Sunday, April 19, 2020

ความเป็นเหตุเป็นผลของความบาดเจ็บจากวิ่ง


ความเป็นเหตุเป็นผลของความบาดเจ็บจากวิ่ง
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ความบาดเจ็บจาการวิ่งมันเป็นชุดของผลลัพธ์ระหว่างพฤติกรรมวิ่งที่ไม่เหมาะสมกับตัวเอง ที่ผสมผสานรวมตัวกับต้นทุนเรือนร่างที่จำกัดในท่วงทำนองสะสม

ซึ่งการจะไปจัดการกับผลลัพธ์ใดๆ ต้องสาวกลับไปหาสาเหตุนั้น แต่พวกเรากลับไม่ดำเนินไปตามครรลอง ไม่สืบสาวหาอะไรเป็นต้นสาเหตุ แต่มุ่งโฟกัสรับมือกับความยุ่งยากเฉพาะหน้าเป็นคราวๆไป

เมื่อวิ่งแล้วได้รับบาดเจ็บ มีเป้าหมายทำอย่างไรให้กลับไปวิ่งได้ แต่ไม่ได้ดูว่าที่ผ่านมาตัวเองวิ่งมาอย่างไร ก็คือ วิ่งต่อไปทั้งๆบาดเจ็บนั่นแหละ
แทนที่จะดูสาเหตุแล้วแก้ที่สาเหตุคลาดเคลื่อนนั้น

นักวิ่งที่เจ็บมักมีสาเหตุใหญ่ๆหลักๆอยู่ 3 ประการ ดังนี้

1) Too Much
2) Too Fast
3) Too Soon

อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง

ในทางตรรกะ ก็ต้องไปลดปัจจัยเหล่านั้นลง แต่ในทางปฏิบัติ เราต้องให้มันหายดีเสียก่อนที่จะไปลดลง

ในสภาพที่บาดเจ็บ มันเป็นสภาพที่เลยการลดแผนฝึกลงมาแล้ว

รวมทั้งการเขยิบความสามารถของอวัยวะและกลุ่มอวัยวะให้แข็งแรงรับมืองานหนัก แต่จะทำกายภาพหรือกายบริหารให้ตรงใดแข็งแกร่งขึ้น ก็ต้องทำตนให้หายดีเสียก่อน ไม่ใช่ทำตอนยังเจ็บอยู่

การลดทอนแผนฝึก ต้องลดตั้งแต่ความเครียดล้าตั้งเค้าจากสัญญาณแรกๆ ลงถ้าความเจ็บตั้งมั่นในเรือนร่างแล้ว มันคือการ Strike back ของธรรมชาติตอบโต้ กลับมาจากการฝึกที่เลยระดับของตัวตน และเราต้องอยู่ในสภาพ "รับกรรม" ไปให้สุดทาง

เปรียบเสมือนทำผิด กฎหมาย ต้องรับฑัณฑ์ ติดคุกก่อนอื่น การดำริคิดอ่านจะทำใหม่ ต้องออกคุกเสียก่อน การวิ่งก็เป็นเช่นเดียวกัน ต้อง "หยุดวิ่ง"สถานเดียว รับกรรมให้สุดทาง

ความดำริสรุปบทเรียนเอาไว้จากประสบการณ์เป็นแนวทางต่อไปข้างหน้าต้องทำหลังจากออกคุกก่อน มันทำได้แค่นั้นเอง ไม่ใช่ยา ไม่ใช่การ Treatment ใดๆ และไม่ใช่รองเท้ารุ่นใหม่ๆด้วย

ตราบใดถ้าไม่เริ่มจากการทำความเข้าใจใหม่ๆเกี่ยวกับวิ่งและผลของมันที่มีต่อสรีระ มันจะไม่ได้แก้ไขอะไร จะวนรอบและกลับมาใหม่ ในชุดของ เจ็บ>ชะงัก(แต่ไม่หยุดจริง)>สงบลง(ไม่ได้หาย)>กลับมาซ้อมอีก Too early อย่างหักโหมทดแทนที่หายไป> กลับมาเจ็บอีกครั้ง วนเวียนเป็นวัฏจักรที่ไม่สรุปบทเรียน

พวกเราจะหลุดจากวงจรที่เลวร้ายนี้ได้อย่างไร ?.
.
.
กฤตย์ ทองคง
19 เมษายน 2563.
.
.
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.