Monday, September 7, 2020

10% คือรวมกันแล้วไม่เกิน 10% ไม่ใช่อย่างละ 10%

 10% คือรวมกันแล้วไม่เกิน 10%

ไม่ใช่อย่างละ 10%

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง

.

.

กฎ 10% คือข้อกำหนดแนะนำให้นักวิ่งผู้รักการพัฒนาความเข้มข้นใดๆที่จำกัด  เพื่อเอื้อต่อการซึมซับเรียนรู้และปรับตัว ปกป้องตัวเองจากความบาดเจ็บ

ด้วยเพราะว่า  เรือนร่างของมนุษย์เรามีความจำกัด  แต่ในท่ามกลางความจำกัดนี้  ก็ยังเหลือศักยภาพเติบโตอยู่  แต่ต้องเป็นทีละนิดในคาบระยะเวลาที่เหมาะสม

แต่จากที่สังเกตอยู่  นักวิ่งร่วมสมัย ไม่เพียงบางคนยังไม่รับรู้การมีอยู่ของกฎ 10% นี้  แต่ทั้งๆที่หลายคนก็รู้อยู่  แต่ใจไม่เย็นพอ  ไร้ความหนักแน่นที่จะถูกเย้ายวนท้าทายจากการวิ่ง  รอคอยไม่เป็น 

อันเป็นลักษณะจำนวนมากของคนยุคนี้  ที่ล้วนเติบโตมาจากยุครุ่งเรืองของการบ่มเพาะไม่เป็น  ที่พ่อแม่ยัดสิ่งที่คิดว่าเด็กต้องการให้กับเขาทันที  ตั้งแต่แบเบาะ  ไม่เคยต้องมีความโหยกระหายอะไรนาน  ความอดทนจึงเป็นคุณธรรมที่หายากและขาดแคลนในยุคนี้

พอมาเป็นนักวิ่งแล้ว  ดำริอยากวิ่งเร็ว  การเพิ่มฝึก 10%  มันจึงช้าเกินใจที่ไปล่วงหน้าแล้วของพวกเขา

อีกทั้งวิเคราะห์มองปัจจัยความเข้มข้นต่างๆที่ร่างกายได้รับไม่แตก

10% ไม่ใช่เพียงตัว Session ที่เราดำริจะเพิ่มขึ้นเท่านั้นที่จะเพิ่มขึ้นได้อย่างอิสระ

มิใช่เพิ่มแต่จำนวนเที่ยวของ Interval  พร้อมๆกันนั้น  ก็ไปเพิ่มจำนวนเซ็ท  ลดเวลา หรือ เพิ่มระยะ ที่มันรวมๆกันแล้ว เกิน 10% ไป

ไม่เหมาะสมแน่นอนที่เราจะดำริขึ้นเขา HR  (Hill running) ในขณะที่เรากำลังอยู่ในระยะเพิ่มสะสม WM (Weekly Mileage)อยู่

ที่เราต้องรวมการเพิ่ม HR + เพิ่ม WM  ไปด้วยกัน  ที่ต้องต่ำกว่า 10%  ไม่ใช่อย่างละ 10%   แต่รวมกันแล้วต้องไม่มากกว่า 10%  ค่าที่ว่า ร่างกายเราคือหน่วยเดียวที่ได้รับความเข้มข้นนั้น

จึงไม่แปลกใจว่า  ทำไมเผยแพร่ กฎ 10% ออกวงกว้างไปแล้ว  แต่อัตราการบาดเจ็บกลับมีแต่เพิ่มขึ้น

เพราะพวกเราพินิจตรงเฉพาะที่โฟกัส  ไม่ได้ดูเต็มบริบท

จำไว้เพิ่มตรงไหน ตรงอื่นต้องตรึง อย่าเพิ่ม จะดีไม่น้อย ที่เราแอบไปลดลงตรงอื่นหน่อยนึงก็ได้ แต่ผ่านไปสักระยะแอบกลับให้เข้ามาเท่าเดิม  เป็นการเอื้อต่อการปรับตัวรับความเครียดล้า

อย่าเพิ่มตรงนี้แล้วไปเพิ่มตรงนั้นด้วย

ถ้าเพิ่มมากกว่าทางเดียว   10%  ต้องถูกลดลงเป็นอย่างละครึ่ง  คือ 5%+5%  หรือ  น้อยกว่า 5%+น้อยกว่า 5%+ น้อยกว่า 5%  เห็นภาพป๊ะ.....

ปริศนาว่าความเข้มข้นที่เรารับเข้ามามันไม่ใช่หน่วยนับวัดเดียวกัน

-  หน่วยระยะทางเป็นกิโลเมตร อย่างหนึ่ง

-  หน่วยความเร็วเป็น Pace  ก็อย่างหนึ่ง

-  หน่วยความชันจะวัดเป็นอะไร  องศากระนั้นหรือ นี่ยังเป็นอีกอย่าง

แล้วทั้ง 3 หน่วยนี้  ทำอย่างไรที่รวมกันแล้วต้องน้อยกว่า 10%  ที่เราไม่จำเป็นต้องไปหาสูตรมาคำนวน  ให้ออกมาว่าเราต้องฝึกขนาดไหน

ประมาณๆเอาหลวมๆก็ได้  ไม่จำเป็นต้องเป๊ะๆ  จะขาดจะเกินบ้างนิดหน่อยก็ได้  ไม่ถึงกับเจ็บทันที  ความเจ็บเป็นกระบวนการสะสมด้วยอย่างหนึ่ง  จะเลยไป 11% บ้าง  อาจไปถึง 15% บ้างก็ช่างมัน

ที่พวกเราเจ็บกัน  มักเจ็บเพราะเกินจากข้อกำหนดเป็นหลายเท่า  หลายร้อย%  มองอะไรให้มัน make sense ด้วย

อีกอย่างในสภาพปกติ การเพิ่มอัตราแล้ว ต้องมี Repeat ด้วยเสมอไป  เพียงหนเดียว เรือนร่างไม่ยอมรับรู้ด้วย

ถามกันให้ไขว่  ต้องซ้ำกี่ครั้ง ก็บอกได้ไม่ถนัด  มันมีช่วงแห่งความคาดหวังซึมซับตั้งแต่ 3-7 ครั้ง แล้วแต่แต่ละคน

จะเพิ่มมันทุกวัน เพิ่มมันทุกครั้งก็ได้  ดูตัวอย่างที่ Total 10จะต้องเพิ่มเป็น 11k ใช่มะ (10%)

แทนที่เราจะแช่เย็นอยู่หนึ่งสัปดาห์  เรากลับเพิ่มทุกครั้งที่วิ่งเลยเป็น 10k + 200M  (เมตร)  โดยไม่ต้อง Repeat ก็อาจทำได้  เพราะมันเพิ่มนิดเดียว  แต่เราเพิ่มมันทุกวันเลย

โดยทั้งหมดเป็นการประมาณๆเอา จาก ฟิลลิ่ง ทั้งระหว่างและหลังการฝึก  จากผลลัพธ์ของการสะสมความเครียดล้านั่นเอง

ถึงตรงนี้  พวกเราจะถามกันเข้ามาอีก  เป็นยังไงสะสมความเครียดล้าสังเกตไม่เป็น(มีเคยถามเข้ามาจริงๆ)

ไม่รู้ดิ  ผู้เขียนตันแล้ว  ถ้าแค่นี้ไม่รู้  ผู้เขียนก็ไม่รู้จะบอกไงแล้ว

สำหรับตัวเอง แค่เดินขึ้นบันไดบ้านประจำวันเพียง 2-3 ขั้น ก็ชัดเจนแล้วว่านาทีนี้เราอยู่ระดับไหน

-  ล้ามากจนต้องหยุดซ้อม

-  หรือเพิ่มเที่ยวฝึกได้แล้ว 

-  หรือสดขนาดพร้อมแข่ง  รู้เองเลย

ทำไมพวกคุณไม่รู้ต่างหาก คือคำตอบจากผู้เขียน

ผมว่าเพราะพวกเราใช้เครื่องมือที่เกินจำเป็นมากเกินไป  จนเราสูญเสียความสามารถระดับ Manual ธรรมดาๆ  พอสิ้นไร้เครื่องมือ ไบ้กิน  ไปไม่เป็น

ก่อนนาฬิกาขายให้นักวิ่งวางตลาด  นักวิ่งฝึกมาได้อย่างไรเป็นร้อยๆปี รุ่นต่อรุ่น

.

.

กฤตย์  ทองคง

7  กันยายน  2563

.

Bank Pheeraphan Phrammanakun

อ. ผมยังเจ็บที่หัวเข่า แบบเบาลงเยอะแล้วควรรอให้หายสนิทเลยหรือไปวิ่งเบา ๆ ได้แล้วครับ

กฤตย์ ทองคง

Bank Pheeraphan Phrammanakun ไม่เพียงหายแล้วค่อยไปวิ่ง แต่หายเมื่อไร นับดูกี่วัน แล้วหยุดต่อเป็นสองเท่า

ตกใจซิ !!!!!

เพราะป้องกันมันกลับมา

ความบาดเจ็บที่ทยอยหายไป จนสิ้น ไม่ได้หมายความว่าเส้นกราฟแห่งความบาดเจ็บนั้นต่ำลงจนถึงแกนนอน

บอกว่า "มันยังอยู่" รอคอยเราโผล่หน้าไป จะกลับมาอีก

จากประสบการณ์กฤตย์ ต้องหยุดต่อ (และตรงนี้อนุญาตให้ Active recovery ได้ เบาและสั้น แต่ผมนิยมหยุดต่อมากกว่าเพื่อ sure)

นานสองเท่า คือใจความสรุป สูตรบาดเจ็บX(คูณ)สอง ของกฤตย์ ที่ได้ผลเสมอมาไม่ว่าใช้กับใคร

.


[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่