กรมธรรม์ที่คุ้มครองดีที่สุด
คือการวิ่งตลอดอายุขัย
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ใจความสำคัญที่สุดของการวิ่งได้ตลอดอายุขัย ไม่ใช่อยู่ที่อายุยืน
การที่อายุจะยืนหรือไม่ เป็นเรื่องของชะตากรรมและยมบาล ไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าไปล้วงลูกเขา เราควรทำในสิ่งที่เราทำได้เท่านั้น
เอาที่แน่ๆ และค่อนข้างใช่ ดีกว่า คือภาวะที่เรามีร่างกายที่เพียงแต่ช่วยตัวเองได้ในวัยชรา ที่ไม่ได้หมายความว่าต้องแข็งแรงใดๆให้มากที่สุด ไม่ใช่เพราะหยิ่งแต่เพราะจำนนต่อภาวะทางสังคมที่เปลี่ยนไป
สังคมที่ไม่สนใจใยดีต่อคนแก่+พ่อแม่บุพการีกำลังเป็นแนวโน้มและยิ่งแรงขึ้นทุกที
การที่มีคนแก่จำนวนมาก สังคมก็จะปรับเข้าสู่ดุลยภาพได้ไม่นานนัก จากยอดตายไปเองจะเข้ามาปรับสถิติให้ต่ำลงเองแม้ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ตาม
แม้จะมีคนแก่ใหม่ที่เข้ามาสมทบแทนที่ตายไป ก็เป็นเรื่องของคนสมัยนี้ที่ยังหนุ่มอยู่ เขารับมือเอาเองว่าอนาคตภายหน้า เขาจะอยู่กันอย่างไร
สำคัญที่ตัวเรา ในยามที่ชราลงกว่านี้ เราจะอยู่อย่างไรมากกว่า
ค่อนข้างใช่ว่า ภาวะเสียดทาน ย่อมไม่ได้อยู่ที่ 10 , 21 , 42 k ข้างหน้า หรือเราจะชนกำแพงหรือไม่ แต่อยู่ที่ อนาคตเราจะอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และอยู่อย่างไร เราจะไปตลาดซื้ออาหารประจำวันอย่างไรให้ปลอดภัย เราจะอาบน้ำอย่างไร จะขี้ จะเยี่ยว ในยามที่เราไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะกระดืบไปห้องน้ำในประสิทธิภาพกายลดต่ำลงมากขึ้นทุกวัน
คือหน้าที่ของพวกเราทุกคน ที่ต้องปูพื้นฐานให้อนาคตว่าเราสามารถผ่านวิกฤตตรงนี้ไปได้มากที่สุด ในภาวะที่(น่าจะ)อ่อนกำลังลงมากที่สุดนั่นเอง
เพราะความสามารถฝ่าฟันเหล่านี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ ถ้าเราไม่ปูพื้นฐานให้ร่างกายเคยชินเสียตั้งแต่วันนี้
เราไม่ใช่ต้องออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรงใดๆแบบหนุ่มๆ เป็นแชมป์กลุ่มอายุ แต่เพื่อเป็นหลักประกัน ที่จะพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด รับกับเงื่อนไขใหม่ๆที่จะถาโถมเข้ามา
1) อยากกินได้กิน
2) อยากไปได้ไป
3) อยากทำได้ทำ
เพราะกิจกรรมการออกกำลังเพื่อให้เรายังทำทั้งสามอย่างนี้ได้ ต้องการมิติเวลาสะสมเพิ่มพูน เราไม่สามารถทำได้เลยทันทีที่เราต้องการ
แก่แล้วมาออกกำลังจะไม่ได้เนื้องานเป้าหมาย เพราะต้นทุนออกกำลังไม่มีแล้ว เช่นเดียวกับต้นทุนค้าขายที่น้อย จะไปคาดหวังกำไรที่มากย่อมเป็นไปไม่ได้นั่นเอง
การออกกำลังต้องออกตอนยังพอมีแรงให้ออก หมดแรงแล้ว หลับให้สบายเถิดลูกนัก แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เพราะอยู่อย่างประมาท
กรมธรรม์จะอยู่คอยช่วยเหลือเรา ต้องมีอยู่ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ไม่ใช่เกิดเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อประกัน
กรมฯ จะออกผลคุ้มครองให้ก็ต่อเมื่อจ่ายเบี้ยฯครบ เกิดเรื่องแล้วจะมาดำริจ่ายเบี้ย มันจะไม่ทัน
การออกกำลังก็เช่นกัน เมื่อเข้าวัยโรย ต้องรีบออกกำลัง รอให้หมดแรงก่อน วาระสุดท้ายจะจบไม่สวย จะรอให้แก่กว่านี้หรืออย่างไร ดังที่ผู้อยู่อย่างประมาทแสดงตัวอย่างให้เราประจักษ์อยู่แทบทุกวันผ่านเคสต่างๆ เห็นกันไหม
หนุ่มสาวที่ไม่ออกกำลัง เขาก็อยู่กันได้ ความเสียดทานยังมาไม่ถึง เพราะกินต้นทุนเก่าความเยาว์วัย พอแก่ตัว เหลือเท่าไร จะแสดงตัวออกมาให้เห็นเนื้อๆ
เราต้องออกแรงตั้งแต่ยังมีแรง เนื่องจากสังคมเปลี่ยนไปนานแล้ว เราไม่ต้องตักน้ำ ผ่าฟืน วิ่งไล่ล่าอาหารก็อยู่ได้
การวิ่งเฉยๆเพื่อออกกำลัง โดยไร้เป้าหมายเนื้องานแบบเก่าๆ กลายเป็นวิ่งที่แม้จะไร้สาระแต่จำเป็น เราไม่ได้วิ่งเพื่อไปไหนมากกว่าวิ่งเพื่อกลับมาที่เดิม เส้นฟินิชคือเส้นเดียวกับจุดที่ปล่อยตัว
ความประการนี้เกิดทั้งกับคนทั่วไปธรรมดาและกับแชมป์เก่า
ที่ปัจจุบัน ไร้คู่ประกบอีกแล้ว มีแต่ตัวตนเนื้อๆเปลือยเปล่าต่อหน้าต่อตาชะตากรรมที่ลูกไม่เลี้ยง ไม่มีใครดูแล จัดการกับความจำเป็นให้ตัวเองไม่ได้ ความโหดร้ายของชีวิตเข้ามาปะทะกับเราตรงๆ
การออกกำลังไว้ เตรียมตัวเป็นหมวกกันน็อคให้เราเจอเสียดทานที่ต่ำที่สุด
ตายได้ตายไป ไม่ว่า ปัญหาคือ แม่งไม่ยอมตายเสียที และความเสียดทานนับวันจะทวีขึ้น จมขี้ จมเยี่ยว ติดเตียง
การที่เราจะออกกำลังไว้ให้นานที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ คือหลักประกันตรงนี้เอง ที่ในเซ้นส์ของพวกเราคือ การวิ่งได้ตลอดอายุขัย(ที่ไม่ได้บอกเลยว่าต้องเร็ว)
ความประการนี้ ถ้าจะไปเห็นสัจจธรรมตอนนั้นมาถึง จะสายไปเสียแล้ว
ต้องดำริสานก่อไว้ตั้งแต่บัดนี้
เตือนทั้งคนที่ไม่ได้ออกกำลัง และทั้งเตือนพวกที่วิ่งจะเอาแชมเปี้ยน ว่ามันไม่ใช่ทั้งสองแบบ
คู่ประกบไม่มีแล้วตอนนั้น ถ้วยรางวัลในอดีต จมอยู่กับฝุ่น ไร้ความหมายใดๆ ต่างอะไรกับกะลาใบหนึ่ง เหลือแต่ชะตากรรมล้วนๆ กับเลือกเนื้อที่เต้นริกๆ กับความเดียวดายนั่นแหละ คือคู่ประกบตัวจริง
นักวิ่งมีวัยทุกคน พวกท่านได้เตรียมตัวกันแล้วหรือยัง เลิกบ้าวิ่งกันเถิด เก็บเงินเอาไว้ใช้กับสิ่งที่จำเป็นข้างหน้าดีกว่า
การจ่ายเบี้ยประกันที่เป็นเม็ดเงิน ไม่ใช่การประกันที่แท้จริง แต่เป็นแค่ประกันรายจ่าย หรือประกันรายได้แล้วแต่จะเรียก แต่การประกันสุขภาพของแท้ คือการลงมือออกกำลัง และธำรงความคุ้มครองให้ต่อเนื่องไปจนวาระสุดท้าย(วิ่งตลอดอายุขัย)
มีกรมธรรม์ที่เป็นแค่กระดาษ มิได้เป็นหลักประกันไม่ให้ป่วย เพียงแค่ป่วยแล้วมีจ่ายเท่านั้นเอง แต่ยังต้องติดเตียงเหมือนเดิม ยังถูกล่ามด้วยพันธนาการค่ารักษาพยาบาลมหาศาล และยังถูกย้ำตรึงด้วย นอนจมขี้ จมเยี่ยว ถูกรัดรึงด้วย Treatment ต่างๆ เพื่อยืดเวลาให้นานที่สุด หรือเพื่อให้ทรมานมากที่สุดแค่นั้นเอง
ไหนล่ะ...ถ้วยรางวัลพวกนั้นช่วยอะไรได้ยามนี้ อดีตอันเกรียงไกร ผลงานที่เคยอลังการ มันช่วยอะไรได้???!!!
วาระที่เป็นเนื้อๆ เป็นอเจนด้าใหม่เหลือแค่ สานก่อกิจกรรมสุขภาพให้วิ่งได้ตลอดอายุขัยให้ได้เท่านั้นเอง
.
.
กฤตย์ ทองคง
15 มีนาคม 2565
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.