Monday, August 31, 2020

แค่ไหนจะเรียกว่า "ซ้อมหนักเกินไป"

 แค่ไหนจะเรียกว่า "ซ้อมหนักเกินไป"

.
.
.
.
การซ้อมวิ่งที่หนักเกินไปไม่ได้อยู่ที่ว่าเอาเกณฑ์คนทั่วไปมาเป็นตัวตั้ง ว่าอายุเท่านั้นเท่านี้แล้ว ควรซ้อมเท่าไร กี่โล มากกว่านี้แล้วคือซ้อมหนัก แล้วกี่โลคือซ้อมเบา
ที่ไม่ใช่ คือ.....
"อายุก็มากแล้ว ดูตัวเองเสียบ้าง จะวิ่งให้ดูอายุตัวเองด้วย นึกว่ายังหนุ่มอยู่รึไง กดตามหนุ่มๆเค้า เดี๋ยวจะตายคาสนามสักวัน"
มีคำเตือนที่หวังดีแบบนี้เหมือนกัน แต่ผู้วิ่งไม่ได้สุ่มเสี่ยงทุกราย เราไม่รู้ประวัติการวิ่งเก่าก่อนเขา ที่เป็นต้นทุนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และที่แก่จริง ต้นทุนไม่ถึงก็มีอยู่ แต่ไม่เจียมตัวก็มี
ผู้พูดเตือนต้องรู้
1) วิทยาศาสตร์กีฬาพื้นฐานบ้าง
2) รู้ระดับตัวผู้นั้น
คนส่วนใหญ่ที่พูดแบบนี้ เจตนาดี แต่ไม่รู้ทั้งสองข้อ
การซ้อมหนัก เรามองกันที่ระยะเวลาที่เพิ่มความเข้มข้นจากน้อยเป็นมากนั้นสั้นกระชับเกินไป ไม่นานพอเอื้อให้ร่างกายซึมซับ แต่เพิ่มอีกแล้ว ร่างกายทุกคนเหมือนกัน คือ ต้องใส่ความเข้มข้นฝึกเพิ่มในปริมาณที่จำกัด และแช่เย็นทำซ้ำ และเอื้อระยะเวลาให้ ไม่เร่งรัด
การที่จะระบุว่าใด"หนัก"นั้น อยู่ที่ Performเกินความสามารถเหมาะสมที่ตัวผู้นั้นจะรับได้ โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ไม่มากกว่าสูงสุด ที่เคยทำได้อยู่แค่ 10% ต่อสัปดาห์(นี้คือระดับประมาณจากค่าเฉลี่ย Average ถ้าเอาให้แน่ ว่าเราเท่าไรต้องระบุเป็นรายๆจากการสังเกตของโค้ช)
การที่นักวิ่งใดจะรับได้หรือรับไม่ได้นั้นคือ ต้นทุนความเหนียวแน่นของเรือนร่างที่เคยฝึกมานานก่อน และที่ฝึกนั้นฝึกอะไรมาด้วย ไม่ใช่แม้วิ่งมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่วิ่งไม่เป็นโล้เป็นพาย สั้นๆยาวๆ โดยปราศจากกฎเกณฑ์ใดๆ ไม่มีโค้ชควบคุม หรือคุมจริง ตอนเป็นทีมแข่งนักเรียน จบมาทำงานทำการอื่นหลายสิบปีเลิกไป มาวิ่งอีกตอนสี่สิบ อย่างนี้ก็ไม่ใช่ ค่าเท่ากับคนเริ่มใหม่เลย อย่างนี้ประสบการณ์กีฬาเก่าก็ไม่มีความหมาย
เคนย่าวิ่งมาตั้งแต่สิบขวบ มีประสบการณ์วิ่งไปกลับโรงเรียน สะสมเพราะความสิ้นไร้ทางสังคม ปัจจุบันผันตัวมาวิ่งเอาดี มีโค้ชดูแล turn pro มีระยะสะสมเป็นร้อยๆต่อสัปดาห์ตามตารางที่ผู้เชี่ยวชาญดูแล
คนทั่วไปถ้ามาเห็นตารางวิ่งของเขา ทั้งระยะทางและเพซวิ่งก็ร้องจ๊าก มันหนักมาก แต่รู้หรือไม่ นั่นไม่หนักเกินไปสำหรับพวกเขาเลย
แต่ใจอีกด้านหนึ่ง นักวิ่งชาวไทยเริ่มเข้ามาวิ่งที่วัยกลางคน มีอายุราชการวิ่งเพียง 2 ปี ก่อนหน้านี้ไม่มีระเบียนออกกำลังกายใดๆเลย Sedentarian ล้วนๆ ที่กำลังเลียนแบบแผนฝึกแนวหน้า ก้มหน้าก้มตาวิ่งเอาวิ่งเอา ลงขอดกันปากเบี้ยว อย่างนี้อาจเรียกว่าฝึกมากเกินไปได้
ค่าที่ว่ามีพื้นฐานที่ปูมาบางนิดเดียว
ขอย้ำว่า จะหนักหรือไม่นั้น ไม่ได้ดูที่ความหนักหน่วงของตัว Perform หรือตัวความเร็วเท่านั้น แต่ให้ดูที่ประวัติความสามารถเคยฝึกทำอะไรมาก่อนอย่างต่อเนื่อง ได้โดยไม่เจ็บ ที่แสดงว่าเรือนร่างนั้นเหนียวแน่น(ภายใน 3-4 เดือนล่าสุด)
การดูที่อายุ ยิ่งไม่ใช่เลย
มีตัวอย่างมากมายที่อายุมากแล้ว กลับ Perform ได้ไล่เลี่ยกับหนุ่มๆแล้วปลอดภัยด้วย
เขียนมาเพื่อให้พวกเรามีความเข้าใจในบริบทของความหมายการซ้อมหนัก หรือซ้อมเบา คืออะไร ในสาระ
.
.
กฤตย์ ทองคง
31 สิงหาคม 2563
.

No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.