่ดีที่สุด เราจะนึกถึงอะไร

คือแผนหรือโค้ชที่เอื้อให้ผู้ฝึกประสบความสำเร็จได้เร็วที่สุดใช่หรือไม่  ถ้าคุณกำลังตอบว่าใช่ แล้วละก็คุณอาจกำลังถึงจุดพลาดพลั้งโดยง่ายแล้ว

ที่ไม่ว่าจะเป็นแผนวิ่งหรือโค้ชก็ตาม  มันคือส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่นำเราไปสู่เป้าหมายนั่นเอง  เป้าหมายที่เมื่อเรายืนต่อหน้าเส้นสตาร์ทการฝึกในแต่ละวันที่เราไม่แน่ใจว่าเราต้องวิ่งฝึกอะไรนั่นเอง

มาจนทุกวันนี้ ตัวผู้เขียนไม่ได้มองเหมือนพวกเราบางคนมองแล้ว  ที่ใช้เวลาเป็นตัวตัดสินที่สั้นที่สุด ว่าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด

เพราะมีบางสิ่งที่อาจสำคัญกว่านั้นรออยู่ ... คืออุปสรรคที่จะดำเนินไประหว่างฝึกให้น้อยที่สุด  มีเสียดทานให้น้อยที่สุด   ปฏิบัติตามแล้วมีความเสี่ยงได้รับบาดเจ็บต่ำที่สุดต่างหาก

ถ้าบังเอิญอาจมีปัญหาต้องชลอการฝึกลง  การกลับเข้าแผนเดิม ก็ต้องราบรื่นไม่เป็นเหตุให้ความบาดเจ็บนั้นกลับมาอีก

รวมความว่า  เครื่องมือชิ้นนี้จะต้องมี Stress (บีบเค้น) เท่าที่จำเป็นนั่นเองและน้อยพอที่ให้ร่างกายรับได้(การไม่มีภาวะบีบเค้นเลยเป็นศูนย์ก็เป็นไปไม่ได้ใน sense ของการพัฒนา)

ที่หลายต่อหลายครั้ง  ตัวเจ้าปัญหาที่ทำให้แผนฝึกและหรือโค้ชที่ดูแลคุณทำงานนี้ยากจนถึงไปต่อไม่ได้  กลับกลายว่ามาจากตัวผู้ฝึกเสียเอง

อ้าว...อะไรกันล่ะ...เรื่องมันเป็นยังไง?

ก็แส่หาเรื่องเข้าตัวเอง  ทั้งๆที่แผนไม่ได้บอกไว้  แอบไปแถม แอบไปฝึกเพิ่ม Extra นอกเหนือจากที่เขาบอกไว้  เป็นสูตรมโนเอง นึกว่า More is better. (MB)

ไอ้สูตร MB นี่อย่านึกว่าเป็นเฉพาะตัวการฝึกเท่านั้นนะ  บางทีเราเห็นความคุกคามที่มองยากกว่านั้น  มันอาจซ่อนมาในรูปการริบกระบวนการเวลาออกจากการเรียนรู้ของร่างกายเรา  ที่มักเป็นกันมากมายเหลือเกิน  (เช่นสิบไม่ทันไรไปฮาล์ฟ  ฮาล์ฟไม่ทันไรไปเต็ม)

และอย่างที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน  คือความบาดเจ็บแล้วแต่ยังไม่หายดี  ก็กลับไปซ้อมอีกแล้ว  นี่ก็คือเป็นการริบเวลาออกไปนั่นเอง  เพราะอดทนขาดวิ่งนานไม่เป็น  ยังไม่หายดีแต่อาการลดลงหรือเพิ่งหายไม่นาน ยังต้องหยุดต่อ

การไปซ้อมทั้งๆที่ยังไม่สมบูรณ์ คือการทวงเอารถที่ซ่อมจากอู่ยังไม่เสร็จเอาออกไปใช้งาน ที่ช่างห้ามนักห้ามหนา  พอกลับมาเสียหายหนักกว่าเดิม  จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกใดๆ

พึงให้ความจดจ่อในกระบวนการเวลาทั้งการฝึก และการรักษาตัวเองหรืออะไรที่เกี่ยวกับการวิ่งทั้งหมด  ให้มันดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับความเป็นธรรมชาติมากที่สุด  ที่เราต้องทำความกระจ่างชัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าแผนนั้นไม่ใช่ของเรา  เราไปเอามาจากที่อื่น  โค้ชเขียนให้คนอื่นฝึก เราเพียงก็อปเอาสูตรมาใช้ด้วย

เขาออกแบบไว้ให้คนอื่น  ที่มีความจำเพาะเจาะจง ไม่่ใช่เพราะหวงผูกขาดมากกว่าความเป็น Individual differences ที่เราผู้ฝึกหามีความสังวรไม่

ย้อนกลับไปที่ความต้น  การประสบสำเร็จในเป้าหมายวิ่ง  จะมีประโยชน์อันใดถ้ามันไม่เอื้อให้ผู้วิ่งตั้งมั่นเหนียวแน่นเป็นฐานสำหรับการฝึกใน Step ขั้นที่สูงขึ้น

แม้จะทำตรงนั้นได้จริง อย่าเพิ่งรีบดีใจ หลายรายพอเขยิบขึ้นก็บาดเจ็บ  เพราะฐานไม่แน่นพอ

ทำให้นึกถึงการถมดิน ก่อนปลูกสร้างใดๆต้องถมทิ้งไว้ รอจนหญ้าขึ้น  ความนาน ทำให้น้ำหนักดินและฝนที่ลงมาทำให้ดินเซ็ทตัว  คือความจำเป็นที่ช่างโบราณทำกันมา ไม่เหมือนช่างสมัยนี้  สร้างเสร็จไปพักหนึ่ง  ใต้เบสเม้นท์ หรือที่ต่ำกว่าคานคอดินกลายเป็นถ้ำโพรง!!!

เพราะไปริบเอาเวลาออกจากกระบวนการสร้าง  เป็นอย่างนี้ทั้งสร้างบ้านและสร้างคน

พิษภัย MB (More is better) อีกอย่างก็คือ  การไปแข่งที่บ่อย  ผู้วิ่งถูก Match event คุกคาม  มีความอดทนจากความยั่วเย้าของงานวิ่งไม่ไหว  ละโมบเหรียญอยากได้เสื้อ บางคนตะกละถ้วย  เห็นเขาแจ้งความจัดวิ่ง อดทนไม่ได้  ไปชะเง้อคอกับเขาบ้าง

ผลสุดท้ายมือลั่น สมัครไปแล้ว นอกจากจะสิ้นเปลืองอย่างที่มักจะบ่นกันเองแล้ว  ณ เวลากำหนดวันมาถึง  เราจะพร้อมต่อการทดสอบหรือไม่  กลับไม่ค่อยคิดกัน

การกำหนดวันทดสอบต้องถูกกำหนดจากแผนการซ้อมที่คืบหน้าไปอย่างไรบ้างเป็นหลัก  ไม่ใช่กลับกัน  เอากำหนดจากสนามเป็นหลัก  มีเวลาเหลือเท่าไรจากวันนี้ถึงวันแข่งคือเวลาที่ต้องฝึก(ต้องให้ทัน) (ยัดมันให้ลงไปให้ได้)  ไหนจะยังเงื่อนไขอื่นๆ ทั้งการงาน การครอบครัว ฯลฯ  ที่ล้วนแต่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา  แต่เราต่างหากที่อยู่ภายใต้การควบคุมนี้

ผลที่สุด  การซ้อมไม่เป็นกระบวน  กำหนดมาถึง ดูจากร่างกายยืนยันสภาพได้คำเดียวคือ "ไม่ควรลง"

แต่เสียดายเงิน น้อยอยู่เมื่อไร  ดันกลับเอาตัวเม็ดเงินเป็นตัวตั้งเสียอีก  ทั้งๆที่เงินมันน่าจะเป็นได้แค่ส่วนพลาธิการ อย่างที่ควรจะเป็น

อย่างนี้ ต่อให้แผนฝึกที่ดีเริ่ดขนาดไหน  ต่อให้โค้ชเก่งเท่าใด ก็ช่วยคุณไม่ได้  ค่าที่ว่าผู้ฝึกมีการจัดการบกพร่อง

.

.

เมื่อเป็นกันเสียอย่างนี้ แล้วเป็นกระแสหลักเสียด้วย ตัวแผนฝึกและโค้ชถูกบังคับให้มองการณ์ไกล ต้องหยั่งให้ถึงความประการนี้

ด้วยประสบการณ์เตรียมพร้อมรับมือกับผู้ฝึกจำนวนไม่น้อยที่อ่อนการจัดการ

หรือถ้าเราเองไปเอาสูตรฝึกเขามาใช้เอง ก็ต้องสังวรระวังให้มาก จับตาดูการฝึกของตัวเองแทนโค้ช ใดบ้างที่จะเสริมเข้ามาแล้วน่าจะช่วยได้ ควรจัดการลงมือทำทันที เช่นขยายเวลาฝึกออกไปเผื่อไว้ เช่นด้วยการขยายเวลาการฝึกซ้อมในแต่ละ Step ขั้น ที่เดิมเขียนไว้ 16 สัปดาห์ ก็เผื่อไว้ 5-6 เดือนโน่นไปเลย

รับความคลาดเคลื่ินฝึกที่อาจไม่เป็นไปตามแผน โลกและชีวิต มิได้เป็นไปตามแบบที่คิดไว้

ตราบจนทุกวันนี้ ไม่มีแผนฝึกใดที่เป็นไปตามตารางเป๊ะ ต้องเปลี่ยนปรับภายหลังทุกราย

ไม่มีแผนใดที่ฝึกได้เท่าที่ออกแบบไว้

ต้องเลื่อนออกทุกราย

.

สิ่งนี้สร้างเคยชินมาตั้งแต่สนามครั้งต้นๆ ที่ลามต่อมาครั้งที่สองและสนามแก้มือต่อมาไม่จบสิ้น หมกมุ่นกับการทำความเร็ว ทั้งๆที่การฝึกความเร็วเป็น Phase เกือบสุดท้ายในขั้นตอนพัฒนา

โดยไม่พยายามใส่ใจต่อการเรียนรู้ที่สำคัญมาก คือ ความทนทานและการเพาะสร้างให้คุณสมบัติที่อึดทน เกิดขึ้นมาจริงได้อย่างไร

.

เมื่อลงเซ็กส์ครั้งแรกถูกดำเนินไปอย่างหิวกระหายประสบการณ์ที่แปลกใหม่ทางเรือนร่างที่จะมุ่งไปให้สุดขอบโลกมากกว่าตัวความรักที่ผูกรัดสานถักทอจากคนสองคน มันจะนำไปสู่ความมักง่ายและสำส่อนโสโครกในที่สุดโดยง่าย

ความนี้หาตระหนักกันไม่

การคลี่คลายต่อไป คือความพยายามหาข้อแก้ต่างให้กับพฤติกรรมละโมบนั้นต่อไปไม่สิ้นสุด ชีวิตจึงไปได้แค่นี้เอง

เมื่อเป็นนักวิ่งได้เพียงไม่เท่าไร เรือนร่างกลับร้าวลึกเรื้อรังเจ็บไม่ยอมหายไม่ว่าจะพักนานเท่าไร ฝึกให้ตายก็ไม่ยอมก้าวหน้า เพราะความที่ผิดมาตั้งแต้ต้น มาจนบัดนี้ยังไม่รู้ตัวว่าที่เป็นอยู่ที่ทำอยู่ผิดอีกด้วย

การคลี่คลายต่อไปก็คือ หาข้อแก้ต่างให้กับพฤติกรรมละโมบวิ่งนั้น

ต่อไปไม่สิ้นสุด

ชีวิตวิ่งจึงไปได้แค่นี่เอง

.

.

กฤตย์ ทองคง

18 พฤศจิกายน 2563

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่