รู้ , เข้าใจ , ใช้ , และวาง
(Symphony)
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
สิ่งที่สามารถประมวลชีวิตวิ่งทั้งหมดให้กระชับความเข้าใจที่สั้นที่สุดอยู่ใน 4 คำนี้เท่านั้น
รู้ , เข้าใจ , ใช้ , และวาง
1) "รู้" ว่าโลกนี้มีการวิ่งอยู่ ทั้งการวิ่งโอลิมปิค และที่เอาเป็นเลิศ และเพื่อประเทืองสุขภาพ รวมถึงมิติสอยดวงดาว ฯลฯ
รวมความไปถึง ตัวองค์ความรู้ที่ว่าด้วยแต่ละวิธีการ เพื่อไปสู่แต่ละเป้าหมายนั้น ทั้งประวัติศาสตร์ไปข้างหลังที่ผ่านมา และวิทยาศาสตร์ที่กำลังจะมุ่งไปข้างหน้า ที่เป็นการาประมวลผลถึง How to เป้าหมายวิ่งทั้งหลาย
2) "เข้าใจ" ว่าแต่ละชนิดของตัวเลือก ต้องเข้าถึงแต่ละวิธีด้วยวิธีืี่แตกต่างกัน ไม่่ใช่ว่าวิ่งเพื่อเป้าหมายใดดีกว่าเป้าหมายใด ต้องเข้าใจว่า "มันมีวิธีอยู่ และเราต้องเข้าถึงมัน ด้วยท่วงท่า Approach นั้นอย่างไรด้วย
แล้วตัวของเราที่วิ่งนี่ เราต้องการอะไร เพื่อสุขภาพ หรือเพื่ออันดับสนาม หรือเพื่อสอยดวงดาว เราต้องตามไปเข้าใจถึงวิธีการ How to นั้นให้เข้าใจในหลักการทางกว้างๆเสียก่อน ส่วนรายละเอียดจะตามมา
และถ้าภาพกว้างถ้าไม่เคลียร์ ตอนลงรายละเอียด เราจะเพี้ยนง่ายๆ
เมื่อทำได้ดังนี้ จะทำให้เราสามารถมองข้ามปรากฏการณ์ความแตกต่างของแต่ละโค้ช ที่อาจให้คำแนะนำที่แตกต่างออกไปว่า เจตนาปลายทางที่สุด เป้าหมายที่แนะนำนั้น เขาตั้งใจจะพัฒนาอะไร
เมื่อได้มองเห็นภาพรวมอย่าง Perspective แล้ว ข้อที่อาจคลางแคลงใจในการฝึกทุกชนิด รวมถึงความสงสัยในตัวโ้ค้ชแต่ละท่าน จะลดลงโดยอัตโนมัติ
ทุกคำแนะนำ ทุกสูตร ทุกโค้ช ล้วนนำไปสู่เป้าหมายเดียวกันทั้งนั้น แต่อาจด้วยวิธีที่ต่างกันเท่านั้นเอง
มันเป็นจุดที่ไร้ความขัดแย้งโดยสิ้นเชิง สรรพสิ่งที่ว่าด้วยเรื่องวิ่ง มีเพียง "สิ่งเดียวเท่านั้นเอง
อย่างฉับพลันทันทีที่เข้าใจ ผู้วิ่งจะหยั่งถึงโดยอัตโนมัติว่าด้วยเป้าหมายวิ่งของฉันนี้ ฉันจะ Approach ด้วยวิธีอย่างไร ?
3) "ใช้" วิธีการทำความเข้าใจทั้งประการที่ 1) และ ประการที่2 มาประยุกต์เข้ากับตัวเราเอง ที่เราย่อมมีจริตและแนวโน้มต่างๆอาจไม่เหมือนคนอื่น เพื่อให้เข้าถึงตรงนั้น เราจะต้องหันเหด้านมุมของเราอย่างไรเข้าหาก่อน รวมไปทั้งระดมเทคนิคต่างๆประดามีที่เป็นต้นทุนทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้เพื่อการนี้ ถ้าไม่มี หรือมีไม่พอ เราย่อมหาได้จากที่ไหน จะเอาอะไรมาทดแทน เพื่อความลุล่วง ("ลุล่วง" ไม่ได้แปลว่าสำเร็จนะ)
4) "ละวาง" เมื่อเราถึงเป้าหมายแล้ว เราต้องอยู่กับมันได้อย่างสง่าผ่าเผย (Smart) ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ต้องมีอะไรมารองรับทั้งสิ้น ความเปลี่ยนแปลงที่ทยอยมีมา ผันผ่าน แปรเปลี่ยนไปตามเวลา หาได้ทำให้เราคลอนแคลนมั่นคงใดๆไม่
หากไม่เป็นไปตามนี้ แสดงว่า 1)+2)หรือ+3) ตกบกพร่องตรงหนึ่งตรงใด ต้องกลับไปทบทวนซ้ำเพื่อความแม่นยำอีกครั้ง
จุดสูงสุดที่ตัวเองเข้าถึง มิอาจทำให้หลงตัวเอง แม้ในจุดที่ต่ำที่สุด ก็มิได้ทำให้น้อยเนื้อต่ำใจ แต่อย่างใด
เหรียญ Pondering ที่ได้มา หรือแม้กระทั่งเหรียญ M เหรียญที่พัน หรือแม้กระทั่งหลักชัยใดๆ ถ้่ายังคล้องคอด้วยความรู้สึกอหังการเหนือกว่าละก็ คือ "การสอบตก" ที่เรานั่นแหละที่จะเป็นกรรมการผู้ตัดสินท้ายที่สุดอยู่ดี
ย่างเข้ามายกสุดท้่ายแล้ว ผู้ประเมินต้องเป็นเราเอง
จงอยู่กับมันให้ได้ทั้ง 4 ช่วงชั้น
- รู้การวิ่ง
- เข้าใจวิ่ง
- ใช้การวิ่ง
- และวางการวิ่งลง
นักวิ่งใดที่มาถึงขั้นนี้เมื่อไร ถือว่า เจนภพ จบกระบวนวิ่งแล้ว
ถ้าเพียงตระหนักว่า นาทีนี้ตัวเองยังชั้นประถมกำลังอยู่ชั้นประถม1) หรือ 2) อยู่ ย่อมเป็นนิมิตหมายที่ดีในตัวของมันแล้ว
โชคดีนะจิม...ขอให้ถึงเป้่าหมายของพวกคุณทุกคน
.
.
กฤตย์ ทองคง
26 กุมภาพันธ์ 2564
.