Tuesday, November 24, 2020

การใช้รองเท้าวิ่งสลับกัน

 การใช้รองเท้าวิ่งสลับกัน

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง

.

.

ถาม..........

สวัสดีครับอาจารย์

อยากรบกวนอาจารย์ขอความรู้เรื่องรองเท้าครับ

ผมมีรองเท้า5คู่ วิ่งถนน3 แบบเทรล 2

ผมใส่วันละคู่ต่อการวิ่ง1ครั้งแบบนี้ได้ไหมครับ

สลับไปทุกวันจนครบ5คู่ครับ

อดิศักดิ์  สุวรรณสโรช

25  พฤศจิกายน  2563

ตอบ..........

ไม่มีข้อกำหนดเคร่งครัดแบบนั้น

ใช้ไปตามสบาย อยากใส่คู่ไหนก็ใส่

ผลออกมาจะใส่บ่อยกว่าบางคู่

และใส่น้อยกว่าบางคู่  ก็ไม่เป็นไร

จะได้จำไว้ว่า เราชอบแบบไหน จำไว้เป็นข้อมูลเมื่อจะซื้ออนาคต  และเช่นกัน  คู่ที่ชอบน้อยกว่าหรือไม่บ่อย เป็นเพราะอะไร  เราจะได้ไม่เลือกในคู่ต่อไป

ไอเดีย รองเท้าวิ่งสลับใช้ อยู่แค่เปลี่ยนแรงกดที่ Stress ตำแหน่งเท้า  ให้ไปพบแรงกดที่ื่อื่นบ้าง

ที่ตรงนั้นพักจนหายล้า แล้วค่อยวนกลับมาใช้อีกครั้ง  เป็นไอเดียป้องกันบาดเจ็บ  ดีกว่า ทนใช้คู่เดียว  ให้พังเป็นคู่ๆ

แต่ส่วนใหญ่  ผู้วิ่งมิได้ครอบครองรองเท้าเพราะเหตุผลนี้มากกว่าจังหวะมันมี  รองเท้าน่าสนใจมานำเสนอ  ราคาลด  สีสันถูกใจ  อยากได้  ไม่ว่ากัน

แต่ถึงจะเพราะเหตุผลย้ายสลับตำแหน่ง Stress นั้น ก็ไม่ได้เป็นเหตุให้ต้องสิ้นเปลือง  มีใช้แค่1-3 คู่ก็พอแล้ว  ส่วนใหญ่พวกเรามากกว่านี้อย่างท่วมท้น

อนึ่ง...ยังมีเหตุผลว่าสมควรใช้รองเท้าวิ่งมากกว่าคู่เดียวอีกประการคือ  "การแห้งได้ทันใช้" จากทำความสะอาด  ค่าที่ว่า การแห้งไม่สามารถเร่งรัดให้แห้งได้ทันใจ  จะได้ใช้คู่อื่นไปพลางๆก่อน รอคู่แห้ง

นอกจากนี้ไม่มีอะไร

แต่มีข้อสังเกตว่า ปัจจุบัน ภัยคุกคามนักวิ่งไม่ได้มาจากแรง Stress จากการทนใช้งานเพียงน้อยคู่เท่านั้น  แต่มาจากแรงกระตุ้นฝ่ายขายของบริษัทรองเท้าในการทำกำไรขายได้มากๆ  อันนี้ไปว่าเขาไม่ได้  อยู่ที่การควบคุมตัวเองของนักวิ่งจากภายใน

ใครจะพิรี้พิไรซื้อหรือใช้อย่างกระเหม็ดกระแหม่อยู่ที่นิสัยพ่อแม่อบรมมาในตอนต้นชีวิต  ที่ส่งผลถึงนิสัยกินอยู่ตลอดไป

.

.

กฤตย์  ทองคง

25  พฤศจิกายน  2563

.

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

เริ่มต้นถอนสมอก็ล่มแล้ว

 เริ่มต้นถอนสมอก็ล่มแล้ว

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง

.

.

วิธีเริ่มซ้อมวิ่ง ที่ทำให้ไม่พัฒนา  ชะงักงัน  ซ้อมแล้วตกฟิต  ซ้อมแล้วล้มเหลวคือ  ถ้าไม่เบาเกินไป ก็หนักเกินไป  วนเวียนอยู่แค่นี้แหละ

ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลัง และมักจะมีกำเนิดที่มาจากอย่างแรก  กี่ปีกี่ชาติ  ไม่เคยวิ่งมาตลอดทั้งชีวิต  ไม่เคยเลย  ไม่ออกกำลัง  ไม่วิ่ง

บทจะวิ่งเพราะไปรู้มา  วิ่งแล้วดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้  อยากได้แบบนั้นบ้าง  จึงฮิตบ้าวิ่ง  วิ่งจนเลยธง

วิ่งทั้งมาก วิ่งทั้งแรง  ทั้งกระชั้นชิด  สัญญาณเตือนมาก็ดื้อ  ไม่ยอมเชื่อฟัง  ประกอบกับตีความคำแนะนำอย่างผิดๆ  "ต้องซ้ำ"  ถึงจะดีขึ้น

พอเจ็บ ก็ทนเอา  เอาคติชีวิตมาใช้อย่างผิดกาละเทศะ  "ชีวิตต้องสู้"  บ้างละ

"นักรบต้องมีบาดแผล"  บ้างละ

ฯลฯ

ทำกันแบบนี้ แทนที่เจ็บแล้วจะหาย  กลับเข้าโหมดเรื้องรังร้ายแรง  ทั้งๆที่เป็นการเจ็บครั้งแรกๆ  แต่เพราะไม่ยอมหยุดวิ่ง 

ยอมทำทุกอย่าง  ยอมกินยาทุกขนานที่ว่าดี  ไปหาหมอที่ขึ้นชื่อว่าคนขึ้นมาก แต่ไม่หยุดวิ่ง หมอให้พักวิ่งก็ไม่ทำตาม แล้วไปหาเขาทำไม? จึงเจ็บนาน ไม่ยอมหาย  นานจริงจนเจิ่น ต่อไม่ติด  กลับมาวิ่งแล้วควานหาแรงบันดาลใจไม่พบ  เชื้อมูลวิ่งต่างๆที่เคยเปี่ยมล้น หายเกลี้ยง นี่แหละ Burn out

เลิกวิ่งเข็ดขยาด  กลับไปเหมือนจุดเริ่มต้น เพราะหล่อเลี้ยงกิจกรรมไม่เป็น

คนที่ริเริ่มออกกำลังทุกชนิดเป็นอย่างนี้ 90%  สมควรที่ผู้ดำริเริ่มออกกำลังกายทุกคนควรสังวร  ที่คนรุ่นเก่าทำไมหายไปตั้ง 90% เป็นแบบนี้ทั้งนั้น

ให้เริ่มที่เบากว่าที่คิดว่าจะทำได้  โฟกัสที่จัดตั้งจนมั่นคงก่อน  อย่าเน้นที่ Intensity  แม้กระทั่งไม่หนักเข้มข้นมากเพียงพอจนเกิดเนื้องาน ก็ช่างมันก่อน

นาทีนี้ ยังไม่ใช่วาระ  เน้นจับกิจกรรมใหม่ให้อยู่ กลายเป็นกิจวัตรประจำให้ได้  เนื้องานยังเผาผลาญได้น้อย เปลืองแฟ็บซักผ้าก็ช่างมัน

พอติดแล้ว เดี๋ยวค่อยเพิ่ม itensity ได้ ตรงนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่  ที่พาล่มกันก็เพราะเน้นผิดฝาผิดจุดผิดเวลา  เพิ่งเริ่ม ใจก็ไปจดจ่อทำให้เท่ากับคนเก่าเขาทำกัน

อย่าเริ่มที่เข้มข้นเลย  ไม่ว่าเริ่มวิ่ง หรือนักวิ่งแล้วเริ่ม Interval หรือเริ่มขึ้นเขาเข้มข้นเลย เพราะจะแหยงในครั้งต่อไป  อาการล้าสะสมมีจริง

พรุ่งนี้ยังมี  มะรืนจะตามมาสมทบ  มะเรื่องยังรอซ้ำ  คุณจัดเผื่อไม่พอ  แต่ต้องถึงขนาดเผื่อของเผื่อด้วยซ้ำ  อย่าประมาทกับฤทธิ์สะสมความเครียดล้า

สิ่งนี้ขอให้เชื่อรุ่นพี่  วิ่งมาก่อน เจอมาก่อน  พังกันไปไม่รู้กี่รายแล้ว

ชั่วโมงนี้ให้เน้นสร้างความสม่ำเสมอ 4-5 วันต่อสัปดาห์ไว้ก่อน ประมาณเอา  มากน้อยผิดจากนี้ได้  จงเน้นรักษา Pattern กิจวัตรใหม่ให้ทำเป็นนิสัยมากกว่าเดือนหนึ่งขึ้นไป

การเข้าหากิจกรรมออกกำลังกายควรเข้าไปอย่างท่วงท่าอ่อนน้อมถ่อมตน  เอื้อเวลาและการกระทำซ้ำเพื่อการเรียนรู้และการปรับตัว

ทำอย่างนี้ซ้ำๆกันพักหนึ่งที่ล้าจะล้าน้อยลง  ที่ทำอยู่้เดิม จะไม่ล้าเหมือนเดิมอีกแล้ว มันกระเตื้องขึ้น  แม้ทำอยู่เท่าเดิมแต่จะได้เวลาน้อยลง  หรือที่ทำเวลาเท่าเดิม  แต่จะได้งานมากขึ้น  สิ่งเหล่านี้จะประจักษ์เอง ให้สังเกตอาการตลอด

ถ้าเกิดล้าสะสมตัวชักเยอะ  ต้องหยุดเพิ่มจากที่เคยวางแผนไว้ก็ต้องทำ  ต้องเชื่อฟังสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ  สัญญาณอย่างไร ลงมือทำไปแล้วจะรู้เองครับ  ใช้การปรับเปลี่ยนเข้าหา

ผิดนัก หากเปลี่ยนไม่ได้  ปรับไม่เป็น  หยุดพักไปเลยก็ยังได้ ดีกว่าดันต่อไป

การเพิ่มวันหยุดเข้าไปของคนเพิ่งเริ่มต้นถูกมองว่าเป็นความฉลาด  หาใช่เป็นความขี้เกียจของมือใหม่

แต่ความโหมให้ได้ทั้งจำนวนความเร็วและจำนวนเที่ยว หรือจำนวนกิโลเมตรตามที่ลอกเขามา  ถูกมองว่าเป็นความเขลา

ทำได้ตามนี้เมื่อไร  ย่อมจะสามารถต่อเนื่องออกกำลังที่คุณเริ่มดำริมาสำเร็จร้อยละร้อย  ส่วนที่ล้มเหลวจับไม่ติด  เซ็ทเป็นกิจวัตรไม่ได้  ก็เพราะเผชิญหน้าอย่างหนักเกินไปร้อยละร้อยเหมือนกัน

.

.

กฤตย์  ทองคง

25  พฤศจิกายน  2563

.

.

เอกวิทย์ แสวงผล

ใจเย็นๆการวิ่งเป็นการหยอดกระปุกอมสิน ไม่ใช่การถูกล็อตเตอรี่ ความอดทนในการวิ่งทางไกลต้องค่อยๆสะสมครับ รีบร้อน บาดเจ็บ ขาดทุนครับ

.

กฤตย์ ทองคง

เอกวิทย์ แสวงผล จำไว้ โค้ชอาจารย์เอกวิทย์เรียกการวิ่งว่าเป็นการหยอดออมสิน ทีละน้อย บ่อยๆทุกวัน มันไม่ใช่ได้มาอย่างถูกล็อตเตอรี่ ถูกต้องทีเดียว

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่