Saturday, November 21, 2020

เมื่อวานเขียนอย่าง วันนี้เขียนอีกอย่าง

 เมื่อวานเขียนอย่าง วันนี้เขียนอีกอย่าง

.
.
.
.
เมื่อวานเขียนอธิบายการวิ่งยาวว่ายาวนี้ต้องช้าในเงื่อนไขบังคับ ส่วนใหญ่ที่ผิดพลาดคือ ช้าไม่พอ นำมาสู่คำแนะนำเหมาะสมว่าควรวิ่งในเทอมของเวลา และให้จำกัดMaxไม่มากกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง ไม่ว่าคุณจะได้ระยะทางเท่าไร
และวันจริงที่เราวิ่งในสนามที่จ่ายค่าสมัคร เราจะทำได้เองนั่นแหละไม่ต้องกังวล
ที่เขียนนั้นเป็นขณะผมโฟกัสที่นักวิ่งพวกหนึ่งเท่านั้นเอง ควรจะเป็นมือใหม่มาราธอน(แต่ไม่ใช่มือใหม่ที่เป็น Beginner)
คนใหม่จริงๆ ควรวิ่งแค่นี้
- วิ่งใกล้ให้ดีเสียก่อนจะวิ่งไกล
- วิ่งสั้น ก่อนที่จะวิ่งยาว
- วิ่งช้าให้ได้ก่อนที่จะวิ่งเร็ว
- วิ่งถนนก่อนให้เป็นเสียก่อนที่จะวิ่งเทรล
- มาราธอนไม่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มวิ่ง
หลายคนข้ามขั้นกระชั้ินเกินไป
นาทีที่เมื่อวานผมเขียน ผมจะนึกถึงผู้อ่านพวกหนึ่ง ไม่สามารถเขียนให้นักวิ่งทุกระดับได้พร้อมๆกัน
คำแนะนำที่เขียนไปในแต่ละคราวอาจเจอข้อจำกัด
หากนักวิ่งคนละระดับมาอ่านเข้าจะรู้สึกแปลกแยก
วันนี้ผมนึกขึ้นมาได้อีกพวกหนึ่ง ที่แก่ๆเหมือนผม มีพรรษาวิ่งมานานหลายปีเช่นกัน การไปสนามแข่งก็จางคลายลงไปมาก เรียกว่า ไม่สนแข่งอยู่แล้ว เพียงแต่อยากรักษาระดับพื้นฐานฟิตไว้ไม่ให้ตกมาก
ยามใดนึกอยากจะตบเข้าแผนฝึกโปรแกรมเข้มข้น เพื่อมุ่งเป้าสนามจำเพาะใดๆก็ทำได้ไม่ยากนัก คือยังไม่ใช่ตอนนี้
ถ้าจะเอาก็แค่เพิ่มระยะสะสมต่อสัปดาห์ WM (Weekly mileage) และเสริม SW (Speed works) นิดหน่อย ก็ลงได้แระ ไม่ต้องถึงกับไปตั้งต้นกันใหม่เอิกเกริกเหมือนมือใหม่
ค่าที่ว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ จะให้ความรู้สึกไม่อยากวิ่ง มันใหญ่โตเกินไป ความรู้สึกต่อการวิ่งที่ต้องดูแลมิให้เบื่อหน่าย เป็นสิ่งที่ควรสังวรในมือเก่า ที่การเลือกจังหวะก้าวเดินไป ทำอย่างไรเราจะ Keep freshing เหมือนสมัยเราเริ่มวิ่ง เป็น topic ที่สำคัญใจหมู่ขาเก่า
พอเรื่องมันชักเยอะเข้า พลอยหมดอารมณ์วิ่ง ไม่ใช่ตรงที่เราไม่เอาจริง เราเหลาะแหละนะ อาจเป็นเพราะความที่เราอยู่วงการมานาน เลิกเห่อวิ่งไปนานแล้ว แต่ไม่ถึงกับจะเลิกวิ่ง
ยังอยากวิ่งอยู่ในระดับที่ไม่ให้มันเป็นภาระเวลาอุทิศอะไรมากมายเหมือนก่อน แต่มีระดับเข้มข้นเพียงพอที่จะรักษาภาวะฐานของความเป็นนักวิ่งไว้ได้ ไม่น่าเกลียดเกินไป
ถ้าคุณเป็นอย่างนี้ วิ่งยาว (Long run) สักราว 90 นาที และในวันธรรมดาระหว่างสัปดาห์ให้วิ่งเบาทุกวันเลยที่ราว 20-60 นาที ก็พอแล้ว
ถามว่าทำไมให้ช่วงชั้นระหว่าง 20-60 มันห่างกันมากเหลือเกิน คนอ่านตามถ้าจะเอา 20 นาทีก็เกรงใจคนเขียน แต่จะถึง 60 นาที แม้ว่ามันก็ทำได้อะนะ แต่สงสัยว่ามันจะได้มินิมั่ม หรือเปล่า
คือ อย่างที่บอก แต่ละคนมันต่างกันทั้งเพศ ทั้งวัย ทั้งกับความกระตือรือร้น และระดับความเบื่อหน่าย
ไม่ต้องถึงอย่างนั้นเลย แต่ละวัน ฟิลลิ่งคนวิ่งคนเดียวกันมันยังออกมาไม่เหมือนกันเลย มีความกระตือรือร้นวิ่งไม่เท่ากัน เอาเป็นว่า ตามใจดีกว่า อยากวิ่งอะไรเอาแบบนั้น จะวิ่ง 4 วันหรือ 6 วันก็ยังได้ ทั้งหมดนี้เฉพาะคนเข้าฝักแล้ว วิ่งมานาน ห้ามมือใหม่ มันคนละดิวิชั่น เอามาปนกันไม่ได้ มือใหม่ทำแบบนี้คือการซ้อมไม่ถึง ลงจริงจะชนกำแพง
วันไหนอยากวิ่งน้อยก็สัก 20 นาที แต่ใครต้องการสัก 30-40 นาทีก็ปล่อยไปในเทอมวิ่งอย่างปลดปล่อย ไม่ใช่วิ่งอย่าง"เข่น"วินัย หรือได้จังหวะวิ่งไปคุยไปกับเพื่อนนักวิ่งด้วยกันระหว่างทาง เผลอไปชั่วโมงนึง ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สิ้นเปลืองมากกว่าการคบหาเสวนา ระดับชั่วโมงนึงนี่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ใดๆ
เพียงเท่านี้ เราก็น่าจะเข้าถึงความไพบูลย์ได้ตามเป้าประสงค์แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเป็นภาระถ่อวิ่งยาวประจำสัปดาห์แบบที่ผมเขียนเมื่อวาน
แต่ถ้านักวิ่งที่อ่านไปเมื่อวานมาอ่านวันนี้ อาจจะงง ไรวะ?...ห่างกันวันเดียว ลุงแกกลับมาเขียนให้ยาวแค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น แล้วที่เขียนเมื่อวานว่าให้อยู่ที่ 3 ชั่วโมงครึ่ง มันไปอยู่ตรงไหนกัน?!
บางครั้งจะดีมากเลย หากถ่ายทอดด้วยปากสนทนากัน เราจะรู้จักคนที่มาคุยด้วย พื้นฐานแบคกราวนด์ รู้ความเหนียวแน่นเป็นคนๆ ต้องรู้พรรษาวิ่ง มานานกี่ปีแล้ว ต้องหยั่งถึงเป้าหมายชั่วโมงนี้ผู้วิ่งจะเอาอะไร โหย .....มันต่างกันเยอะนะ!!!
เมื่อวานผมเขียนให้สำหรับพวกนึง วันนี้ผมมาอ่านที่เขียนไว้ ก็สังเกตว่า ตัวเราไม่ได้วิ่งแบบที่เขียน ผมไม่ได้วิ่งถึงสองชั่วโมงมาตั้งนานแล้วด้วย เออ...ทำไมล่ะ.....
มีผู้วิ่งอีกพะเรอเกวียน ที่ไม่ได้เน้นแข่ง แต่ปรารถนา Keep running อยู่ ให้เป็นฐานความฟิต แต่ถ้าจะให้วิ่งยาวตั้ง 3 ชั่วโมงครึ่ง แม่งเริ่มหน่ายตั้งแต่ดำริจะต้องทำแล้ว ยังไม่ทันจะวิ่งจริงเลย
มันไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แต่มันเสียเวลาอะ แล้วมันก็ไม่ใช่ที่เราไม่อุทิศทุ่มเทนะ ในเมื่อเราไม่ได้อยากแข่งอีกต่อไปเหมือนเดิมแล้วด้วยซ้ำ สนามสมัคร ก็น้อยลงไปตั้งเยอะ แค่ Keep running ให้มันดีกว่าเลิกวิ่งก็พอ นานๆสมัครไปสนามสักครั้ง
ถ้าเป็นอย่างนี้ เอาสูตรผมวิ่งเองไปทำก็ได้
ผมวิ่งยาว (Long run) 90 นาที และในวันธรรมดากลางสัปดาห์วิ่งเบาแค่ 20-60 นาทีก็พอแระ
เขียนเป็นสูตรสั้นๆเข้าใจเองว่า Long run : easy = 90 : 20-60 min without any SW
ไม่มี SW ไม่มีขอด ไม่มีTempo ใดๆ ตัดศูนย์
Make my days for the rest and easy. That's it.
.
.
กฤตย์ ทองคง
24 พฤศจิกายน 2563
.
.
(จบ.....ไม่มีต่อในช่องความเห็น)
.
เนื่องจากเพราะคนเขียนถูกกระแสจากคนถามในแนวทาง พัฒนาวิ่งสายแข่งขัน ในขณะที่คำถามจากคนวิ่งนอกกระแสหลักไม่ค่อยได้ถามมา เพราะ(คิดเอาเองว่า ฉันไม่ใช่สายแข่ง) แต่ความสงสัยจำนวนกลับมากซุ่มซ่อนอยู่อย่างเงียบๆ พอไม่ถามกัน ก็เลยหาคำตอบไม่ค่อยจะได้ ก็อย่านึกว่าไม่มีปริศนาอยู่ จึงเดินสุ่มสี่สุ่มห้า สะดุดมะงุมมะงาหรา เฮ้ย...อย่าให้มันเคลื่อนไปแบบนี้ โค้ชหรือคนเชี่ยวชาญอื่น อาจจะนิยมตอบแต่การพัฒนาความเร็วและสัมฤทธิ์สายแข่ง แต่ไม่ใช่กฤตย์ โลกของเราควรกว้างกว่านั้น ถามได้เลย ถ้าเห็นว่าควรถาม นะครับ.....
.
.
ต่อปริศนาว่า ถ้าเขียนเป็นสูตรว่า 20-60 อย่างเดียว ไม่มียาวเลย แต่ให้บ่อยมากขึ้นจำนวนครั้งต่อสัปดาห์มากกว่าเดิม จะได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่ระหว่างสองชนิด การวิ่งให้ลงน้อยครั้งลง แต่มียาวเป็นพิเศษอยู่วันหนึ่งวันเดียวในรอบสัปดาห์ จะเหมาะกว่าครับ การมียาวพิเศษวันหนึ่งนานๆครั้งช่วยให้เรามีระดับ Fitness ที่สูงกว่าการเสมอระนาบเดียวกัน นี่ในความเห็นผมนะ
.
.
เคล็ดลับอย่างหนึ่งของความยั่งยืนการวิ่ง(ตลอดอายุขัย) คือ จับแต่เบาๆอย่ายึดมันแน่นหนานัก ทำไปเรื่อยๆอย่าให้มันเครียด คล้ายๆกับปีนเสาโทรเลขสูงมากๆ มือเกร็งจัดเพราะปอดแหกความสูง เลยเป็นตะคิว ร่วงเลยทีนี้ มือจับหลวมสบายๆ อย่าเกรง ไปช้าๆอย่าหยุดมองลงอย่างตั้งใจ มองลง มองที่เท้ากับขั้นบันไดราวจับเท่านั้นเอง แล้วขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องรีบ วิ่งไปเผลอๆมันแก่เอง ถึงยอดเอง
.

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.