รักจะพัฒนาวิ่งต้องทำตัวให้แตกต่างจากนักวิ่งทั่วไป
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
ถ้าอยากจะพัฒนาวิ่ง
มีผลงานที่ดีขึ้นกว่าเดิมและอาจคาดหวังรางวัลเมื่อมีความฟิตได้ระดับเหมาะสม
ต้องทำตัวที่แตกต่างไปจากนักวิ่งธรรมดา
ไม่ใช่เอาแต่วิ่งๆ
ตะบี้ตะบันวิ่ง แต่ต้องรู้ด้วยว่าที่ตัวเองวิ่งอยู่
เป็นวิธีการที่สอดคล้องกับเป้าหมายหรือเปล่า รู้ว่าต้องวิ่งอย่างไร ฝึกอย่างไร
มิเช่นนั้นจะเหนื่อยฟรี ได้มาไม่คุ้มเหนื่อยที่ลงไป แถมเสี่ยงเจ็บอีกต่างหาก
ตัวสำคัญการฝึก
(Key
Workouts) มีหลายตัวที่เป็น Ingradients ไม่ได้มีขอดตัวเดียว
แล้วสัดส่วนแต่ละอย่างอีกด้วย
-
ฝึกทนยาววันหนึ่ง (Long run)
-
ฝึกเร็วสั้นวันหนึ่ง (Interval)
-
ฝึกเร็วยาวอีกวันหนึ่ง (Tempo)
-
ฝึกเหนียว(Strength)อีกวันหนึ่ง (Hill
running)
-
ฝึกต่างแบบ (X-training) อีกวันหนึ่ง
-
ยังไม่หมด ยังมีฝึก Drills ที่มุ่งเป้าพัฒนา Neuro
Mascular Coordinator อีก
-
ความ Fresh ที่ต้องรักษาให้ตัวเอง"มีความสด"
เสมอ มีวันหยุดวิ่งด้วย
ประเด็นคือ
ทั้งหมดนี้เราจะยัดใส่ลงไปในตารางฝึกได้อย่างไรให้ครบถ้วน
ที่แต่ละตัวต้องเป็น
Session
โดดๆ อย่าเอาหลาย Sessions ไปลงมือฝึกวันเดียวกัน
แต่ในวันจริง
เรากลับเอาทุกตัวออกมาใช้การให้หมดเลย ทำได้ครับ แต่เวลาซ้อมอย่าทำ
.
.
การซ้อมวิ่ง
มีอาการคล้ายๆกับการเกษตรตรงที่ นอกจากมีรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยเป็นวาระแล้ว
ยังต้องให้เวลากับมันด้วย
แล้วสิ่งที่ใส่เข้ามา
ไม่ใช่ประเดเข้าไปมากมาย แต่ในปริมาณที่ต้องถูกควบคุม
ไม่ใช่เห็นมันโตช้า
ใจร้อน ดึงมันขึ้นให้โตเร็วๆ รากขาดติดมือ จะเกิดความเสียหาย
เวลา.....ก็เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตด้วยเสมอไป
ในที่นี้หมายถึงพรรษาการวิ่งหรืออายุราชการวิ่ง ก็มีความหมายทั้งบริบท
แต่ต้องเป็นพรรษาวิ่งที่ผ่านการทำอะไรมาด้วย
ไม่ใช่เพียงแต่วิ่งมานานแล้ว แต่เนื้อหาไม่มีอะไร มันก็จะไม่ได้อะไรไปด้วย
ต่อให้วิ่งมาตั้งแต่หนุ่มๆ
ถ้าปราศจากแผนฝึกที่เข้ากิจจะลักษณะ ก็แทบจะไม่แตกต่างจากคนที่เพิ่งหัดมาวิ่ง
คือในพรรษาวิ่ง
ต้องมีอะไรอยู่ด้วย
เปรียบเทียบกันให้เห็นอีกราย
ที่อาจมีส่วนประกอบที่ครบถ้วน
มีเนื้อ
มีผัก มีซอส มีเครื่องเทศ มีการตุ๋นเข้าลักษณะ แต่ตุ๋นแป๊บเดียว มันก็ไม่ช่วย
ต้องใช้เวลาบนเตา
เวลาจะเอื้อให้รสชาติแต่ละส่วนประกอบประสานกันเข้ามา
จนมีความกลมกล่อม
อีกตัวส่วนประกอบที่สำคัญแต่ละเลยกันมาก
คือ "สัดส่วน" ของ Ingradients
ใดน้อย
ใดมาก ใดเมื่อไร ใดก่อน ใดหลัง ต้องรู้ อย่าถะโหล่
เพิ่งเข้าวงการมา
อย่าเผยอไป"ลงขอด"
วิ่งตามพี่ๆเขา
คนอื่นจะพัฒนาขึ้น เราจะกลับเดี้ยงและแห้ว กระดูกมันคนละเบอร์
เพิ่งหัดบวกเลขเป็น
ริจะไปแคลคูลัส มันไปลัดมากเกินไป คิดเลขในใจยังตะกุกตะกะ
ชีวิตวิ่งของจริงใช้บัญญัติไตรยางค์ ไม่ได้เลย
ถ้า
10
kได้เท่านั้น
21k
น่าจะได้เท่านี้
42
k น่าจะได้เท่าไร...
คิดแบบนี้
ฝันล้วนๆ
แล้วคนนอกก็บอกไม่ได้ด้วยว่า
ถ้าใช้บัญญัติไตรยางค์ไม่ได้แล้วจะใช้อะไร
ตัวเองต้องลงมาวิ่งเอง
ใช้กระบวนการเวลาในสนามซ้อมนานปี ที่เราจะสานก่อขึ้นมาพร้อมๆกัน
-
พรรษาวิ่ง
-
Collective Miles สะสม
-
ประสบการณ์
-
สูตรที่ถูกจริตของตัวเอง
-
วิธีวิ่ง วิธีคิด วิธีหยุดพักคืนสด
ทั้งหมดนี้
ไม่มีโค้ชใดแจงได้หมดสิ้น มีเพียงประสบการณ์เชิงประจักษ์เท่านั้น ที่หยั่งถึงได้
เคยเห็นมาแล้ว
รายที่เพิกเฉยหลักการเหล่านี้ รุ่งเรืองเร็ว อายุราชการไม่มาก เข้ามาก็ปังๆ
นับเป็นรายที่มีพรสวรรค์วิ่งโดยแท้ ผ่าข้อห้าม ผ่าคำเตือนที่ให้ค่อยๆพัฒนาเติบโต
อย่าคะนองในผลสำเร็จเฉพาะหน้า แต่เขากลับละเมิดหมด
แล้วเขาก็ทำได้ด้วยซิ
แจ้งเกิดในเวลาไม่นาน แล้วไม่มีการเจ็บใดๆด้วยเป็นปีๆ
จนเราคิดว่า
เขาเป็นรายแรกที่หักปากกาเราได้ น่าจะต้องเป็น"รายยกเว้น"เสียแล้ว
แต่แล้ววันหนึ่งก็มาถึงจนได้
"วันพิพากษา"
ความบาดเจ็บรายแบบนี้
ยิ่งอันตรายนัก ไม่ใช่เจ็บธรรมดา แต่บวกดอกเบี้ยทบต้น ไม่ใช่เพียงเจ็บทั่วไป
แต่ร้าวลึก ขนาดหยุดไปเป็นปี กลับมาวิ่งยังเจ็บเลย
ธรรมชาติวิ่งมันบอกกับเราว่า
เรื่องมันยาว หนังยังไม่จบม้วน อย่าเพิ่งนับศพทหาร
.
ยิ่งรายที่ลงขอด
Interval
มากกว่าสัปดาห์ละครั้ง ก็ยังทำได้ตามเป้าหมาย ต่อเนื่องเป็นปีด้วย
เห็นแล้วอย่านึกนะว่าจะรอดพ้นสันดอนตลอด
จารไว้ได้เลย.....
มีนักวิ่งในระดับของพวกเราเช้าวันอาทิตย์ในไทย
ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีเรือนร่างเหนียวเข้าฝักพอเพียงที่มีความจำเป็นต้อง Interval มากกว่าสัปดาห์ละครั้ง
การจะทำแล้วต้องทำให้ต่อเนื่องถึงจะได้ผล
ไม่ใช่ริทำแป๊บๆไม่กี่ครั้งแล้วเลิก
นั่นคือการทำเช่นนัเนมันแยกไม่ออกจากการ
Stress
สะสม ถ้าคนทำไม่เข้าฝึกพอจะทำไม่ได้
ในเมื่อเวลามีแค่
7 วันมีแค่นี้ แทนที่จะเอาวันที่เหลือไปใส่การหยุดวิ่งหรือ Cross
training กลับไปใส่การวิ่งขอดวันที่สองในสัปดาห์
เห็นเลียนแบบคนอื่นทำกันดกดื่น
สุ่มเสี่ยงกันเหลือเกิน ไม่แปลกใจครับว่าในบ้่านพวกเขามีถ้วย
แต่จะวิ่งได้ตลอดอายุขัยหรือเปล่า
เป็นอีกเรื่องนะ
.
ตัวที่เป็นเคล็ดลับจัดการไม่ใช่การเทพลังที่มีเท่าไรในตัวลงไปในแผนฝึก
แค่คือการบริหารจัดการเกลี่ยการฝึกลงไปให้ทั่ว
บริหารความล้ากับการพักฟื้นให้ได้สมดุลต่างหาก
แม้มันอาจจะดูอ่อนไปบ้าง
พัฒนาช้าลงกว่าเพื่อนๆ แต่ก็จำเป็นที่แลกมากับความอุ่นใจ
มีอนาคตใจพัฒนาการ
ไม่เจ็บง่าย ก็จำเป็นต้องเลือกทางเส้นนี้
การวิ่งเป็นชนิดกีฬาที่สอนให้ผู้วิ่งมองที่ตัวเอง
มิใช่มองที่อื่น
ความข้อนี้
มิใช่เรื่องที่ต้องเรียนรู้ทีเดียว
แต่ต้องหมั่นทบทวนตอกย้ำกันตลอดทั้งชีวิตวิ่งครับ
.
.
กฤตย์
ทองคง
24
กุมภาพันธ์ 2563
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.