ไฟดับ
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ถาม..........
ถ้าเราเกิดความเครียด กับปัญหาหลายๆอย่างในการดำรงชีวิต ทำอย่างไรเราจะยังออกไปวิ่งได้ครับ ผมไฟดับมาหลายเดือนแล้ว
Panithi Kanlayanwat
8 มีนาคม 2565
ตอบ..........
ถามดี.....เป็นหัวเรื่องที่ผมอยากเขียนถึงมานานแล้ว คือมีความร่วมสมัยจากความรู้สึกว่า พวกเราหลายรายยังขาดความสามารถถือครองการวิ่งในวิธีคิด
ด้วยวิธีคิดบางอย่าง ทำให้เราจัดการวิ่งได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง อันเป็นเงื่อนปมสำคัญที่ทำให้ ไม่สามารถจัดการกับ "การวิ่งให้ได้ตลอดอายุขัย" เป็นไปได้จริง
นอกจากจะถือครองไม่ได้ในการบริหารความเข้มข้นฝึก(หนักเกินไป)แล้ว ทำให้เราจัดต่อเนื่องไม่สำเร็จ ยังมีการคิดอย่างไรที่เรายึดกุมอดิเรกที่เรารัก ให้ดำเนินไปอย่าง Cost too high
คืออย่างไร
Cost ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าที่เป็นเม็ดเงินเท่านั้น แต่การจะได้วิ่งมาเป็นของเรา ต้องแลกเปลี่ยนกับความเสียดทานที่แพงมากเกินไป เพราะความที่เราต้อง "ขึ้นต่อ" ในเงื่อนไขที่เข้าถึงยาก
*ตัวอย่าง*
เราแปรงฟันทุกเช้า อย่างแทบจะไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็น แม่ตาย ไฟไหม้บ้าน ถูกไล่ออกจากงาน หย่าผัว ลูกติดคุก ฯลฯ
เรายังแปรงฟันอยู่ได้อย่างไร เราตอบว่า ก็มันไม่เกี่ยวกัน ไอ้ปัญหานั้นๆมีอยู่จริง รอให้เราตามไปแก้กัน แต่ขี้แล้ว เราต้องล้างตูดทุกครั้ง ไม่ล้างไม่ได้ ทั้งๆที่ปัญหายังคาอยู่ รอเราไปแก้กัน
ปากและฟันมันจะเหม็นและโสโครก ต้องแปรงทุกวัน มันก็ต้องทำพร้อมไปด้วย แบบไหลไปเองตามความเคยชิน ไหลไปตามกิจวัตรตามสเตปอย่างเสียดทานน้อยๆ ถ้าเราต้องแปรงทุกครั้งที่เขาใหญ่ แปรงฟันที่บ้านไม่ได้ เราคงฟันเน่า เราจึงต้องทำให้ Cost แปรงฟันแต่ละครั้งถูกๆด้วย มันจึงแปรงได้ทั้งๆที่เรามีปัญหาชีวิต
ที่เราชะงักงันวิ่งเพราะปัญหาชีวิต ส่วนสำคัญเพราะเราจัดวาง Cost วิ่ง ไว้สูงเกินไป
เสมือนการจะขี่ Big Bike แต่ละครั้ง ต้องเสื้อหนัง ยีนที่ใส่จะต่ำกว่า 501 แท้ ไม่ได้ , ต้องบู้ทเท่านั้น รองเท้าแตะไม่ได้ ยูนิฟอร์มต้องมี บลา...บลา...
ของพวกนี้ Cost ทั้งนั้น ทำให้เราเข้าถึงลำบาก ไม่สะดวก เงื่อนไขเยอะ
จะวิ่งก็แต่รองเท้าเทพ ต้องรุ่นนี้ รุ่นอื่นไม่เอา ทั้งๆที่ใส่รองเท้าวิ่งเดิมที่มีอยู่มาตลอด แล้วมันก็ใส่ได้ไม่มีปัญหา พอรุ่นที่มี Carbon plate วางขาย ทำให้เราวิ่งไม่เป็นตัวของตัวเองแระ เราต้องมีบ้าง ของมันต้องซื้อ ไปหา Cost มาสุมหัวตัวเอง
เราต้องนัดกับเพื่อน ราวกับว่า วิ่งคนเดียวทำไม่ได้ นัดกันไว้ เวลานั้น เวลานี้ พอถึงเวลานัด เราเกิดไม่สะดวกขึ้นมาแล้ว เสือกไปสะดวกเวลาอื่นที่ไม่ได้นัด มันจึงอลเวงขึ้น
คือเงื่อนไขมันเยอะ จากการที่เราทำให้มันเกิดขึ้นเอง ไม่เพียงแต่ Cost ที่เป็นเม็ดเงินเท่านั้น
ครั้งหนึ่งก่อนโควิดมา เราแห่แย่งกันสมัครวิ่งกันไว้ก่อน กลัวเต็ม
พอใกล้สนามเข้ามา มันเกิดไปวิ่งไม่ได้แระ ติดภารกิจหรือบาดเจ็บ ภาวะไม่พร้อมมากันคนละเวลากับตอนที่สมัคร
บิบที่ได้ไว้ กลายเป็นภาระแล้ว แทนที่จะเป็นรางวัลชีวิต เสียดายก็เสียดาย ยังไม่หายดีก็ต้องตะกายไปวิ่ง ต้นตอเกิดเรื่องใหม่ๆที่ยิ่งแย่หนักเข้าไปอีกซ้ำซ้อน ทำให้นักวิ่งเสียดทานมากโดยไม่รู้ตัว เพราะจัดการทำให้ Cost มันสูง
วิถีวิ่งแบบนี้ นักวิ่งร่วมสมัยถนัดนักกับการหาความเสียดทานมาสุมหัวตัวเอง
ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ การวิ่ง ต้องขึ้นต่อ ... สิ่งอื่นมากเกินไป
จงทำให้การวิ่งของเรามี Cost ที่ต่ำลง
จงตระหนักว่า การวิ่งของเรามันจะช่วยเราได้ไม่เพียงแต่เก็บเหรียญเก็บเสื้อสะสมถ้วย แต่เรากลับไม่เห็นความสำคัญของภาวะ Simple ของการวิ่งที่เอื้อให้เรา
แค่ลำพังการวิ่งเองมันก็ช่วยเราลดจากความเครียดล้าปัญหาด้านต่างๆแล้ว
เมื่อมีปัญหาเข้ามารุมเร้า เราก็เพียงออกวิ่งเบาๆ อย่าวิ่งแบบให้ตัวการวิ่งเข้าโจมตีเราจากความเครียดล้ามากและไกลใดๆ วิ่งจากความรู้สึก อยากไหลไปแค่ไหนแค่นั้น วิ่งแล้วรู้สึกดี แค่นั้นเอง
ตรงนี้สังเกตว่าพวกเราหลายคนยังมีทักษะจัดการได้ไม่ดีนัก
ภาวะอย่างนี้ ให้ตัดแผนฝึกทะลุทะลวงใดๆออก วิ่งอย่างไร New PB ยามนี้ไม่ใช่ภาวะ เหลือแค่วิ่งสบายๆ
บางรายสุมหัวกับเรื่องไม่ใช่วิ่ง แล้วกลับตัดวิ่งออกบอกว่าเพราะวิ่ง เช่นสนามวิ่งไกลบ้านเกินไป ต้องไปวิ่งที่สวนวิ่ง วิ่งในซอยบ้านไม่ได้แระ ทั้งหมาเห่า ทั้งสายตาคนมอง ฯลฯ
เพราะความที่เราไม่เคยลงมือจัดการ ทั้งสองอย่างนี้ ถ้าเราวิ่งบ่อยจนมันชินตาเข้าก็เลิกเห่าเลิกมองไปเอง ทั้งคนทั้งหมา
เพราะเราคิดว่าที่เป็นอย่างนั้นตั้งแต่ต้น มันเป็นอย่างไรแล้ว ต้องเป็นไปอย่างเดิม แต่ เราสามารถปรับเปลี่ยนให้เคลื่อนไปในทิศที่เราควบคุมได้ เมื่อเราไม่จัดให้ตัวเองทดลองเคยชินใหม่ๆ การวิ่งเลยชะงักงันได้แค่นั้น ไปวิ่งอีกกี่ที หมาก็เห่า คนก็มองอีก
ตัวเฉลยอยู่ที่เจ้าตัวครับ เพราะ "จัดการไม่เป็น" ซื้อลูกชิ้นฝากหมา ยังซื้อไม่เป็นเลย
พอต้องออกไปวิ่งที่สวนที่เขาวิ่งกัน ก็ต้องตะกายฝ่าการจราจรไป เอาเสียดทานใหม่สุมเข้ามาอีก ต้นทุนการสตาร์ทรถแต่ละครั้งมันมีทั้งเงินทั้งเวลา วันแล้ววันเล่าบวกกัน
เคล็ดลับ คือการลด Cost ของการวิ่งแต่ละครั้งลง
ไม่ได้บอกว่าวิ่งแล้วจะสุขขึ้น ให้ลงไปวิ่งก่อน และจัดการด้วยภาวะให้ Simple ที่สุด
ต้องวิ่งคนเดียวให้ได้ ต้องวิ่งให้ได้ทั้งๆที่ของอุปกรณ์วิ่งเก่าๆที่ยังใช้ได้ อย่าเยอะ อย่าเรื่องมาก แรกๆอาจฝืดๆฝืนๆ ทนไป Breakingตัวเคยชินเก่าออกเสียก่อน ผ่านไปสองสามครั้ง จะดีขึ้นเอง
ต่อไปจะเฉยๆแระ ไม่เสียดทานเหมือนเก่า
มีอะไรในชีวิตบ้างเล่า ที่ทำแล้วได้ดีเลย สิ่งที่เรากำลังสานก่ออยู่ก็คือ การยังสภาพที่วิ่งอยู่ได้ท่ามกลางตัวปัญหา (ที่วางไว้ชั่วคราว)
มันก็อย่างนี้แหละ จัดเบาไปก่อน ฝึกแล้วอย่าคิดว่าต้องได้เนื้อหนังอย่างเพิ่งเน้นตรงนั้น แต่เซ็ทจัดตั้งให้มันทรงสภาพที่เป็น Routine ได้ก่อน อาศัยการ Repeat สร้างความเคยชิน ต่อจากนั้นอะไรค่อยว่ากัน อย่าคิดไกล อย่าคิดว่าลงมือฝึกแล้วต้องได้ อย่าหมกมุ่นกับความคิดว่า "เปลืองแฟ็บ"
หัดวางปัญาที่ยังทำไม่ลุล่วงไว้ก่อน อย่าวิ่งไป แบกปัญหาไปด้วย วาระตอนนี้ คือต้องวิ่ง เหมือนวาระแปรงฟัน ต้องแปรงฟัน
ถ้าไม่เช่นนั้น เมื่อปัญหามา ต้องไม่ขี้ไม่เยี่ยว จนกว่าจะแก้ปัญหาได้กระนั้นรึ?
ตอนนี้ ขอ Drop วางปัญหาไว้ก่อน ไม่คิดแม่แต่ทางแก้ด้วย
ขอวิ่งก่อน ตัดออกไปทีละยวง ทุกเรื่อง ย้ำว่า อย่าคิดแม้แต่หาทางแก้ ให้วิ่งอย่างปลอดโปร่ง
ยังคงมีอยู่ที่หลงแอบมาแว่บๆระหว่างวิ่งเป็นธรรมดา ปลอบใจว่า ลุงเคยแว่บๆด้วย แต่จัดการด้วยความใจเย็น อย่างอ่อนโยนต่อตัวเอง แว่บเข้ามาได้ ก็จับมันโยนออกไปอีกได้ แว่บกี่ครั้งก็โยนมันออกทุกครั้ง เวลานี้คือเวลาวิ่ง วางพวกเหล่านั้นไว้ก่อน
ตอนนี้จะวิ่ง เหมือนกับภาวะล้างตูดหลังขี้ ต้องทำทั้งๆที่ยังมีปัญหาสุมหัว ไม่ขี้ไม่ได้ ขี้แล้วไม่ล้างก็ไม่ได้ วิ่งก็แบบเดียวกัน ค่อยว่ากันอีกที
ที่ผ่านมา เราเอามาพันกันอยู่ ถ้าเรื่องบ้าๆยังมากวนใจอยู่ กูจะไม่วิ่ง เพราะคิดได้เท่านี้ เราจึงวิ่งไม่ได้จริงๆเสียที
ส่วนตอนนอกวิ่ง ตอนแก้ปัญหา ก็ทำไปตามแผนที่วางไว้ ตามสเตป1) อะไร สเตป2) อะไร ไปทีละขั้น อย่ามั่วปนกัน
พอหมดเวลา แม่งมันไม่ลุล่วงสักสเตปเดียว ก็วางไว้อีก ถึงเวลาวิ่งอีกวันแระ
ก็ Drop แบบเดิม พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ตอนนี้กูจะวิ่ง และจัดไปอย่างใน Cost น้อยๆอย่างที่กล่าวด้วย
ย้ำว่าแรกๆทำได้แล้วแต่ยังไม่สุขนัก ก็ยังไม่ปลอดโปร่งมากกว่าการถูกรบกวนเป็นระยะๆ
ตอนนี้กูจะวิ่งใน Cost ที่มันน้อยๆอย่างที่กล่าว
จงเรียกว่า เรามีชัยแล้ว ก็เมื่อวานยังไม่ได้วิ่งเลย วันนี้วิ่งได้แล้ว พรุ่งนี้จะวิ่งอีก เนี่ยะมีชัยแล้ว
ทำไป 3-5 วัน จะพบเองว่า มันดีขึ้นจริงๆว่ะ
ปัญหาที่แก้ได้ ก็ทำไป
ปัญหาที่แก้ไม่ได้ ง่ายกว่าอีกคือ ก็ไม่ต้องแก้ ปล่อยแม่งงั้นแหละ เดี๋ยวแม่งไปเองในรูปหนึ่งรูปใด
โชคดีครับ Panithi
.
.
กฤตย์ ทองคง
9 มีนา 2565
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.