PM
2.5 กับ โคโรน่า
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
กำลังงุนงงกับฝุ่น
PM
2.5 อยู่ เราจะมีข้อสรุปสุดท้ายอย่างไรกับการวิ่งฝึกประจำวันบ้าง?
วิ่งที่ได้รับฝึกเข้ามา คุ้มค่าหรือไม่กับภัยที่เกิดจาการ
รับอากาศเข้าไปแบบ Extra
ยังไม่ทันพบคำเฉลยที่เหมาะสม
PM
2.5 เป็นอย่างไรประเด็นปัญหากลับถูกเบียดแซงโดยโคโรน่า
ที่เป็นอันตรายคุกคามเราที่อันตรายยิ่งกว่าเสียอีกเข้ามา
และทั้งสองประเด็นปัญหา
เบียดขับให้ภาวะสุ่มเสี่ยงการขาดออกกำลังกายอันเคยเป็นปัญหาพื้นฐานของสังคม
ถูกเบียดตกจากเวทีีไปเลย
นาทีนี้ทั้งสองเรื่อง
ไม่ใช่เพียงพื้นที่ กทม. จะเป็นกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ถ้าดูจากภาพดาวเทียม PM 2.5 เป็นไปอย่างทั่วถึงครับ เต็มพื้นที่ประเทศ เพราะอากาศเป็นของไหล มัน Flow
อย่างง่ายและเร็วมาก ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ปัญหา
ไม่เพียงประเทศ
แต่ทั้งภูมิภาค เอเชียอาคเนย์เอาเลย ไม่มีพื้นที่ใดให้หลบภัย
ยิ่งโคโรน่า
เป็นอะไรที่กว่านั้น มันไปเร็วมาก จนแค่จินตนาการที่จะรับมือใดๆ
ก็คิดไปไม่ถึงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
พวกเราอาจเห็นกิริยาลุง
เขียนแต่วิ่งๆเหมือนเดิม
หาได้มีไอเดียอะไรใหม่ๆทันร่วมสมัยออกมาจากปลายปากกาสมกับยุคไม่ ในทั้งสองประเด็น
เปล่าเลยครับ
ผมก็ร้อนรุ่มไม่ต่างจากพวกเราและตีบตันต่างหากอีกด้วย
สิ่งที่เราสามารถทำได้จริงๆมีน้อยมากๆ
มันทำให้เรารู้สึกแหย๋
กับปรากฏการณ์ที่คุกคามพวกเรา อันนำให้เรามุ่งไปสู่ปัญหาใหม่ๆ ตามติดมาอีกเป็นขบวน
สำหรับผม
ทำตัวไม่ถูก จะเขียนแนะนำอะไรกับการปกป้องตัวเองกับฝุ่น
ดูเหมือนว่าเป็นการออกจากปัญหาหนึ่ง ไปสู่ปัญหาอื่น ไม่จบสิ้นที่ตัวของมันเอง
แต่กลายเป็นเพียงย้ายสมรภูมิเท่านั้นที่เราต้องพบเจอ
จากเพียงฝุ่นที่น้อยลง(ไม่หมด) มาเป็นการสูดอากาศเก่าที่ตัวเองพ่นออกมาแล้ว
กลับเข้าระบบใหม่ไปอีก ที่แบบไหนจะมีอันตรายคุกคามเรามากกว่ากัน
ก็ยังไม่มีใครเปิดประเด็นนี้ด้วยซ้ำกับ N95
หน้ากากที่มีประสิทธิภาพที่สุด
มันน่าแปลกที่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพที่สุดในเวลานี้กลายเป็นอันตรายจากตัวของมันเอง
เราได้ออกซิเจนไม่พอ เพราะมันดีเกินไป
ยิ่งโคโรน่า
ยิ่งไม่มีอะไรที่จะกล่าวถึง เรายิ่งสิ้นบทบาทใดๆกับมันสิ้นเชิง
เรานักวิ่งจะทำอย่างไรกับตัวเอง
จะฝึกต่อ หรือจะเลิกวิ่ง(ชั่วคราวแต่จะชั่วคราวนานขนาดไหนก็ไม่ทราบ)
เปิดประเด็นหวังไม่เพียงสังคม
จะได้ How
to อยู่กับสองวิกฤต นี้ด้วยคำแนะนำแคบๆ
แต่อยากเปิดอภิปรายในภาพใหญ่ที่ชุมชนนักวิ่ง จะควรมีบทบาทอะไรในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ได้บ้าง
ขอบคุณพวกเราที่ขูดเนื้อสมองออกมาแบ่งปันกัน
(ห่อเหี่ยวเกินไป
ที่จะมานั่งหารูปประกอบ)
(ไม่มีต่อในช่องความเห็น)
.
.
กฤตย์
ทองคง
27
มกราคม 2563
.
นักวิ่ง
แนะนำให้งดดื่มน้ำจากก็อกตู้น้ำดื่มที่ทำไว้สำหรับบริการทุกคนในสวนสาธารณะชั่วคราว
จนกว่าสถานการณ์ โคโรน่าจะคลี่คลายดีขึ้น
เห็นหลายคนก้มลงรับน้ำจากก็อกตรงๆ
พฤติกรรมนี้มีผลกระจายพันธุ์ไวรัส ทั้งส่งและรับครับ
แม้เอาภาชนะขวดไปรอรับมาก็เถิด
อาจไม่ส่ง แต่รับได้เช่นกัน
ไม่ได้ต่อต้านก็อกน้ำ
สาธารณะที่จัดบริการประชาชนนี้ มันดีแล้ว เพียงแต่ว่า เราตั้งคำถามกับความสะอาด
โดยเฉพาะชั่วโมงนี้ กับภาวะกระจายของโคโรน่า
.
ผมแอบจินตนาการว่า
มันอาจมีความเป็นไปได้ที่เราดูแลสุขภาพร่างกายยามเป็นหวัดต่างๆที่ผ่านมาด้วยการกินยาปฏิฯ
ที่นับวันแรงขึ้นทุกวัน กับโรคภัยที่เคย Treatment ก็ได้ ไม่ Treatment
ใดๆก็หาย
จนเชื้อไวรัส
ปรับตัวเพื่อความรอดของมันเอง
และการคิดค้นยาใหม่ๆที่แรงขึ้นๆเพื่อสายพันธุ์ใหม่ๆที่มันปรับตัว
ปีแล้วปีเล่า
กว่าจะมาถึงวันพิพากษาของโคโรน่ามาถึง
ที่เห็นนี้เป็นสิ่งที่เตือนมนุษย์ว่า
วิธีการเก่าๆที่เราทำกับตัวเองมาผิดพลาดมาตลอด
ถ้าเราไม่หวนกลับมามาคิดใหม่
How
to approach it. เราจะถึงทางตันที่ผ่าไม่ออก ไปต่อไม่ได้
ตายลูกเดียว ในวันหนึ่ง หากเรายังมีมโนทัศน์ต่อชีวิต ต่อความเจ็บป่วย
ต่อชีวทัศน์แบบการแพทย์แผนตะวันตกอย่างปัจจุบัน
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่