เสรีภาพในการเลือกเป้าหมายวิ่ง
แท้จริงเป็นอิสระหรือ ?
(Symphony)
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
การตั้งเป้าหมายวิ่งมีความสำคัญมากในระดับต้นๆของการที่จะเลือกฝึกอะไรต่อไปข้างหน้า
เราจะฝึกอะไร คนออกแบบการฝึกต้องการทราบจุดประสงค์ที่จะฝึกวิ่งนั้นจะเอาไปทำอะไรเสียก่อน เพื่อให้วิธีนั้นมันจะได้สอดรับกับเป้าหมายนั้น
ถ้าแรกเริ่มต้นจาก Ground Zero ถ้่าจากผู้วิ่ง Sedentarians จะมีแผนเริ่มต้นคล้ายกันหมดที่เริ่มจากต้นทุนที่แต่ละคนมีก็จริง
แต่วันเวลาที่คืบไปข้างหน้า การพัฒนาการที่ได้รับ คลี่ออกมาให้เราประจักษ์ทีละนิดว่า เราควรจะมีเป้าหมาย เป็นอย่างไร
เชื่อว่า แทบจะไม่มีแชป์คนใดที่มีเป้าหมายแรกวิ่งจะเอาแชมป์เลยสักคนเดียว แต่คืนวันของพัฒนาการ ช่วยให้จินตนาการของเขาเริ่มคืบหน้าไปเรื่อยๆ การวิ่งไปบ้างแล้วไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ยังกระตุ้นต่อมจินตนาการให้ผลิดอกออกตุ่มตาด้วย
โค้ชที่สามารถ นอกจากช่วยดูการฝึกอย่างไรที่ให้ถูกต้องตรงจุดหมายแล้ว เขายังช่วยตะล่อมความใฝ่ฝันให้มีหน้าตาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนขึ้นด้วย
ในทางปฏิบัติ โค้ชจำนวนมาก ยังช่วยบอกแนวทางชีวิตรวมที่เหมาะสมด้วย ทั้งอบรม ตักเตือน แทบทุกชนิด แต่เดิมความสัมพันธ์ระหว่างนักวิ่งกับโค้ช เป็นกันอย่างนี้ ปัจจุบันบทบาทโค้ช ถูกจำกัดมากขึ้น ให้อยู่แต่ในเฉพาะขอบข่ายการวิ่ง ส่วนแนวทางประกอบชีวิตมิติอื่น ถือเป็นเรื่องเสรีภาพของเด็ก
แต่จากความเป็นจริง "เสรีภาพ" หาได้เป็นคำตอบสำเร็จที่สวยสดงดงามด้วยตัวของมันเอง
"เสรีภาพ" เป็นเพียงเครื่องมือชิ้นเล็กๆชิ้นหนึ่งที่ถูกนับเนื่องว่าเป็นหน่ออ่อนของการเพาะเมล็ดพันธุ์ศักยภาพของมนุษย์เราเท่านั้น สิ่งอื่นที่เป็นเครื่องมือเพาะพูนก็มีเหมือนกัน อีกเพียบ
แต่เพราะสังคมเราได้เคลื่อนเข้ามาสู่สังคมใหม่ๆที่แตกตื่นเสรีภาพราวกับคาวบอยตื่นทอง
หาตระหนักไม่ว่า ตัวเสรีภาพนั้นเอง มันก็เอื้อความผิดพลาดจำนวนมากด้วยเช่นกันระหว่างทางไปถึงความไพบูลย์เสมอ
นี้จึงยังผลให้บทบาทของโค้ชจึงถูกจำกัดลงในโลกสมัยใหม่ตามไปด้วย
ผู้ฝึกจำนวนมาก อับจนแม้แต่กระทั่งคิดฝันก็ยังไม่เป็น จินตนาการถูกจำกัดมากจากความเป็นจริงที่ต้องประนีประนอมเข้ามา
โค้ชที่แก่พรรษาและมีประสบการณ์ทั้งวิ่งและมุมชีวิตด้านอื่น จะตะล่อมและบูรณากรคุณธรรมที่ควรนิยมเข้ามา แม้ว่าผู้ฝึกอาจไม่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับการฝึกเลยในชั้นต้น แต่หากปลายทางแล้ว พวกเขาจะเห็นเองสักวันหนึ่ง
ดังนั้น เสรีภาพในการเลือกเป้าหมายวิ่ง ว่าแท้จริงแล้วเป็นอิสระจริงหรือ ?
เสรีภาพ ต้องเป็นตัวนำให้ผู้ใช้เสรีนั้นไปสู่สิ่งที่ดีงามเสมอไปหรือไม่ หรือตัวเสรีภาพ สักแต่เพียงเสรีด้วยตัวของมันเองล้วนๆ ดีชั่วไม่เกี่ยว?
มีตัวอย่างมากมายที่เสรีภาพนำไปสู่ความอับจน บาดเจ็บ และเสื่อมถอย มีให้เห็นดกดื่นจนแทบไม่จำเป็นต้องยกตัวอย่าง
เสรีภาพที่จะเลือกเป้าหมาย หาได้อยู่ลอยๆด้วยตัวของมันเอง แต่มันยังต้องการคุณสมบัติอื่นๆประกอบ เข้ามาเพื่อให้ตัวของมันเองมุ่งไปสู่ทิศทางที่งดงามกับชีวิตเสมอไป
เสรีภาพที่จะเลือกอุทิศชีวิตไปกับความสำเร็จในสนามหนึ่งสนามใด ไปให้สุดศักยภาพ ไปให้เต็มที่ ระดมทุกสิ่งเพื่อเป้าหมาย ไม่ว่าชีวิตที่เหลืออยู่จะแตกหักเสียหายมากมาย จนไม่อาจวิ่งได้ต่อไป นี้จะถือเป็นความงดงามหรือไม่
เสรีภาพที่อยู่ในความยึดกุมของคนปัญญาเขลา จะถือว่าเป็นเสรีภาพที่สังคมจะต้องให้ความเคารพหรือไม่ !!!
ทั้งในสองบริบท คือเสรีที่กระทบกระเทือนผู้อื่นหรือไม่กระทบเลย ก็ตาม
ท้ายสุด การจินตนาการเลือกเป้าหมายวิ่งของตัวเอง ย่อมต้องถูกควบคุมจากภายนอกอยู่ดีในที่สุด
ผู้เขียนขอเสนอกรอบโครงเสรีภาพในการเลือกเป้าหมายวิ่งคร่าวๆดังนี้
1) เป้าหมายหลัก
ถือเป็นธรรมนูญชีวิตวิ่งที่ละเมิดไม่ได้ ใดที่ลชะเมิดต้องตกไปอัตโนมัติ คือ
1.1) ย่อมต้องไม่มีการวิ่งใดนำไปสู่ความบาดเจ็บเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ
2.2) ย่อมต้องไม่มีการกระทำใดๆเอื้อให้เราไปสู่ "ความเรื้อรัง" (คือการไม่ยอมหายสักที อาจดูเกือบคล้ายปกติ แต่ทันทีที่เข้าแผนฝึกเพื่อเป้าหมายใดๆ มันกลับมาปั๊บเลย ได้แต่พอวิ่งสามัญผ่านไปได้เป็นวันๆ)
1.3) ย่อมต้องสามารถวิ่งได้ต่อเนื่องตลอดอายุขัย เพื่อให้คุณความดีของการวิ่งด้่านต่างๆออกผลลัพธ์กับตัวผู้วิ่ง จนกว่าจะวายชนม์
เสรีภาพในการเลือกวิ่งย่อมสมควรถูกระงับลงอย่่างทันทีเมื่อเนื้อหาสาระที่ผู้วิ่งเผชิญอยู่ขัดกับหลักการ ทั้งสามประการข้างต้น
2) เป้าหมายรอง
คือเป้าหมายวิ่งเฉพาะกิจ เช่นในแต่ละช่วงฝึก อาจมีสนามหลักชัยที่เป็นเป้าหมายข้างหน้า เช่น
2.1) จอมบึงมาราธอน...ปี.....
2.2) เป็นแชมปี้ยนติดอันดับ ถูกเรียกให้ขึ้นรับรางวัลในระยะ 10-21k สนามใดสนามหนึ่งในขวบปีข้างหน้า
2.3) จะวิ่งให้ได้ในสนาม 100k สนามหนึ่งสนามใดภายใน 2 ปี ใน Cut off ไม่จำกัดเวลา
2.4) จะเอาเหรียญ Pondering Six world major medals ให้ได้ภายในชีวิตนี้ (เก็บเงินให้ได้ก่อนแล้วค่อยกำหนดระยะเวลาต่อไป)
เหล่านี้เป็นตัวอย่างของเป้าหมายรองที่ปรับเปลี่ยนได้ แต่ไม่ใช่เป้าหมายหลัก
ในทางปฏิบัติ ยังไม่เคยมีใครทำได้สมบูรณ์แบบ เอากันแค่ง่ายๆ ข้อ 1.1) ก็พลาดกันแล้วตั้งแต่เริ่มวิ่งไม่นาน
มีคำกล่าวกันอย่างสนุกๆว่า มีนักวิ่งอยู่ 2 ประเภท
คือ นักวิ่งที่เคยบาดเจ็บแล้ว กับนักวิ่งที่กำลังจะเคย
ถ้าเรามองให้สอดคล้องกับความเป็นจริง จะพบว่าที่เคยเจ็บนั้นเราต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้นำไปสู่ความเรื้อรัง คือแม้เจ็บได้แต่เจ็บนั้นต้องให้สั้นที่สุด
เจ็บแล้วต้องจบลง คือต้องหายจริงๆ ไม่ใช่ไม่ยอมหายสักที ที่กว่าครึ่งกว่าค่อนของนักวิ่งที่กำลังเจ็บทุกวันนี้ มีที่จะหายดีเพียงครึ่งหรือไม่ถึงครึ่ง !!! ที่เหลือเรื้อรัง
เราต้องพยายามอย่างยิ่งมิให้การวิ่งหลุดมือตกแตก ต้องวิ่งให้ได้ตลอดอายุขัย
เฉพาะนักวิ่งชั้นดี มีคุณภาพเท่านั้นที่จะหาญกล้าใฝ่ฝันถึงความสูงส่งระดับนี้
และการวิ่งในเป้าหมายรองใดก็ตามทั้งการฝึกและการแข่ง หากนำไปสู่ความกระทบกระเทือนเป้าหมายหลักแล้วละก็ การวิ่งนั้นต้องตกลงไปอัตโนมัติ โดยเฉพาะข้อ 1.3) สำคัญที่สุด
นักวิ่งและเสรีภาพการใฝ่ฝันของพวกเรา จะฝันอะไรก็ได้ แต่ข้อ 1.3) จะต้องถูกเชิดชูเสมอ อันจะต้องถูกถือเป็นธรรมนูญหลัก การทำการวิ่งหลุดมือตกแตกไม่ว่าจะเพราะบาดเจ็บไม่ยอมหายเสียทีหรือจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม ถือเป็นบาปกรรมหนักที่อภัยไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ นักวิ่งต้องพยายามวิ่งให้ได้เสมอ และต้องดำเนินไปอย่างไม่ฝืนด้วย
ถ้่าทำไม่ได้ สถานภาพความเป็นนักวิ่งต้องถูกเพิกถอน มีความร้ายแรงเทียบเท่า "อนันตริยกรรม" ของบรรพชิต ที่ผิดไม่ได้เลย
การที่จะทำได้ดังนี้ จึงไม่ใช่แค่สักแต่เพียงวิ่งผ่านไปวันๆแล้วมันจะไปถึงเป้าหมายเองแบบอายุราชการ แต่ระหว่างการวิ่งวันต่อวันต้องเตือนตัวเองเสมอถึงข้อ do and don't whatever ข้อห้าม ข้อทำต่างๆ
เริ่มตั้งแต่ เราควรทำตัววิ่งอย่างไรนาทีนี้เป็นต้นไป ถ้าเป็นแฟนกฤตย์จริง หลักการวิ่งใดที่จะนำไปสู่สิ่งนี้ ย่อมจะต้องระยิบระยับอยู่ในมโนนึกแล้ว
ผู้เขียนจึงขออนุญาตนำเสนอความใฝ่ฝันที่งดงามให้แก่พวกเราพิจารณา ที่อาจขัดกับความรู้สึกเสรีภาพบ้าง ก็ตาม
แม้จะไม่ทุกคน แต่พวกเราหลายคน ยังไร้เดียงสาแสดงออกว่ายังฝันไม่เป็น ยังใช้เสรีภาพเลือกพฤติกรรมวิ่งแบบถะโหล่ สุ่มเสี่ยงละเมิดข้อ 1.3) ที่โดยความรู้สึกเองของผมจะต้องไม่เพิกเฉย ออกมาแจงหลักการวางเอาไว้
ที่เหลือนอกกว่านี้ จำต้องไปสานก่อเอาต่อเองบ้าง นี่้คือระดับจ้ำจี้จ้ำไชสูงสุดที่ผมสามารถทำได้แค่นี้เอง ที่เหลือต้องปล่อยไป
.
.
กฤตย์ ทองคง
22 กุมภาพันธ์ 2564
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.