Monday, January 27, 2020

PM 2.5 กับ โคโรน่า


PM 2.5 กับ โคโรน่า
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
กำลังงุนงงกับฝุ่น PM 2.5 อยู่ เราจะมีข้อสรุปสุดท้ายอย่างไรกับการวิ่งฝึกประจำวันบ้าง? วิ่งที่ได้รับฝึกเข้ามา คุ้มค่าหรือไม่กับภัยที่เกิดจาการ รับอากาศเข้าไปแบบ Extra

ยังไม่ทันพบคำเฉลยที่เหมาะสม PM 2.5 เป็นอย่างไรประเด็นปัญหากลับถูกเบียดแซงโดยโคโรน่า ที่เป็นอันตรายคุกคามเราที่อันตรายยิ่งกว่าเสียอีกเข้ามา

และทั้งสองประเด็นปัญหา เบียดขับให้ภาวะสุ่มเสี่ยงการขาดออกกำลังกายอันเคยเป็นปัญหาพื้นฐานของสังคม ถูกเบียดตกจากเวทีีไปเลย

นาทีนี้ทั้งสองเรื่อง ไม่ใช่เพียงพื้นที่ กทม. จะเป็นกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ถ้าดูจากภาพดาวเทียม PM 2.5 เป็นไปอย่างทั่วถึงครับ เต็มพื้นที่ประเทศ เพราะอากาศเป็นของไหล มัน Flow อย่างง่ายและเร็วมาก ไม่จำกัดเฉพาะพื้นที่ปัญหา

ไม่เพียงประเทศ แต่ทั้งภูมิภาค เอเชียอาคเนย์เอาเลย ไม่มีพื้นที่ใดให้หลบภัย

ยิ่งโคโรน่า เป็นอะไรที่กว่านั้น มันไปเร็วมาก จนแค่จินตนาการที่จะรับมือใดๆ ก็คิดไปไม่ถึงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

พวกเราอาจเห็นกิริยาลุง เขียนแต่วิ่งๆเหมือนเดิม หาได้มีไอเดียอะไรใหม่ๆทันร่วมสมัยออกมาจากปลายปากกาสมกับยุคไม่ ในทั้งสองประเด็น

เปล่าเลยครับ ผมก็ร้อนรุ่มไม่ต่างจากพวกเราและตีบตันต่างหากอีกด้วย
สิ่งที่เราสามารถทำได้จริงๆมีน้อยมากๆ
มันทำให้เรารู้สึกแหย๋ กับปรากฏการณ์ที่คุกคามพวกเรา อันนำให้เรามุ่งไปสู่ปัญหาใหม่ๆ ตามติดมาอีกเป็นขบวน

สำหรับผม ทำตัวไม่ถูก จะเขียนแนะนำอะไรกับการปกป้องตัวเองกับฝุ่น ดูเหมือนว่าเป็นการออกจากปัญหาหนึ่ง ไปสู่ปัญหาอื่น ไม่จบสิ้นที่ตัวของมันเอง

แต่กลายเป็นเพียงย้ายสมรภูมิเท่านั้นที่เราต้องพบเจอ จากเพียงฝุ่นที่น้อยลง(ไม่หมด) มาเป็นการสูดอากาศเก่าที่ตัวเองพ่นออกมาแล้ว กลับเข้าระบบใหม่ไปอีก ที่แบบไหนจะมีอันตรายคุกคามเรามากกว่ากัน ก็ยังไม่มีใครเปิดประเด็นนี้ด้วยซ้ำกับ N95 หน้ากากที่มีประสิทธิภาพที่สุด

มันน่าแปลกที่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพที่สุดในเวลานี้กลายเป็นอันตรายจากตัวของมันเอง เราได้ออกซิเจนไม่พอ เพราะมันดีเกินไป

ยิ่งโคโรน่า ยิ่งไม่มีอะไรที่จะกล่าวถึง เรายิ่งสิ้นบทบาทใดๆกับมันสิ้นเชิง

เรานักวิ่งจะทำอย่างไรกับตัวเอง จะฝึกต่อ หรือจะเลิกวิ่ง(ชั่วคราวแต่จะชั่วคราวนานขนาดไหนก็ไม่ทราบ)

เปิดประเด็นหวังไม่เพียงสังคม จะได้ How to อยู่กับสองวิกฤต นี้ด้วยคำแนะนำแคบๆ แต่อยากเปิดอภิปรายในภาพใหญ่ที่ชุมชนนักวิ่ง จะควรมีบทบาทอะไรในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ได้บ้าง

ขอบคุณพวกเราที่ขูดเนื้อสมองออกมาแบ่งปันกัน

(ห่อเหี่ยวเกินไป ที่จะมานั่งหารูปประกอบ)
(ไม่มีต่อในช่องความเห็น)
.
.
กฤตย์ ทองคง
27 มกราคม 2563
.

นักวิ่ง
แนะนำให้งดดื่มน้ำจากก็อกตู้น้ำดื่มที่ทำไว้สำหรับบริการทุกคนในสวนสาธารณะชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ โคโรน่าจะคลี่คลายดีขึ้น
เห็นหลายคนก้มลงรับน้ำจากก็อกตรงๆ พฤติกรรมนี้มีผลกระจายพันธุ์ไวรัส ทั้งส่งและรับครับ
แม้เอาภาชนะขวดไปรอรับมาก็เถิด อาจไม่ส่ง แต่รับได้เช่นกัน
ไม่ได้ต่อต้านก็อกน้ำ สาธารณะที่จัดบริการประชาชนนี้ มันดีแล้ว เพียงแต่ว่า เราตั้งคำถามกับความสะอาด โดยเฉพาะชั่วโมงนี้ กับภาวะกระจายของโคโรน่า
.
ผมแอบจินตนาการว่า
มันอาจมีความเป็นไปได้ที่เราดูแลสุขภาพร่างกายยามเป็นหวัดต่างๆที่ผ่านมาด้วยการกินยาปฏิฯ ที่นับวันแรงขึ้นทุกวัน กับโรคภัยที่เคย Treatment ก็ได้ ไม่ Treatment ใดๆก็หาย
จนเชื้อไวรัส ปรับตัวเพื่อความรอดของมันเอง
และการคิดค้นยาใหม่ๆที่แรงขึ้นๆเพื่อสายพันธุ์ใหม่ๆที่มันปรับตัว
ปีแล้วปีเล่า กว่าจะมาถึงวันพิพากษาของโคโรน่ามาถึง
ที่เห็นนี้เป็นสิ่งที่เตือนมนุษย์ว่า วิธีการเก่าๆที่เราทำกับตัวเองมาผิดพลาดมาตลอด
ถ้าเราไม่หวนกลับมามาคิดใหม่ How to approach it. เราจะถึงทางตันที่ผ่าไม่ออก ไปต่อไม่ได้ ตายลูกเดียว ในวันหนึ่ง หากเรายังมีมโนทัศน์ต่อชีวิต ต่อความเจ็บป่วย ต่อชีวทัศน์แบบการแพทย์แผนตะวันตกอย่างปัจจุบัน

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.