ทำไมถึงห้ามทำความเร็วกันก่อนการฝึกปูพื้นฐาน
.
.
โดย กฤตย์ ทองคง
.
.
การวิ่งไม่ใช่เพียงแค่ฝึก แต่สถานะฝึก มันยัดเยียดใส่ความบีบเค้น(stress) ลงมาด้วย
และร่างกายปรับตัวรับความบีบเค้นนั้น
ถ้าที่ใส่ลงมาเบาไป จะไม่เกิดเนื้องาน
ถ้าหนักไป จะเดี้ยง ต้องพอดีๆ
การฝึกวิ่งต้องเหนื่อย วิ่งอย่างไรไม่ให้เหนื่อยจึงไม่มี ที่วิ่งนี่ก็เพื่อให้เหนื่อย ไม่เหนื่อย จะมาวิ่งกันทำไม
คือความเข้าใจผิดของบางคนที่ปรารถนาแผนฝึกที่วิ่งแล้วไม่เหนื่อย
ที่เห็นคนวิ่งแล้วไม่เหนื่อยนั้น เขาเหนื่อยกันครับ แต่เขาทนได้ จากการทำซ้ำมาหลายครั้งแล้วนั่นเอง
การฝึกวิ่งที่กระทำลงมาต่อเรือนร่าง แม้จะทีละน้อยแล้วนั้น
เรือนร่างบางคนก็อาจเจ็บได้เพราะความที่การแข็งแกร่งแต่ละอย่างไม่เท่ากัน
ระบบต่างๆมีหลายระบบประกอบเข้าเป็นร่างกาย
มันมีระดับความทนทานการการบีบเค้นได้ไม่เท่ากัน
การฝึกให้ก้าวหน้าวิ่งอย่างช้าๆ
เราสามารถรับประกันได้อย่างหนึ่งว่า
ระบบทุกชนิดแห่งเรือนร่าง
รวมทั้งอวัยวะๆทุกชิ้น จะมีความเหนียวไล่เลี่ยกัน รองรับ stress นั้นได้ เพราะความที่แต่ละระบบทยอยปรับมาตั้งแต่เราจัดให้พัฒนาอย่างช้าๆ ระบบที่โตช้ากว่าระบบอื่น จึงตามทัน
เช่นระบบกระดูกจะพัฒนาช้ากว่าระบบกล้ามเนื้อ และระบบกล้ามเนื้อจะพัฒนาช้ากว่าระบบหมุนเวียน
ระบบหมุนเวียนรวมทั้ง
MaxVo2 ทั้ง Lactate
threshold ทำให้วิ่งเร็วได้จากขอด
จึงโหมขอดกัน แล้วไง
ได้เร็วจริง
แต่กล้ามเนื้อและหรือกระดูก ยังเป็นของ Sedentarian อยู่ มันจึงเจ็บง่าย
เจ็บแล้วต่อเนื่องฝึกที่ผ่่านมาอีกไม่ได้ มันก็ตกลงมาที่เดิมเพราะความที่ไม่ได้ซ้ำ แต่ซ้ำก็ซ้ำไม่ได้ เพราะเจ็บ มันจึงเป็นไปไม่ได้นั่นเอง
เด็กไม่ฟัง โค้ชก็ห้าม ลงขอดเล่นความเร็วก่อนเวลา ห้ามก็ไม่สำเร็จ ยังแอบไปขอดกันจนได้
แล้วก็เดี้ยงมา
กว่าชีวิตจะเดียงสา เรือนร่างก็ชอกช้ำ
ช้ำแล้วหายก็มี เรื้อรังก็มี
งานโค้ชแยกไม่ออกกับการจ้ำจี้จ้ำไชด้วยอย่างนี้เอง
.
.
กฤตย์ ทองคง
6
ตุลาคม 2563
.
กล่าวอีกอย่างได้ว่า......
การจะฝึกวิ่งความเร็ว
จะฝึกได้มากขึ้น ก็ต่อเมื่อ ฝึกบนเรือนร่างที่เข้าฝัก บนเรือนร่างที่เป็น Runners ไม่ใช่เรือนร่างของ Sedentarians มีฐานแข็งแกร่งจาก LSD
และ WM เป็นปีๆ
มารองรับเป็นเบาะกันกระแทกที่แผนฝึก ประเด Stress ลงมา
แล้วผู้วิ่งรับได้
ความสามารถ"รับได้" หรือไม่นั้น ไม่ใช่เจตจำนง
ที่คนใจเด็ดจะเลือกมีเลือกเป็นได้ แต่ได้มาจากการฝึกปูพื้นฐานก่อนเท่านั้น
อย่านึกว่า
ขอด หรือ SW
ควรฝึกกันทุกคน
อย่างแรกเลย
ถ้าอยู่ที่เป้าหมายเพื่อสุขภาพแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆเลยด้วยซ้ำ
ถ้าเป็นผู้สูงวัย
แม้จะเป้าหมายแข่ง(ตามกลุ่มอายุ)ก็ยังต้องลดระดับให้บันยะบันยังลง
อาจเป็นไปได้ที่ไม่ต้องขอด Interval ใดๆเลย ค่าที่ว่า
มันเป็นแผนฝึกที่ร้อนแรง ไม่เหนียวจริงจะเรียบร้อยโรงเรียนเดี้ยง
นักวิ่งวัย
50up
ต้องไตร่ตรองเป็นพิเศษว่าตัวเองเหนียวพอหรือเปล่า รวมทั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หญิงสูงวัยเป้าหมายแข่งขัน
มันอยู่ที่ฮอร์โมนลดลง
ไม่ใช่เจตจำนงเสรี
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.