.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
แรกเข้ามาวิ่งอย่าเร็วเป็นอันขาด นักวิ่งมือใหม่้เกือบทั้งหมด จะมีใจที่โฟกัสความเร็วทั้งสิ้น
แทบไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
ที่ไม่ได้เป็นความเร็วเพื่อเอาชนะแข่งกับใคร แต่เอาชนะความกังวลของตัวเอง ยังไงอะ?
ฐานคิดของคนเพิ่งหัดวิ่ง ไม่รู้ว่าไปเอากังวลนี้มาจากไหนว่า กังวลว่าการวิ่งของฉันจะช้าเกินไป
ยิ่งภาพที่เห็นจากนักวิ่งอื่นที่วิ่งกันอยู่แล้ว เร็วกว่าเขากันทั้งนั้น
เขาจึงมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ช่องว่างแตกต่างนี้
ใกล้กันมากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้
จากฐานคิดเชิงอับอายเช่นนี้เอง
ยังผลทำให้พวกเขาวิ่งไปอย่างเร็วกว่าความเหมาะสมของคนหัดวิ่งไปแล้ว
ของอย่างนี้ไม่โทษกัน ผู้เขียนก็เคยเป็น
สมัยแรกๆของตัวเองเริ่มมาวิ่งก็เป็นเหมือนที่เขียนนี้ แล้วที่คุยกับเพื่อนนักวิ่งภายหลังแล้ว ก็พบว่า
เป็นกันทุกคน
เริ่มก็ผิดแล้วตั้งแต่ตัวความคิด เริ่มคลาดเคลื่อนตั้งแต่ความกังวล
ยังไม่ทันจะได้เริ่มวิ่งอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ผิดแล้ว เพราะความหมกมุ่นกับ Do the best what I can.
กำลังจะบอกว่า
ให้ถอนคำเหล่านี้ออกไปเลย ลืมไปเสีย best อะไรนั่น
เริ่มวิ่งก็ให้หย่อนความเร็วทันที
เพื่อรับมือตรงนี้เลย
ให้ประมาณจากความรู้สึกว่า ถ้าวิ่งเต็มฝีเท้า คือ 100% แบบวิ่งราว หรือวิ่งหนีตาย วันแรกให้วิ่งสัก 30% เท่านั้น นี้ไม่ใช่จากนากา แต่จากความรู้สึก ผิดถูกช่างมัน ไม่ใช่ประเด็น
ผู้มุ่งหวังวิ่งจำนวนมากผ่านไปไม่กี่วันก็เข็ดแข้งเข็ดขา
หรือบาดเจ็บ นำไปสู่เลิกวิ่งแล้ว
ไม่มาวิ่งอีก ทั้งวิ่งไม่ไหวและทั้งๆที่อยากมาวิ่ง รวมทั้งเลิกขาดไปเลย
ความเร็วตอนหัดวิ่งต้นๆนี้
แค่ 50% ผู้เขียนยังว่าเร็วไปเลย
ที่กล่าวไว้นี้ ไม่มีมือใหม่ที่วิ่งแบบนี้เลยสักคนเดียว ฐานคิด Do the best ก็ใช่อยู่ แต่นี้ยังไม่ใช่เวลา มีได้ใช้แน่
แต่ยังอีกไกล
ผู้เขียนไม่คาดหวังว่าคนหัดวิ่งจะเข้ามาอ่านความนี้
กลุ่มฐานลูกค้ากฤตย์คือ
นักวิ่งแล้วที่รักอ่าน แต่ในชั่วชีวิตหนึ่งของนักวิ่งเก่า
จะมีอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่มีโอกาสให้คำปรึกษาใครที่ปรารถนาจะเริ่มวิ่งว่า
วิ่งอย่างไร
ให้พวกเรานำความนี้ไปประยุกต์บอกเขา
กลุ่มผู้อ่านก็เป็นนักวิ่งเก่านี่แหละจะเป็นพนักงานขาย
Salemen
นำสินค้านี้ไปขาย
อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าสำคัญมากก็คือ
นักวิ่งเก่าติดนิสัยไม่วอร์ม
ไม่ยืดเส้น
ขั้นตอนเตรียมตัวออกวิ่งไม่มี
ไม่เว้นแม้แต่คนที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้
หรือทำพอเป็นกิริยาบุญ ไม่พอเพียง
เพราะอะไร บอกได้เลย
เพราะวันแรกที่พวกเรามาวิ่ง
วิ่งอย่างไร ก็จะวิ่งอย่างนั้นนั่นเอง
จึงต้องเอาตั้งแต่วันแรกเลย เมื่อวันแรกไม่ได้วอร์มอะไร ไม่ได้ยืดเส้นที่สมควร วันต่อมาก็ไม่มีทาง ยาวเป็นปีๆเลยทีนี้
รู้ตัวว่าที่เขียนที่เป็นอย่างนี้ พวกเราเป็นกันมาทั้งนั้น ขว้างงูไม่พ้นคอ มองข้ามช็อตไป
ให้โฟกัสที่คนใหม่
ที่เราจะนำทางพวกเขาไปให้ได้ดีกว่าที่ตัวเองเคยทำ
จึงควรกำหนดให้
Warm
up (วิ่งช้าๆ 15-20%)
ของความพยายามสูงสุด
วิ่งที่เร็วกว่าเดินนิดนึงใน10 นาทีแรก ให้ทำกันเลย เพื่อ set นิสัยไปพร้อมๆกัน
เปอร์เซนต์การวอร์มที่ไหน
เขาให้กันที่ 50-60%Max
ทั้งนั้น
แต่พวกเขาก็ยังโกยอ้่าวกันอยู่ดี
นี่คือเหตุผลที่ผู้เขียนกำหนดวางการวอร์มของมือใหม่ไว้ที่
15-20%
Max
นี้ไม่ใช่ตัวเลขจริงๆ แต่อ่านแล้วเอาไปทำ มันจะได้ออกมา 50%
จริงๆ อย่าลืมนะว่า มือใหม่พวกนี้
all
sedentarians ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะกระดิกอะไรนิดหนึ่งชีพจรแม่งพุ่งแล้ว
ให้เชื่ือผม.....กำหนด
Warm
up มือใหม่ไม่ต้องกระแดะใส่นากา เฟอะฟะ ประมาณจากความรู้สึกเอา ที่
15-20% จะแม่นยำกว่ากำหนดไว้ที่ 50-60% เสียอีก
ให้เชื่อประสบการณ์ผม
เพราะคณิตศาสตร์เป็นอย่างหนึ่ง แต่ชีวิตจริงจะเป็นอีกอย่าง ให้ทำตามที่แนะตรงนี้ ชีพจร จะอยู่ที่เป้าหมาย 50-60% อยู่ดี
พวกเราบางคนอาจแย้งว่า
ก็ใช้นากาคุมเสียก็หมดเรื่อง ตรงข้าม หากริใช้นากา
จะเป็นการเริ่มต้นความยุ่งยากต่างหาก
นากามันเพี้ยนเยอะ เพี้ยนหลายราย
วิธีผูกก็ไม่เหมือนกันแล้ว แค่ผูกคับหลวมต่างกัน ผลก็ออกต่างกันแระ
มีอาการถือเอาเครื่องเป็นสรณะแกะเคยชินติดเครื่องไม่ออกอีกต่างหาก ในสายตาผม มันเท่ากับให้เด็กลากอุปสรรคตั้งแต่ต้นมือ แทนที่จะเผชิญกับการวิ่งของจริงๆ
ที่ให้ทำเช่นนี้
เพราะเราต้องการให้ร่างกายผู้วิ่งซึมซับ all new
physical activities ที่เป็นเนื้องานอย่าเพิ่งพูดถึง ยังไม่ใช่เวลานี้
establish
ต่างหาก ทำให้เป็น new
routine มันคือภาวะเร่งด่วน
ย้ำว่าไม่เกิดเนื้องานช่างมันเปลืองแฟ็บช่วงแรกๆ แต่ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญกว่า
คำแนะนำของกฤตย์จะแตกต่างจากผู้แนะนำท่านอื่น ที่กำหนดมาจากเนื้องานที่ Minimum แต่ไม่ใช่กฤตย์
นิสัยจัดตั้งใหม่และความเคยชินที่ถูกต้องต้องมาก่อน มีไมตรีจากมิตรใหม่ในประชาคมสุขภาพด้วยกันที่นัดหมายพรุ่งนี้มาเจอกันนะคะ!
คือ key
ตัวสำคัญมากกว่า Sessions เทพใดๆ
ถ้าเพื่อนใหม่ที่คบเป็นนักเดิน
เขาก็จะเป็นนักเดินไปด้วย
ถ้าคบเพื่อนใหม่เป็นนักวิ่งสายแข่ง
เด็กเราก็จะโดนป้ายยา
มีจิตใจแข่งขันทันทีที่เริ่มวิ่ง
อันตรายเอกอุ ความบาดเจ็บเปิดประตูรับเขาในเวลาไม่นาน
ดังนั้น
ควรกันพวกเขา
ให้มีเพื่อนใหม่ที่เหมาะสมด้วย
แต่จะชักจูงอย่างไร ให้ไปดำริเอาเอง
ด้วยว่า เกือบทั้งหมดจะเคลื่อนไปในครรลองนี้เกือบทั้งนั้น
ส่วนไอ้ที่เนื้องานจะวิ่งแค่ไหน
ได้อะไรต้องฝึกอะไร โฮ่ย...อีกนาน ยังไม่ใช่วาระนี้
เอาตัวให้รอดต่อเนื่องได้ในสัปดาห์แรกก่อน
ทัศนคติที่ดีของผู้มุ่งหวังจะเริ่มวิ่งมีความสำคัญมาก
มีสถิติี่ที่พวกเราควรรับทราบไว้ว่า หากปราศจากพี่เลี้ยงที่เหมาะสม ผ่านไปสัปดาห์เดียวเหลือเพียงแต่ 10%
ของผู้เริ่ม อีก 90% หายหมด !!! หา...จริงรึ
?
และใน
10% ที่ผ่านเข้ามาแล้ว จะทยอยหายอีกในเดือนแรก หากผ่านได้้เดือนนึง น่าเชื่อว่าจะ set เป็น routine
ได้แล้ว
ผ่านด่านเดือนแรกไปได้เหลือเพียงเปอร์เซนต์เดียวเท่านั้น
นี้คือภาวะเป็นธรรมชาติของการหัดวิ่งเป็นอย่างนี้จริงๆ ถึงต้องมีพี่เลี้ยงจากพวกเรา เป็นกลุ่มคนที่มีความเข้าใจคอยตะล่อมให้ไว้ ในสิ่งที่พวกเขาควรรู้สึก ในสิ่งที่พวกเขาควรคำนึงและโฟกัส
พึงตระหนักว่า
พวกเราพี่เลี้ยงมีศักดิ์ศรีมากกว่าพนักงานป้่ายยา
ตรงข้ามอีกพวกหนึ่งที่นักวิ่งใหม่พึงหลีกให้ไกล เป็นขาเก่าวิ่งเก่งแต่เลวทราม เห็นคนใหม่แปลกหน้ามาเริ่มวิ่งแทนที่จะเอ่ยว่าอย่าเร็ว กลับ "จัดให้" จัดหนักต้อนรับน้องใหม่ โชว์ให้ประจักษ์ว่า "กูแน่" เด็กวิ่งตาม
"เห็นไหมกูเก่ง !"
วันเดียวหายจ้อย ให้มันรู้ว่า
ไผเป็นไผ ก็เสือกตามมาเอง !!!
พวกเราไม่ได้เป็นพวกที่เอื้ออารีอย่างที่พวกเราอยากให้สังคมวิ่งเป็น แบบนี้มาเป็นระลอกๆ
ตลอดสายธารการชักชวนวิ่ง แท้จริงแล้ว
นี่คือ การปรนเปรออัตราของตัวนักวิ่งเก่าที่เป็นอันตรายต่อวงการฯ
สิ่งที่เราจะต้องทำคือ
"คำเชื้อเชิญ"และดำรงตนเป็นที่ปรึกษาผู้ไว้ใจได้ ไม่ใช่การขับไล่
ช่วยกันคิดด้วย ช่วยกันพวกเขาออกจากคนเลวด้วย พวกเราที่เลวแบบนี้มีจริง...
พลังขับเคลื่อนที่สำคัญอีกหนึ่งที่เป็นพลังที่มีแรงขับมหาศาล ที่จะกำหนดว่าติดวิ่งหรือไม่ คือ
"เหรียญวิ่งอันแรก"
ทำอย่างไรให้พวกเขาได้รับเหรียญวิ่งอันแรกจากขาของพวกเขาเอง ไม่ใช่ใครให้เปล่าๆ มันมีพลังดึงดูดวิ่งอันมหาศาล สิ่งนี้มัน Silly เอามากๆ
ยอมรับ แต่มัน work มากนะพวกเรา
ถ้าจะมีวิทยาศาสตร์กีฬาที่เหมาะสมจะแนะนำการลงสนามแข่งแรกไม่ใช่อย่างนี้ แต่คำจากกฤตย์
"เอาเลย" ครับ
ประการแรก ชวนปกติธรรมดา จะไม่มีใครไปครับ อย่าชวนให้ยากเลย
แนะว่า
ถ้าเป็นไปได้ให้สมัครให้เลย เอาบิบไปวางให้ตรงหน้า เอา fun run หรือ 10k
มินิ คือสูงสุด
เขาย่อมตกใจที่มีบิบที่เขาไม่ได้สมัครเองต้องจัดการ ตะลึงอะดิ
!!!เพื่อไม่ให้คนซื้อต้องผิดหวัง
แผนนี้ใช้ได้ดีมากับหลายคนแล้ว
ไม่มีใครปล่อยทิ้งไปฟรีๆเลย
อย่างไม่ต้องกดดันอะไรทั้งนั้น ถ้าเขาไม่ตกลง ก็บอกไปว่า เราก็เสียเงินฟรีเท่านั้นเอง แล้วตัวเราก็ลงด้วย ไปสนามเป็นเพื่อนกัน
มือใหม่เจอมุขนี้เข้าเสร็จทุกราย เจอเหรียญแรกของตัวเองเข้า ติดหมับเลยจะบอกให้
ไม่กดดันอะไรทั้งนั้น บอกเขาว่า
ถ้าวิ่งไม่ไหวเลิกกลางคัน ไม่เอาเหรียญเลยก็ได้ไม่เป็นไร ตามใจเท่านั้นเอง แค่วิ่งช้าๆ ก็ถึงเอง เชื่อดิ...ให้คำมั่นไป
ไม้ตายลูกนี้
เหยื่องับทุกราย
เหรียญอันแรกที่
silly
นี่แหละ
พลังมันสูงมากกว่าแผนฝึกเทพใดๆทั้งนั้น
เอาลองไปทำดู
ระวังว่าจบงานนี้แล้ว
คอยตะล่อมห้ามให้ดี
อย่าให้เขาบ้าวิ่ง ดีเดือดไปสมัคร
42 ละกัน มันติดนะจะบอกให้
.
.
กฤตย์ ทองคง
3 กุมภาพันธ์
2564
.
ไม่ได้ต่อต้านนากา
นากาต้องเป็นเครื่องช่วยเรา
ไม่ใช่เราต้องเป็นทาสนากา
ถ้ามันเป็นอย่างนี้ได้จริงๆจะดีมาก
แต่หลายรายที่เราเห็นมา
ไม่เป็นอย่างนั้น
วางตรงนี้ไว้ก่อน
ย้อนกลับไปดูนักวิ่งยุคก่อน เราวิ่งมาทั้งนั้นแหละ ขนาดจับเวลาเฉยๆ ยังไม่มีเลย
ประมาณเอาจากความเหนื่อย และจดจำเอาไว้ ก็เห็นมาจนทุกวันนี้ วิ่งเก่งเสียด้วย
เราเกิดมาทีหลัง
มีเครื่องแล้ว ควรสะดวกยิ่งขึ้น เพราะไม่มีเหตุถ่วงรั้ง มีแต่เหตุให้ง่ายฝึกขึ้น
ใดๆก็ตาม
อย่าว่าแต่นากาเลย หากสิ่งนั้นมันถ่วงรั้งติดขัดพัฒนาได้ช้า ถอดมันวางไว้
ฝึกแบบแมนน่วลไปเลย มนุษย์ต้องเป็นตัวตั้งทุกชนิดในสายการพัฒนา
.
เราเคยดัดแปลงสิ่งแวดล้อมอะไรก็ได้รอบตัวให้เป็นคุณกับการฝึกซ้อม
มุ่งเป้าพัฒนาได้ทั้งนั้น ถ้่าตั้งใจจริงทำได้ทั้งนั้นแหละ
ที่น้องๆสมัยนี้กลับต้องพึ่งพาของที่ต้องไปซื้อ ไม่ถูกเลย
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.