สิ่งที่ผมคิดต่างจากโค้ชวิ่งท่านอื่น
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
เรื่องนี้
ผมไตร่ตรองมานาน
ก็ไม่เห็นพ้องกับผู้กำกับการฝึกท่านอื่นสักที สมควรที่มาให้คำอธิบายถึงเหตุผลที่ผมคิดต่าง
ในเรื่อง การจ็อกคลายเส้นในขณะที่ผู้วิ่งบาดเจ็บในฐานะ Active
recovery ดังนี้
และข้อนี้คือจุดที่แนวทางกฤตย์
ค่อนข้างแตกต่างจากโค้ชท่านอื่นที่นักวิ่งในระดับของพวกเราควรตระหนักให้ดีในการพิจารณาบทความผมต่างๆเอาไปประยุกต์กับตัวของคุณ
เพราะช่วยไม่ได้ ที่ผมมีประสบการณ์เจอมาแบบนี้ ผมก็ต้องซื่อสัตย์ต่อ สิ่งที่ผมพบมา
และทำมาแล้วได้ผลดีอย่างไรก็บอกไปเช่นนั้น
โค้ชอื่นค้านผมว่า การจ็อกคลายเส้นเมื่อบาดเจ็บ เป็นแนวทางเหมาะสมกว่าการหยุดที่ผมมักจะแนะนำเสมอๆ
ซึ่งตัวไอเดียที่อธิบายว่าการกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนนำโปรตีนไปเยียวยาที่บาดเจ็บนั้น ถูกต้องและเหมาะสมอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ใครเล่าจะไปนั่งกำกับให้การจ็อกคลายเส้นนั้นให้เป็นการจ็อกจริงๆ ในความเป็นจริงๆแล้ว ไปสังเกตการณ์พื้นที่ซ้อมได้เลยเด็กหลายคนเตลิดเหมือนควายเข้าทุ่ง อัดตามเพื่อนๆ ทันที่ทีไฟเขียวอนุญาตให้วิ่งได้
นักวิ่งเช้าวันอาทิตย์เป็นผู้ฝึกที่อ่อนวินัยเอามากๆที่สุดในนักวิ่งทั้งหมด มีลักษณะที่เอาแต่ใจตัวเอง เป็นพวกที่มีลักษณะวิพากย์วิจารณ์สูง
แต่กลับอ่อนวินัยที่สุด อย่างน่าตกใจ
ที่กำหนดให้จ็อกคลายเส้นนั้น เขาไม่ใช่ให้อัดตามอยาก ไม่ใช่แม้กระทั่งการฝึกตามปกติ แต่ต้องควบคุม
ที่มีเด็กคนไหนบ้างที่สังวรประการนี้
เขาบอกให้จ็อก ไม่่ใช่เตลิดแบบนั้น เขาให้ไปเบา ไปช้า ไปสั้น
แต่ไม่มีใครกำกับคนวิ่ง จบ Session ด้วยความสะใจพร้อมกับความขัดเคืองที่เพิ่มองศาขึ้นกลับเจ็บใหม่
สิ่งที่โค้ชคิด
เป็นคนละอย่างกับที่เด็กๆทำ
โค้ชกฤตย์มองตาเด็กก็ปรุโปร่งลงไปถึงระดับความแค้นกระหายวิ่งที่ดิ้นทุรนอยู่ในจิตวิญญาณของคนที่อ่อนการควบคุมตัวเอง
ในขณะที่การกระตุ้นให้หมุนเวียนด้วยการใช้งานเบาๆนั้น ก็ทำอยู่ในกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว ตั้งแต่ตื่น
เดินไปเดินมา ลุกๆนั่งๆ เป็นการกระตุ้นหมุนเวียนอัตโนมัติ
แทบไม่มีเด็กคนไหนต้องนั่งรถเข็นจนนิ่งสนิท จนต้องออกมากระตุ้น
แบบนั้น
มันมาจากแชมป์ เช่น
พี่น้องตระกูลวิลเลี่ยมส์บาดเจ็บ
โค้ชกำกับให้เข้าเฝือกแขน ทั้งๆที่เคลื่อนไหวได้บ้าง ถ้าเป็นชาวบ้านก็ไม่ต้องเข้าเฝือก แต่เพราะต้องการกลับเข้าสนามให้เร็วที่สุด เพราะมันมีความสัมพันธ์กับการชวดค่าสปอนเซอร์หลายล้านเหรียญ จึงต้องหายเร็ว จึงหยุดสนิท
(เฝืิอก)
และเพราะหยุดสนิท
จึงต้อง Active
recovery เรื่องมันจึงตามกันมาเป็นชั้นๆ
วิลเลี่ยมส์
ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวบ้างจากกิจวัตรประจำวัน
แต่ต้องเฝือกที่นิ่งสนิท
สุ่มเสี่ยงภาวะเส้นยึด
นักวิ่งเช้าวันอาทิตย์ไม่ได้เน้นกันที่บังคับให้กลับเข้าสนามให้เร็วที่สุดแบบแชมป์ ไม่มีเดิมพันเป็นล้าน จะหยุดนานหรือกลับเข้าไปเร็วขึ้นก็ไม่ได้แตกต่างกันกี่มากน้อย
มันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น
ภัยที่สำคัญของผู้วิ่งระดับนี้กลับเป็นความทนกระหายวิ่งจัด จนตัวเองควบคุมไม่ได้ กลับไปวิ่ง Too early เข้าโหมดเรื้อรังโดยใช่เหตุ นี้ต่างหากที่เป็นภัยคุกคามพวกเขาของจริง
โดยตัวไอเดีย ถูกแล้วที่ต้อง Active recovery
แต่ติดขัดที่การนำเอาไปใช้ในระดับปฏิบัติการจากผู้อ่อนการควบคุม ย่อมต้องมีการคำนึงเป็นพิเศษ
หาใช่การใช้แต่ทฤษฎีล้วนๆนำหน้า
แต่ตัวกำหนดที่เหมาะสมต้องถูกกำหนดเป็นรายๆจากในแต่ละพื้นที่ ผู้วิ่งที่อ่านความข้อนี้แล้ว ถ้าท่านมีระดับความตระหนักความหมายของ Active
recovery ชัดเจนแล้ว
และคิดว่าท่านสามารถกำกับตัวเองวิ่งให้ไปพ้นจาก "ควายเตลิดทุ่ง" ได้ และจ็อกคลายเส้นได้อย่างปลอดภัยแล้ว ก็เอาเลยครับ.....
แท้จริง เราเห็นด้วยในหลักการ เพียงแต่การปฏบัติ มันอาจจะแตกต่างออกไป
จึงเรียนมายังแฟนคลับทุกท่านรับทราบ
.
.
กฤตย์ ทองคง
3 กันยายน
2563
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.