Friday, September 18, 2020

เพื่อระยะที่เราเลือกลงแข่ง ควรมี WM. เท่าไรดี

 เพื่อระยะที่เราเลือกลงแข่ง  ควรมี WM. เท่าไรดี

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง

.

.

ถาม..........

WM (Weekly Mileage) ของตารางฝึก 10 , 21 , 42ต่างกัน คิดอย่างไรคะอาจารย์

Sam Klaikluan

ตอบ..........

เป็นคำถามที่พบบ่อยมาก แสดงว่ายังมีความเข้าใจบทบาท WM ต่อการวิ่งยังไม่เคลียร์

จะเปรียบ WM กับเงินตรา ให้ฟังดังนี้ เพื่อเข้าใจง่ายๆ

ในระดับต้น  ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรเราต้องพยายามหาเงินรายได้ให้มากไว้เสมอ  ให้มากที่สุด ไม่ว่าเราจะเป็นสามล้อ  แม่ค้า  หรือเป็นนักธุรกิจ

โลกไม่ได้มีข้อกำหนดว่า  ถ้าอาชีพใดแล้ว ต้องมีเงินมากเข้าไว้ และถ้ามีอาชีพอย่างนี้  หารายได้แค่นั้นก็พอแล้ว

เงินที่ทีจำนวนมาก ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกอาชีพ  ไม่ว่าจะเป็นนักเลง หรือดอกเตอร์ครูอาจารย์  กระทั่งกรรมกรก่อสร้าง  ก็ล้วนแต่พยายามขวนขวายหารายได้เข้าให้มากที่สุดเท่าที่เขาสามารถจะทำได้  มันเปรียบเสมือนวิ่งที่ให้มี WM มากนั่นเอง

WM  จึงเป็นตัวเลขที่นักวิ่งทุกคนพยายามที่จะเข้าถึงให้ได้มากเข้าไว้  เท่าที่ผู้นั้นจะสามารถทำได้เพื่อการยกระดับฝีเท้า

แต่ในระดับที่สูงกว่า  สูงขึ้นมา  เพื่อชีวิตวิ่งที่ไพบูลย์  For the rest of my life. วิ่งเพื่อสุขภาพ  เป้าหมายคือความสุขที่สมบูรณ์ ไม่ทุกข์ยาก  ไม่ติดเตียง ไม่มีค่ารักษาพยาบาลท่วมตัว  พึ่งพาตัวเองได้  ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเลขเวลาใดๆที่วิ่งได้เลย  WM ไม่ต้องมาก  เงินทองที่ต้องเตรียมเพื่อชีวิตนี้ให้มีความสุขไม่ต้องมากเลยอย่างที่เคยคิด

เงินมิใช่ตัวความสุข  เป็นอย่างสูงแค่ เครื่องมือ(ในระดับต้นด้วย)ที่จะเข้าถึงความสุขเท่านั้นเอง  มีตัวอย่างมากมาย ไม่จำเป็นต้องยกให้ฟัง

นักวิ่งก็เช่นกัน  ชีวิตวิ่งที่ไพบูลย์  ถึงที่สุดแล้ว  WM ไม่จำเป็นต้องมากเลย  ถึงจุดนั้น WM กลายเป็น  "ความสม่ำเสมอ"  ต่างหาก

นักวิ่งพึงเลือกเอาความสามารถที่เราจัดสม่ำเสมอได้นั้นเป็นตัวตั้งที่เราจะ Keep เอาไว้ได้  แน่นอนว่า  การที่เราจะ Keep ไว้ได้นั้น  ต้องมีต้นทุน  ทั้งต้นทุนที่เป็นเรือนร่าง และต้นทุนความใส่ใจที่เราต้องจ่ายออกมา

ที่เป้าหมาย For the rest นั้น ไม่ได้จำเป็นต้องมี WM มากมายอะไรเลย  เพียงแค่เราจัดสม่ำเสมอให้ได้เท่านั้นเอง  ก็เลือกเอาระดับหนึ่ง ที่เรารู้ตัวเองจัดให้เป็นจริงได้  ไม่จำเป็นต้องมากมาย

กลับไปพินิจการดำรงอยู่ในสังคมแข่งขัน  ถ้าในระดับต้น  เราอาจต้องขวนขวายหาเงินทองให้มากเข้าไว้  มีเท่าไร ก็พยายามมีมากขึ้นไปอีก

ถ้าเพื่อแข่งวิ่ง  เพื่อ PB  หรือเพื่อให้สูงที่สุดเท่าที่ศักยภาพธรรมชาติให้มา  เราต้องจัด WM ให้มากเข้าไว้เหมือนกับบทบาทเงินตราต่อชีวิตเลย

ไม่ว่าเป้าหมายเพื่อ 10k , 21k , 42ที่ดีที่สุด  เธออาจต้องพยายามเก็บ WM ให้มากที่สุดนั่นเอง  ไม่ได้หมายความว่า เพื่อ 10ไม่จำเป็นต้องมี WM น้อยกว่าเพื่อ 42k

แชมป์เคนย่าเพื่อ ระยะตั้งใจเอาดี  10หรือกระทั่ง 5k ก็ตาม ที่เขามีดีกรี สถิติโลก  พวกเขาเหล่านั้นล้วนมี WM ระดับเกิน 100k/w ทั้งนั้น  อาจเกิน 160 ด้วยซ้ำ  (แต่แน่นอน มีการฝึก Keys ตัวอื่นๆด้วยไม่ได้มีแค่ WM อย่างเดียว)

ดังนั้นคำถามนี้  จึงไม่ได้ต้องตอบไปในทิศที่ผู้ถามคาดว่าจะต้องออกมาเป็นตัวเลข

แต่ถ้าจะเฉลยว่า  ให้ WM ยิ่งมากยิ่งดี  ก็ยังไม่ใช่อยู่นั่นเอง  เพียงแต่ให้มากตราบเท่าที่ตัวเองเอาตัวให้รอดด้วย

ความพยายามหาเงินให้ได้มากที่สุด  อาจต้องลงเอยที่เข้าซังเตติดคุก หรือถึงแก่ความตาย  เราจึงไม่ทำ  เราทำเท่าที่ทำได้ในเงื่อนไขที่เป็นจริง

เราทุกคนพึงแสวงหาเงินตราตามต้นทุนชีวิตที่เป็นของตัวเองอย่างสุจริต

WM ต้องเพียรจัดสะสมให้มากตราบเท่าที่เรามีต้นทุน  โดยค่อยๆเพิ่มแค่ 10% ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ  อย่างใส่ใจบากบั่นพากเพียร  ที่ในระดับชาวไทยทุกคนสามารถไปถึง 100k ได้แน่นอน  ทุกวัย ทุกอาชีพ

อย่าว่าต้องให้ WM ถึง 100k เลย  แค่ 70-80k ก็น่าจะติดอันดับทุกกลุ่มอายุแล้ว

ที่กล่าวเช่นนี้แล้วมิได้หมายความว่า เร็วขึ้นเพราะ WM

เราเร็วขึ้นเพราะจาก SW  (Speedworks) ต่างหาก

ระหว่างทางที่เราสะสมให้ WM มากขึ้นนี้เอง ช่วยให้เรา "เข้าฝัก" ระดับหนึ่ง  มีความทนทาน  ตกปลายที่น้อยลงต่างหาก เวลารวมจึงดูดีขึ้น  ทำให้คิดไปว่าเร็วขึ้น  แท้จริงไม่ได้เร็วขึ้น  แต่ตกน้อยลง เพราะความอึดขึ้นเท่านั้นเอง ทำให้คนไม่ชัดเจนสับสน

แต่การสะสม WM ก็ให้มีความ(คล้ายกับ)เร็วที่จำกัด ถึงที่สุด ก็แค่ความเร็วระดับหนึ่งถ้าปราศจากการฝึก SW เข้ามาเสริม

ในชีวิตจริง นักวิ่งไม่ได้มีแต่ For the rest เท่านั้น แต่ระหว่างทาง เราอาจจะ Reaching for peak ได้ PB หรือได้ถ้วยรางวัลสนาม ก็เอา

มันมักจะปนๆกันอยู่ทั้งสองระดับในคนๆเดียว

1)  เอาตัวเองให้รอดไม่บาดเจ็บ  ถือครอง ปริมาณ WM ที่ตัวเองเลือกนั้นได้สม่ำเสมอ ยาวนาน  ที่ประสานกับ Keys ตัวอื่นๆหลายเดือนหลายปี ก้าวหน้าขึ้น

2)  ขณะเดียวกันก็ต้องจัดสม่ำเสมอให้สำเร็จด้วย  เพราะถ้ายัด WM มากไป  เราก็เสมอไม่ได้

คำตอบคือพอดีๆกับความเป็นตัวเอง

ที่ไม่ใช่คือ  เพื่อระยะฝึกเอาดี 10ต้องมีระยะ WM เท่านั้นเท่านี้  ให้เราต้องเอาไปฝึก  ฝึกแล้วจะได้  อย่างนี้ไม่ใช่ครับ

กฤตย์  ทองคง

18  กันยายน  2563

.

.

ไม่มีความสำเร็จวิ่งใดจะทำได้ใน WM น้อยๆได้เลย

จะวิ่งน้อยๆ มี WM นิดหน่อย ให้สำเร็จไม่มี

เตือนว่า เรากำลังอยู่ในกีฬาวิ่งระยะไกลนะ จะให้วิ่งกันสั้นๆวิ่งกันน้อยๆหรือ ?

ตัวอย่างของพวกโหม SW โหมขอดต่างๆ มี WM น้อยๆ อาจมีเหมือนกันที่วิ่งได้อันดับ แต่เพราะ ตัวไม่มา สนามชนกัน จึงแจ้งเกิด หลงดีใจว่าข้าแน่

แต่จะอยู่ไม่นาน เดี๋ยวก็ร่วง ผู้มี WM น้อย จะร่วงแล้วร่วงเลย ร่วงหนัก ไม่ยั่งยืนให้เห็นสักรายเดียว

.

Narin Keawsompak

ขอเรียนถามครับอาจารย์

ผมวิ่ง WM ที่ 100-120 โดยแบ่งการวิ่งเป็นเช้า-เย็นตามความพร้อมและสภาพกาย

โดยการวิ่ง SW อยู่ที่ 60-80 %ของความเร็วแข่งขันหรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มี SW ก็ว่าได้ครับจึงทำให้มีความเร็วที่จำกัด

หากผมต้องการเพิ่มความเร็วควรเพิ่ม SW แล้วลด WMลง

หรือเพิ่ม SW แล้วรักษา WM เอาไว้จึงเหมาะสมกว่าครับหรือผมควรปรับตรงไหนก่อนดีครับขอบคุณครับ

กฤตย์ ทองคง

Narin Keawsompak ขณะเพิ่มเข้าไป ไอเดียคือ ไม่ลด WM แต่มีบางเสียงของโค้ช แนะให้ลดลงนิดหนึ่ง 5-10% เพียงในสัปดาห์แรกๆ แล้วตบกลับเข้ามาหลังจากมันตั้งมั่นแล้ว ทั้งนี้เป็นเคล็ดลับเพื่อลดแรงปะทะระหว่างปัจจัยทั้งสองชนิดลง

แต่ไม่ลดนาน เพราะฝีเท้าจะขึ้นก็อยู่ที่ SW ในขณะที่มีฐาน WM นั่นเอง

จะไม่ลด WM ก็ได้ แต่ตัว SW นำเข้าไปอย่างช้าๆ เช่นถ้าเลือก SW ที่เป็นขอด interval เอาระยะเดียวก่อน และน้อยๆเช่น เริ่มที่ 4X400 เมตร หลังจากวอร์มรอบคอบแล้ว (มีคูลดาวน์หลังเสร็จแล้วด้วย)

ที่เห็นนักวิ่งคนอื่นทำ มากไป เริ่มที่ 10 เที่ยวเป็นต้นไป

คำถามคือ จำนวน ที่น้อยขนาด 4 เที่ยวนั้น ไม่พอเนื้องานจะบันดาลอะไรให้พัฒนาได้ นั้นก็จริง แต่การจะทยอยเพิ่มภายหลังทำได้ หลังจากเริ่มนัวแล้ว

เนื้องานอาจไม่เกิด แต่ลดแรงปะทะ จาก4 เที่ยวขึ้นไป 5 เที่ยว ยังดีกว่าจาก 0 เที่ยวขึ้นเป็น 10 เที่ยว

มองอะไรที่ไปพ้นจากตัวประโยชน์เนื้องานมากกว่าการปรับตัวได้สำเร็จ โดยเวลามีทั้งชัวิต จะรีบฝึกไปไหนกัน

.


[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.