Wednesday, March 16, 2022

ความพอดีในการฝึก

ความพอดีในการฝึก
.
.
โดย   กฤตย์ ทองคง 
.
.
ในมิติของวิทยาศาสตร์การกีฬา  มีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เราวิ่งดี นั้นเราย่อมมีจำกัดทั้งสิ้น  คือสิ่งที่เราควรฝึก ควรทำ จะมีเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น  มากกว่านั้นจะเลยธง  ก่อผลเสียกับเป้าหมายฝึก  มากกว่าผลได้
ณ จนนาทีนี้ ยังนึกอะไรไม่ออกว่ามีปัจจัยอะไรที่ "ยิ่งมาก ยิ่งดี"  ออกเลย
ลองตรวจเช็คดูกับตัวเอง  เรากำลังมีความเข้าใจอย่างไรบ้าง  และเรากำลังคิดกับแผนฝึกใดว่า  มันควรมีสัดส่วนเท่าไรต่อการฝึกทั้งหมด
ไม่ต้องถึงกับช่างตวงวัดนับทีละเม็ด  แม้จะประมาณคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ไม่ถึงกับเสียหาย  ร่างกายมีความสามารถปรับตัวที่แสนมหัศจรรย์  เพียงแต่ว่า อย่าให้ต่างกันมากมาย  เราทำได้ทั้งนั้น
แท้จริงแล้ว  ชีวิตเรา  นอกบริบทวิ่งก็มีหน้าตาไม่ต่างจากนี้มากนัก
ดูไปเถอะ...ใดที่ว่าดีเลิศขนาดไหน  ลงถ้ามันมากเกินไป จะหลุดสมดุล  มันจะก่อความเสียหายทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไร
สิ่งที่เราจะต้องสรรหาก็คือ  "การฝึกที่พอดี"  พอดีกับเป้าหมาย  พอดีกับต้นทุนความเป็นระดับตัวของเรานั่นเอง
ประเด็นคือ  เราเองก็ไม่รู้ใช่ไหมว่า  ที่พอดีตรงนั้น เท่าไร  ที่ทำอยู่แล้วนี้ พอดีหรือยังไม่พอดี  ต้องอีกหรือต้องลด
1)  ถาม..........อย่าถามเพื่อนนักวิ่งด้วยกัน ให้ถามคนที่เป็นโค้ช  เพราะเดี๋ยวจะเตลิดเปิดเปิงเข้าป่าลึกไปอีก  เพราะนักวิ่งเกินครึ่งค่อน ไม่ใช่จะรู้  ก็มาถึงจุดนี้ คลำกันมาทั้งสิ้นเหมือนเรานี่แหละ     บางคนหนักหนาที่ทนยอมรับสภาพที่ต้องตอบว่า "ไม่รู้" ไม่ได้  เขาจะเสีย Self ตัวตน  คำของเขาจะทำให้เราหลงทาง
2)  คลำเอง...........แต่ต้องมีวิธีคลำ  อย่างมีศิลปะ ของการคืบหน้าเข้าไปช้าๆ  แม้จะไม่ทันใจ แต่น่าจะปลอดภัยดี  ดีกว่าไม่มีอะไรเลยที่เป็นหลักให้ยึด
คงบอกพวกเราไม่ได้ว่า  ทุกชนิดฝึก ที่คืบหน้าเข้าไปช้าๆนั้น  มีรูปธรรมจะเป็นอย่างไร
เปรียบให้ฟังเหมือนน้ำท่วมบ่อ น้ำล้นตลิ่งไม่พอ  แต่ถึงกับท่วมพื้นที่ข้างบนด้วย  สภาพขอบบ่ออยู่ตรงไหนก็สับสนจำไม่ได้  มองไปนึกว่า แค่น้ำท่วมทุ่งสามารถลุยไปได้ทุกที่  แต่ลุยเข้าไปไม่ได้  ตรงนั้นเป็นบ่อ
การจะเข้าไปถึงขอบบ่อว่าอยู่ตรงไหน จะเสี่ยงกับการก้าวผลุบลงน้ำไปเลย เมื่อทันที่ที่เลยขอบบ่อ
วิธีคือ เราค่อยๆสืบเท้าไปช้าๆ  อย่าเพิ่งทิ้งน้ำหนักตัวพรวดลงไปเลย  ให้ปลายเท้าคลำภูมิประเทศใต้น้ำให้แน่ใจเสียก่อนว่า ณ ก้าวตรงนี้  ยังมีแผ่นเดินให้เหยียบหรือเปล่า
ทำแบบนี้ ทีละก้าวช้าๆ  เราจะถึงขอบบ่อได้เองโดยไม่ก้าวตกบ่อ  วิธีนี้ ไม่ใช่มืออาชีพ  เป็นแบบบ้านๆ But Work well 
และเราได้เห็นนักวิ่งที่มาดมั่นใจจากเพื่อนเราหลายคนที่มีท่วงท่าฉะฉานเหลือเกิน  มั่นอกมั่นใจมาก  พรวดเดียวลงไปมิดหัวหลายคนแล้ว เพราะประมาทเกินไป
ผู้เขียนเองเติบโตมาแบบใช่ว่าจะรู้ไปหมด  แต่ด้วยวิธีกระดืบไปที่ละคืบทีละศอกแบบนี้แหละ
ถึงมีโอกาสมานั่งให้พวกเราฟังได้ ไม่หายหน้าไปเสียก่อน เหมือนกับหลายคน
ในท่ามกลาง Unknown เรายังสามารถจัดการกับตัวเองได้ด้วยสามัญสำนึก
ยิ่งในเงื่อนไขฝึกที่เป็นจริง  การคืบไปข้างหน้าต้องการเวลาซึมซับที่ฝึกไปด้วย  ไม่ใช่ลงมือทำปุ๊บแล้วร่างกายจะจำเลย  แต่เราต้องแช่เย็น  (Repeat)
ยิ่งสอดคล้องกับการที่เราต้องดำเนินไปอย่างช้าๆ ไม่เร่งรัดใดๆ  การที่คืบหน้าไปอย่างช้าๆจึงเป็นคำตอบเดียว  ที่เราต้องเข้าหาด้วย
-  สังเกตอาการที่จะเกิดขึ้น
-  สังเกตผลประกอบการที่เราสานก่อขึ้นมา มีลู่ทางที่แจ่มใสขึ้น  ยืนยันว่าเรามาถูกทางแล้ว
3)  พัฒนาทีละจุด อย่างน้อยๆ ช้าๆ วนไป
ในการพัฒนาฝีเท้าต่อหน้าต่อตาการฝึกทุก Session ต้องดำเนินไปทุกจุด  ทุกลักษณะปัจจัย จุดละนิดจุดละหน่อย  ไปพร้อมกันทั้งหมด  ไม่ว่า Endurance ,  Strength , Core stability , Flexibility , Lactate threshold , MaxVo2  ฯลฯ
เปรียบให้ฟังเหมือนกับการ "ดีดบ้าน"
การ "การดีดบ้าน"  คือบ้านเก่าที่ลุ่ม น้ำท่วมบ่อย  ช่างเขาแก้ไขโดย
ตัดเสาให้ขาดจากกันทุกเสา  ยกบ้านให้ลอยขึ้นด้วยแม่แรง  แต่ไม่ยกพร้อมกันทุกเสา แต่ยกทีละเสา  แต่ละเสาไม่กี่เซนต์เท่านั้นเอง  นิดเดียว
ยกแล้วหนุนไว้ด้วยพุก หรือลิ่ม ให้ปลอดภัย
ถอนเอาแม่แรงออกไปยกเสาอื่นบ้างแบบเดียวกัน ทีละเสาจนครบ บ้านจะขึ้นให้  แล้ววนกลับมาที่เสาแรก ยกขึ้นอีก แบบนี้ไปเรื่อยๆ
ต้องการให้สูงเท่าไร ก็เท่านั้น  จนสูงได้เท่าที่ต้องการ  แล้วหล่อเสาใหม่ หรือจัดแท่งเสาไม้ใหม่ให้ยาวเท่าที่ต้องการ  เสริมรับตัวบ้านที่อยู่ข้างบน
"เห็นภาพมะ"
"การฝึกวิ่ง"  เราก็พัฒนาแต่ละปัจจัยการฝึกแบบเดียวกันนี้เลย  ให้เรากระทำต่อการฝึกวิ่งในทุก Session ในทุกๆเป้าหมาย  ด้วยลีลาแบบเดียวกันที่เรากระทำต่อทุกเสาในการดีดบ้าน
อย่ายกทีเดียวให้สูง  ยกยิดเดียว ทีละเสาๆ วนไปเรื่อยๆ  เปลืองแรง เปลืองแฟ็บก็ต้องยอม  แล้วมันมีวิธีนี้วิธีเดียวด้วย
อย่ายกเสาเดียวให้สูงเกินไป จะผิดสมดุล  แล้วบ้านจะมีปัญหา
ในการฝึกก็เช่นกัน  อย่าหลงไปกับการพัฒนาปัจจัยใดปัจจัยเดียวโด่งขึ้นมาจากปัจจัยอื่นมาก  เพราะจะยังผลให้ผลรวมสรุปประกอบการจะไม่ขึ้นให้เห็น
ผลรวมจะปรากฎเมื่อ  "พหุปัจจัยเริ่มสานก่อ ถักทอ ร้อยรัด  เป็นข่ายใยที่เหนียวแน่น" Up level your potential ในที่สุด
อย่าหลงไปยกเพียงอย่างเดียว  บ้าฝึกแต่ขอด Interval หรือหมกมุ่นจะเอาแต่ WM  (Weekly Mileage)ให้มากที่สุด  ให้เราสานก่อแต่ละ Session ที่ป็นสัดส่วนสัมพันธ์กับ WM ขึ้นไปพร้อมๆกัน  ไม่ว่าจะเป็น Tempo หรือ Interval  หรือยาว Long run ไปพร้อมๆกัน
อย่าตะบี้ตะบันยกแม่งเสาเดียว  วิ่งเร็วที่มากสัดส่วนเกินไปใน WM ที่ยังน้อยไม่สัมพันธ์กัน เพราะมันจะไม่ได้ผล  ที่พวกเรามักเป็นกันมาก
สงสัยว่าอ่านถึงตรงนี้จะเข้าใจกันหรือเปล่าเนี่ยะ ?
ยังมีอรรถาธิบายได้ละเอียดลงไปอีก แต่ยั้งไว้  เกรงว่าคนใหม่สายพัฒนาจะตามไม่ทัน  ไม่คุ้นเคยกับสำนวนที่เรานำเสนอ  แต่แฟนคลับเดิมๆน่าจะเข้าใจดี
รายละเอียดอื่นๆจะขยายต่อก็จาก 3 ประการนี้แหละ
บทความนี้ไม่ได้บอกว่าให้ฝึกอะไร  แต่มุ่งให้ผู้อ่านมีความเข้าใจต่ออนาโตมีการฝึกรวมๆว่ามันมีหน้าตาเป็นแบบนี้  คนเรามักเห่อฝึกอะไรที่เพิ่งค้นพบเสมอ  โค้ชจะเป็นคนดูแลกำกับให้แต่ละ Key ได้สัดส่วนกัน อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ สอดรับกันไปพร้อมๆกัน
ที่อ่านบทความนี้แล้ว จะมีความเข้้าใจว่าปัจจัยฝึกให้มีคุณสมบัติวิ่งดีืไม่ได้มีตัวเดียว  แต่ละ Ingredients  ต้องสัมพันธ์กันที่พอดีในการฝึกด้วยท่วงท่าของบทความนี้ทั้งสิ้น ยกขึ้นไปทีละเสา นิดเดียว แล้วสลับวนไป สูงขึ้นทั้งหลัง  เสาใหม่จะมาภายหลัง
การพยายามทำความเข้าใจบทความนี้ จะสามารถร่าง Design ตารางวิ่งของตัวเองได้อย่างมั่นใจขึ้น
.
.
กฤตย์  ทองคง
16  มีนาคม  2565
.
จริตบางคนเข้าใจไปว่า
ดีดด้านนึงให้เยอะไปเลย
และตามไปดีดอีกด้านให้มากเสมอกัน
ทำอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ราบรื่น
ส่วนเป็นกระจกจะแตกร้าว
บานพับวงกบ เบี้ยว
หน้าต่างประตูดีๆอยู่ ดีดเสร็จ ปิดไม่ลง
.

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.