Wednesday, March 4, 2020

เราควรปูพื้นฐานความแข็งแรงก่อน นานเท่าไรดีกว่าที่จะลงขอด

เราควรปูพื้นฐานความแข็งแรงก่อน
นานเท่าไรดีกว่าที่จะลงขอด
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ถาม.....

ลุงครับผมขอสอบถามหน่อยครับ คือช่วงหลังผมซ้อมแล้วมีอาการบาดเจ็บบ่อย และพอหลังจากหาย ผมก็กลับเข้าสู่โปรแกรมการฝึกซ้อมซึ่งผลมันก็เป็นอย่างเก่า ผมเลยจะขอถามผมจะเริ่มปรับพื้นฐาน โดยที่ไม่มี intervel และ tempo คือผมอยากให้พวกกล้ามเนื้อแข็งแรงพร้อมที่จะเขารับการฝึกซ้อม ในแต่ละรูปแบบโดยไม่เจ็บ ลุงพอจะแนะนำว่าผมควรจะวิ่งโซน 2-3 เพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สักประมาณกี่เดือนครับ

Sumaajo Patient
มีนาคม 2563
...........................

ตอบ.....

ผมคิดถึงกรณีคุณอย่างรอบคอบ
ก่อนตอบ จึงตอบช้า

ผมว่าถ้าคุณทำตามแผนโซน 2-3 ไป
ผลลัพธ์จะออกมาแน่หรือไม่ที่สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามที่มุ่งหวัง

ใช่ครับ...ทางทฤษฎี เป็นเช่นนั้น

แต่จากรูปรอยคำถามทั้งหมด
ผมสังเกตเป้าประเด็นสำคัญกลับอยู่ที่
คุณกำลังสำคัญผิด กระบวนการเวลานานเท่าไรกว่าจะหายดีสั้นเกินไป

ใช่หรือไม่ว่าพอหายกลับเข้าโปรแกรมใหม่ ผลก็เป็นอย่างเก่า ต้นรากเค้าอาจมาจากกล้ามเนื้อที่ซัพพอร์ต ไม่แข็งแรงนั้นก็เป็นไปได้หนึ่ง

แต่อาจจะเป็นเพราะมันยังไม่หายดีอีกหนึ่ง ก็เป็นได้ แค่ค่อยยังชั่ว คุณไปหลงเข้าใจว่ามันหายแล้วและไปซ้ำเติมทั้งๆที่มันยังไม่หาย มันจึงกลับไปเหมือนเดิมก็เป็นได้

และถ้าเป็นเช่นนี้ คุณอาจย่ำเท้ากลับไปกลับมาอีกไม่รู้กี่ครั้งได้
หรืออาจเป็นทั้งสองกรณีเลยคือทั้งกลับไปซ้อมกระชั้นไป และทั้งกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงด้วย คงไม่ง่ายที่จะระบุตรงนี้ในขณะที่ผมไม่เห็นตัวคุณ ไม่ได้ทราบประวัติการวิ่งเก่าก่อนของคุณ

แต่ตอบแบบนี้ อาจไม่ได้ไปไหน

เอาเป็นว่า ถ้าคุณหายดีจริงๆ การสร้างกล้ามเนื้อ ปูพื้นฐาน EBT (Endurance base training) เพื่อเป็นฐาน Speedworks อย่าง Interval และ Tempo นั้น อย่างต่ำควร 3-4 เดือนขึ้นไป ในสภาพมีโค้ชกำกับเก็บตัวในค่ายฝึก ดูแลการฝึกทุกวัน

แต่ถ้าไม่ได้ผ่านการเก็บตัวเคร่งครัดแบบที่ทำกับแชมป์แบบนี้ วิ่งเป็นโค้ชตัวเอง และมีระดับอดทนต่ำต่อความเย้ายวนจากสนามวิ่งที่จำกัดอย่างที่พวกเรามักจะเป็นกัน เราอาจต้องผ่านโปรแกรม EBT เป็นปีขึ้นไป กว่าที่จะ มี Speedworks ที่ปลอดภัยได้ครับ
ในเงื่อนไขฝึกเอง

ย้อนกลับมาที่ประเด็นแรก คือมันยังไม่หายดี แต่คุณเข้าใจว่าหายแล้ว ที่เป็นอุปสรรคของนักวิ่งที่บาดเจ็บสมัยนี้มาก ที่กลับเข้าสนามซ้อม too early เกินไป

แนะนำให้ใช้สูตรเจ็บคูณสองของผมในการดูแลความบาดเจ็บ

ที่มีเนื้อหาว่า อาการเจ็บที่ปลาสนาการไปไม่ได้หมายความว่ามันหายดี แต่มันหลบใน

ต้องหยุดเพิ่มเติมเป็นสองเท่าของที่เคยหยุดมา

ที่ผ่านมาถ้าหยุด 2 สัปดาห์ อาการหายไป ให้หยุดต่อ อีกเท่าที่หยุดมา เป็น 4 สัปดาห์เพื่อความชัวร์

ที่ผมไม่คิดว่าคุณจะทำได้ง่ายๆ
เพราะนักวิ่งที่เสพติดการวิ่ง
มีความขยันขันแข็งการฝึกซ้อมเป็นอย่างยิ่ง แต่กลับอ่อนแอทนต้านทานการไม่ได้วิ่งต่ำมาก

กฤตย์ ทองคง
4 มีนาคม 2563
.
ถามต่อ....
ใช่เลยครับลุง ตอนแรกที่ผมวิ่งผมวิ่งช้าๆ ไม่ได้คิดอ่ะไรเรื่องเวลา ผมวิ่ง โซน 2 มา 1 ปี กว่าๆ ผมวิ่งเวลา 40 นาที และหลังจากหลังผมก็โหมลงคอร์ทเทมโป้ แบบฝึกไปถูกวัตภุประสงค์ และผมก็บาดเจ็บเรื้อรังมาร่วม 2 ปี ที่ไม่ได้วิ่งแบบติดต่อกันได้เกิน 1 เดือน เพราะวิ่งได้สักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็เจ็บ
.
ผมตอบ.....
นี่แหละจุดผิดพลาด
12 เที่ยวมือใหม่หัดขอดมากไป
ต้องดูเป็นคนๆไปว่าประวัติกีฬาเก่าก่อน
มีความเหนียวแน่นแต่ดั้งเดิมกรรมพันธุ์
เหนียวขนาดไหน
เซย์เฉลี่ยไปละกัน ควร 5 เที่ยวพอ(เฉพาะสองสัปดาห์แรก)
ความเร็วที่ 1.25-1.20 มันคือ 85-80 วิ ใช่หรือไม่
เร็วไป ให้เริ่มที่ 95 -100 วิ(แต่เริ่มเท่านั้น นายอย่าซัดแรงไป)
นายอาจจะแย้งว่า หน่อมแย้มขนาดนั้น มันจะเกิดเนื้องานพอจะไปฟัดกับเขาในสามแข่งได้หรือ
จริงอยู่ เนื้องานไม่พอ แต่การเปิดประเดิมมีความจำเป็นให้เรือนร่างทยอยปรับตัว
อีกทั้งการเทเต็มร้อย ไม่มีใครเขาทำกัน
เต็มที่ตอนนายแกร่งแล้วก็ยังไม่ควรวิ่งที่ 100% เลย
เพราะการวิ่งถึงระดับนี้คือการทำลายเรือนร่าง
เขาให้วิ่งกันที่ 90-95% max เท่านั้น
ยิ่งในระยะเริ่มลงขอด อาจดึงไว้ให้แผ่วกว่านี้ราว 85% Maxเท่านั้น ผ่านสัปดาหฺผ่านเดือนไป ทยอยปรับเข้มขึ้นๆ จนสูงสุด ไม่เกิน 95% ครับ
จริงอยู่ เหมือนเดิมอย่างที่กล่าว
คือขอดแบบนี้ไม่เกิดเนื้องาน
แต่เป็นปฐมบทของคนที่ไม่เคยขอดมาก่อนจาก Ground zero interval ผมไม่คิดว่าการลงเต็มร้อยเป็นความฉลาด
อีกทั้งจำนวนเที่ยวด้วย
คุณกำลังเปิดแนวรบมากว่าสองแนวปะทะ
งงปะ?
.
เสริฟชุดแรกขอดแผ่วเอาให้อยู่ก่อน ยืนให้ได้ระยะยาวเสียก่อนไม่ต่ำกว่าเดือน แล้วทยอยเพิ่มเข้มข้นขึ้น
ในตัวเข้มข้นขึ้นมีจำนวนเที่ยว มีความเร็ว มีการพักจ็อกระหว่างขอดแต่ละเที่ยว
จงอย่าเพิ่มความเข้มข้นพร้อมกัน
อย่าเปิดศึกหลายด้าน เปิดด้านเดียว
ทยอยให้ร่างกายปรับเปลี่ยนเรียนรู้
.
หวังว่านักวิ่งอื่นน่าจะจับแนวทางเริ่มขอดได้บ้าง
จำไว้ อย่าไปกังวลกับการน้อยไป ไม่เกิดเนื้องาน
สิ่งแรกคือ Establish เสียก่อน เอาอ่อนๆ ให้ร่างกายปรับตัว หนักกว่าเพิ่มได้ไม่มีปัญหา
อย่าตัวอย่างนี้ หนักไป จนเจ็บ ถอยหลังลงมาอีก
.
ยิ่งใครที่สูงวัยเกิน 50 ขึ้นไป เป็นมือใหม่ริลงขอด
จงสังวรให้จงหนัก ผมไม่ออกตารางขอดให้กับวัย50 ขึ้นทั้งสิ้นไม่ว่าหญิงว่าชาย
.
มือใหม่หัดขอด ร้อยละเกือบร้อย มักจะเทแรงเต็มเหนี่ยว 100% Max เร่งขับรุ่นพี่ที่เคยลงขอดมาก่อนด้วยซ้ำให้ทันทั้งความเร็ว และทั้งจำนวนเที่ยว
เป็นอะไรที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง
นี่แหละ ถึงว่า ต้องมีโค้ชไว้เพื่ออะไร เห็นยัง?
ลิมิตมิใช่คำกล่าวอ้างว่า "Yes I can" แต่เป็น
"Adaptation"
เราคนวิ่งกับคนดูแลแผนฝึก โฟกัสกันคนละจุด
นาทีนี้คือการเริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ไม่เคยลองขอดมาก่อน จะตั้งหน้าตั้งตาเอาขอดเดียวกันกับคนที่มีประสบการณ์ขอดมาแล้วย่อมไม่ได้
เขาวิ่งมานานเท่าไรแล้ว
กระดูกมันคนละเบอร์
ชั่วโมงนี้รอยต่อของการเริ่มต้น
ให้ยืนที่ขอดอ่อนให้ได้เสียก่อน อย่าให้เจ็บ
ที่แน่นอน ต้องน้อย ต้องเบากว่าที่เราน่าจะทำได้ เพราะเรามักจะกะผิดเสมอ
เพื่อดูผลลัพธ์ เรายืนได้ปะ
ลองไปแบบสังเกตอาการอย่างยิ่งยวด
ใดๆท่าไม่ดี ตบหยุดไว้ก่อน ตบเลิกกลางคัน อย่าให้เจ็บเต็มตัวแล้วค่อยเลิก แบบที่พวกเราหลายคนมักทำ
สัญญาณเตือนจะมาก่อนเจ็บจริงเสมอ และพวกเรามักเพิกเฉยกับมัน ทั้งๆที่เขามาเตือนแล้ว
จง Remind ตัวเองเสมอ ว่าฝึกขอดนี้ไปเพื่ออะไร
เพื่อบรรลุผลเพื่อชนะแข่งขัน หรือเพื่อฟูอัตตา ชิงความโดดเด่นกับนักวิ่งผู้มาก่อนรึ ?
อัตตาเป็นเรื่องที่ต้องกำหราบมิใช่เป็นเรื่องต้องไปปรนเปรอให้ฟูขึ้นมา
ตราบใดที่วนเวียนอยู่กับการยอมรับทางสังคม
สายตาในกลุ่มชมรมวิ่งมองมายังตัวฉันอย่างไรแล้วละก็
ปลายทางเป็นสุสานเหมือนกันทุกราย เห็นมามากแล้ว
การฝึกขอดผิดๆ ไม่ใช่ทั้งเพื่อสุขภาพ และไม่ใช่ทั้งเพื่อพัฒนาฝีเท้าใดๆ สุสานอย่างเดียว
.
คืออีกหนึ่งคำแนะนำว่าระดับความเข้มข้นการฝึกขอดที่ทำอยู่นี้ เพียงพอ หรือหนักหน่วงเกินไป(ควรปรับลง) คือ
เมื่อจบเที่ยวสุดท้ายให้ถามตัวเองว่า
เราสามารถต่ออีกเที่ยวในความเข้มข้นเท่าเดิมนั้นได้อีกหรือไม่
เราต้องตอบว่า "ทำได้" (แต่ไม่ต้องทำ)
ถ้าเราตอบตัวเองว่า "ไม่ไหว" หรือ "ไม่ได้" แสดงว่าชุดขอดที่เขียนและลองทำไปแล้วนั้น หนักเกินไป ให้ปรับลง
.
เช่นเดียวกับการสอนให้ลูกล้างจาน น่ารำคาญมากที่แม่อาจต้องนำจานที่ลูกหัดล้าง มาล้างใหม่เพราะมันไม่เอี่ยม ยังเป็นคราบอยู่เลย
ยังผลให้พ่อแม่ผู้คิดไม่ไกล จึงไม่สอนให้ลูกล้างจาน เพราะเดี๋ยวก็ต้องมาล้างอีกอยู่ดี เพิ่มงานให้พ่อแม่เปล่าๆ
แต่หาตระหนักไม่ว่า เรากำลังอยู่ในช่วงดัดนิสัยให้มีจิตวิญญาณให้เขาเอาภาระของครอบครัวที่ไม่ฝึกปลูกฝังตั้งแต่ตอนนี้ก็ไม่ได้ เพราะอีกหน่อยเขาจะไม่แตะต้องเลย
การลงมือเริ่มต้นทำอะไร ไม่มีใครที่จะทำได้ดีเลยในการลงมือครั้งแรกๆ เรียนผิดเป็นถูกทุกคน
มือใหม่หัดขอดก็เช่นกัน
ขาดๆเกินๆ จึงต้องมีพ่อแม่ประกบ
เอ้ยไม่ใช่ ต้องมี Running instructor ควบคุม
มิให้เออเร่อ เพี้ยนออกไปต่างๆในท่วงท่าเมตตาและอภัย
นี่คือสิ่งที่วงการวิ่งต้องการ
"น้ำใจ" จากรุ่นพี่
ที่เราขาดแคลน
.
ที่พรรณามาทั้งหมด คือกรรมวิธีร่วมที่ทำให้ขอดซึมเข้าฝัก ไม่เพียงฉาบทาที่ผิวๆ
และสิ่งนี้สำคัญมาก คือ ขอดที่แค่เคยทำได้ เป็นคนละขอดกับที่ทำได้สม่ำเสมอ การออกผลต่างระดับกัน

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่