อย่าให้การเลื่อนของสนามอีเวนต์
เพราะโควิดมีผลต่อเป้าหมายวิ่ง
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
ถ้าเราควรตั้งมั่นในอดิเรกที่เรารัก เราต้องพร้อมเสมอต่ออุปสรรคที่เขามา
เอาละ...ตอนนี้เราวิ่ง วิ่งคือกิจกรรมที่เราเลือก
ในขณะที่โควิดยังไม่จางคลาย
ลำพังแล้ว
โควิดไม่น่าจะมีผลกับวิ่ง
อย่าลืมนะว่า
กิจกรรมที่เรากำลังเล่นอยู่
เป็นปัจเจกกีฬา มิใช่กีฬารวมหมู่ ที่ต้องใกล้ชิดกัน
แต่ถ้าโควิดมันจะทำให้รูปรอยการวิ่งของเราผิดเพี้ยนไป
ก็สมควรที่จะกลับมาทบทวนถึงการจัดการของเราต่อการวิ่งใหม่อีกครั้ง
เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด
ทำให้พวกเรามีข้อจำกัดในการซ้อมที่จะไม่สามารถทำแบบเดิมๆได้
สนามถูกจำกัดการใช้ทั้งสนามซ้อมและสนามแข่ง พฤติกรรมวิ่งต้องถูกทำให้ห่างกัน
บางสนามถูกยกเลิก หลายคนสูญเสียเป้าหมาย เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า
การคงอยู่ของสนามจัดอีเวนต์แข่งขันกลายเป็นเป้าหมายวิ่งเสียเองไปได้อย่างไร
ทั้งๆที่สนามดั้งเดิมแท้ๆ
เป็นเพียงแค่เครื่องมือนัดพบเจอกันและทดสอบฝีเท้าจากการที่ได้กลับไปฝึกบ้านใครบ้านมันมาพักหนึ่ง
แล้วผลมันมันเป็นอย่างไร
และไม่ว่าผลมันจะออกมาแบบไหน
เข้าข้างเราหรือไม่
ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราควรจะเอามาแหน่งหน่ายต่อพวกเรากันเองหรือแหนงหน่ายต่อตัวการวิ่ง เราเล่นกับมันอย่างไม่ติดยึด ผลออกมาชนะก็ได้ แพ้ก็ย่อมได้ มันเป็นมายา
ที่เราอยู่กับมายานั้นอย่างเปี่ยมความเข้าใจ
ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า
ความสามารถวิ่งได้ไม่เร็วของใคร ควรจะเป็นต้นเหตุให้เราเลือกคบกับใครหรือไม่ หรือเป้าหมายเพื่อพลานามัย ต้องวิ่งให้เร็ว
ก็ไม่เคยได้ยิน
แต่กลับมีสำเนียงพร่ำเตือนเสียด้วยว่าต้องวิ่งช้าๆด้วยซ้ำ
ดังนั้น
ตัวสนามอีเวนต์ จึงย่อมไม่มีทางที่จะใช่ตัวเป้าหมายที่เหมาะควรใดของการวิ่งเลย โดยความหมายทางปรัชญาตัวของมันเอง
แต่ในโมงยามนี้
เราถูกผลักไสเข้ามาถึงยุคที่สนามอีเวนต์ต่างๆถูกจำกัดลง กลับมีผลต่อการวิ่งเชียวหรือ นี่จะเป็นแสดงประจักษ์หรือไม่ว่า
ที่ผ่านมา เราวิ่งอยู่
เพราะการคงมีสนามอยู่เท่านั้นเอง
การวิ่งที่เคยเป็นตัวตั้ง และสนามอีเวนต์เป็นตัวตาม กลับสลับกันเสียอย่างนั้น กลายเป็น
สนามอีเวนต์เป็นตัวตั้ง และการคงอยู่ของการวิ่งพวกเรากลับเป็นตัวแปรตาม ไปรับใช้มัน !!!
บัดซบ
!!!
เมื่อมีสถานการณ์โควิดให้มาต้องระวัง สนามจึงถูกคุมกำเนิด ถูกเว้นวรรค ถูกเลื่อนเวลานัดหมาย เราเลยไม่รู้จะวิ่งไปทำไม !!!
พวกเราเลื่อนเปื้อนกันไปถึงขนาดนี้แล้วหรือ
? เราเอาสุขภาวะที่สมบูรณ์ขึ้นจากการวิ่งไปไว้เสียที่ไหน
ชีวิตที่ไพบูลย์ตรงๆจากการวิ่งโดยไม่ต้องมีสนาม ไม่มีอยู่แล้วหรอกหรือ ?
การวิ่งที่เคยช่วยให้เราหยั่งถึงศักยภาพแห่งการพัฒนาที่สูงสุดของตัวเราเองว่าสูงที่สุดมันอยู่ตรงไหน ไร้ความหมายเสียแล้วกระมัง
เราได้เอาสองสามสิ่งข้างบนไปไว้เสียที่ไหน
หรือว่าที่ผ่านมา มันไม่เคยมีอยู่ ?!!!
นี่ขนาดเพียงสนามอีเวนต์เลื่อนกำหนดนัดหมายเท่านั้นเอง
ก็มีผลต่อการฝึกซ้อมของเราให้จางคลายลงขนาดนี้แล้ว
ทั้งๆที่สถานการณ์นี้กลับขยายเวลาให้เรามีการแช่เย็น (Repeat) ซ้ำอันน่าจะยิ่งสร้างความั่นใจในผลการฝึกซ้อมยิ่งขึ้นเสียอีก เรากลับไม่ใช้มันให้เป็นประโยชน์ คุณกำลังใส่แว่นตาอะไรอยู่ !!!
นี่เท่ากับเป็นการบอกไบ้พวกเราโดยนัยแล้วว่า พวกเราได้ผูกชีวิตวิ่งผนึกแน่นกับการคงอยู่ของสนามอีเวนต์
จนแกะไม่ออก
ถ้่าจะว่าถึงความผิด มันไม่มีผิดหรอก ไม่ผิดกฎหมาย
ไม่ผิดกฎศีลธรรมใดๆ
และไม่ได้มีกติกาใดห้ามไว้
แต่เรากำลังแสดงตัวอย่างเงียบๆถึงระดับที่เรามั่นคงต่อการวิ่งว่า จริงๆแล้ว
เราผิวเผินต่อการวิ่งขนาดไหน
ยังไม่ต้องก้าวล่วงไปจนถึง
"การวิ่งตลอดอายุขัย" ที่สูงส่งใดๆเลย
ที่นานขนาดตลอดชีวิตนั้น
ยังจะมีอะไรที่หนักหนา มาเป็นอุปสรรคยิ่งกว่านี้อีกมากนัก ถึงตอนนั้น
เราจะผ่านมันไปได้อย่างไร
ท่ามกลางต้นทุนสติปัญญาที่หยั่งสัจจะได้เพียงเท่านี้เอง
เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า
เราจะยังคงต่อเนื่องพฤติกรรมวิ่งตอนนั้นได้หรือเปล่า ถ้าเราหมดเงื่อนไขการสมัครวิ่งแล้ว
เราได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า เราพร้อมต่อการ
"เลิกวิ่ง"ได้เสมอ
ถ้ามีอะไรๆคลี่คลายออกที่ไม่เหมือนเดิม !!!!!
.
.
กฤตย์ ทองคง
30 ธันวาคม
2563
.
มีความแตกต่างกันมากพอสมควรระหว่างการซ้อมกับอีเวนต์ที่สมัครแข่งขัน
สนามอีเวนต์จะกระตุ้นให้เราเตลิดไปด้วยแรงกว่าที่เราคาดคิด
ในขณะที่การซ้อม จะมีเพียงบางวัน บาง Session เท่านั้นที่แรงขนาดนั้น
ความแรงที่เราเลือกลงใน
Sessionใด ย่อมมีผลต่อเป้าหมายว่าเพื่อจะเอาไปพัฒนาอะไร
อย่าเข้าใจว่าทุกการฝึกมันพัฒนาขึ้นให้เร็วเหมือนกัน
บางวันการฝึกไม่ได้เอื้อให้เร็ว
แต่อึดขึ้น
บางฝึกพัฒนาประสาท
Neuromuscular
Coordinator บางการฝึกช่วยสร้างความเหนียว Core body
การฝึกเร็วเป็นเพียงกุญแจดอกเดียวในพวงกุญแจแห่งความสำเร็จ
ที่เราจะใกล้เข้าไปในห้องสุกดิบก่อนจะถึงห้องขุมทรัพย์อีกทอดหนึ่ง
การไปสนามอีเวนต์จึงไม่ทีทางที่จะทดแทนการซ้อมได้เลย
.
แต่ถ้าโลกมันหมุนไปในทิศทางที่เราไม่ได้อยากให้ออกมาในรูปนั้น
เราก็ต้องปรับตัว
อยู่กับมันให้ได้
โดยเดือดร้อนสิ้นเปลืองให้น้อยที่สุด
บริษัทการค้าเริ่มตาเป็นประกายจากตัวเลขผู้มีอำนาจซื้อมากมากระจุกตัวกันอยู่ที่การวิ่งตามการบูมในปีหลังๆมานี้อย่างต่อเนื่องมากกว่าชนิดกีฬาอื่น
พวกเขาต้องพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดึงโน้มน้าวตลาดให้้เห็นความจำเป็นมาซื้อสินค้าของเขา
ไม่ว่ามันเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม
เงินซื้อได้ทั้งนั้น
นักวิชาการที่พร้อมจะยกเอาวิจัยที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุนว่า
"ของมันต้องซื้อ"
อะไรต่างหาก
ถ้ามันขายได้ จงตามมันไป ไม่ว่ามันจะเป็นปีศาจ ซาตาน หรือคัมภีร์ที่งดงามใดๆ
นักวิ่งต้องตื่น
,
รู้ทัน และมี awareness ไม่ใช่เขาเปิดเพลงอะไร
ก็ลุกขึ้นเต้นให้เข้ากับจังหวะที่เขากำหนด
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.