ทำตัวอย่างไรในวิกฤต Covid 19 นี้
.
ในความเห็นผู้เขียน
ระยะนี้ไม่ใช่ระยะเวลาที่ควรจะซ้อมมากมายพัฒนาฝีเท้าให้รับกับสนามวันอาทิตย์ที่เลื่อนออก
เมื่อกลับปกติมา จะได้พัฒนาแล้ว อย่างที่หลายคนแอบคิดกัน
ค่าที่ว่าพฤติกรรมเช่นนี้สุ่มเสี่ยงกับการฝึกหนัก
มีค่าสหสัมพันธ์มากอยู่ระหว่างการตั้งใจฝึกกับภูมิต้านทานที่ลดลง
การหลบเลี่ยง
Covid
ที่สำคัญอย่างนึงคือใส่ใจที่ระดับภูมิต้านทานนี่เองนอกจากล้างมือและหน้ากากแล้ว
การเก็บตัวของทุกภาคส่วนสังคม
Social
distance ต้องลงมาถึงระดับผู้ออกกำลังกายประจำด้วยนี่เอง
รอเวลาให้ระยะเข้าสู่โหมดซาโรคภัยลงไปแล้วจะฝึกอะไรก็ค่อยว่ากันใหม่
แม้ว่าจะไม่ถึงกับขาดซ้อม
ยังไปสวนสาธารณะที่เปิดโล่งไม่หนาแน่นยังได้อยู่ เพียงแต่เลี่ยงห้องแอร์ทั้งฟิตเนส
และรถโิดยสารสาธารณะ
สถานะการนี้สอดรับอย่างยิ่งกับการหัดใช้จักรยานในเมืองที่ทุกกิจกรรมน้อยลงหมดทุกชนิดรวมทั้งการจราจรด้วย
รอเวลาให้เมฆหมอกผ่านไป
ค่อยกลับมาฝึกอีกครั้ง
ประเด็นมันอยู่ที่
ในสถานการณ์หนึ่งๆ
เรานักวิ่งจะพึงได้ประโยชน์อะไรมากกว่ากันระหว่างโหมซ้อมตอนจังหวะเลื่อนงานวิ่งและโรคแทรกง่ายจากภูมิต้านทานตกเพราะซ้อมหนัก
หรือการ "จำศีล" ไปพร้อมๆกับสังคม
ลองไตร่ตรองดูครับ
กฤตย์
ทองคง
21
มีนาคม 2563
.
แม้กระทั่งงานแข่งที่ไม่เลื่อนที่อาจจะยังเหลืออยู่
ไม่ควรจะเข้าร่วมทั้งในมิติความสัมพันธ์ทางสังคม และการแข่งขันช่วงชิงใดๆ
เพราะภูมิต้านทานที่ลดลงไม่ได้มาจากการฝึกเท่านั้น แต่การแข่งก็ด้วยเช่นกัน
สรุปความว่า
ไม่ว่าผู้วิ่งมีเพื่อเป้าหมายอะไร ก็ควรเข้าโหมด"จำศีล"
ให้หมดทั้งบ้านเมือง เพียงระยะหนึ่งเท่านั้นเอง คงไม่นานเกินทนหรอก
ทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเอง
และอาจทั้งเป็นพาหะโดยไม่รู้ตัว
.
ขนาดวิ่งภาวะปกติ
เพื่อนนักวิ่งพวกเรายังถ่มสเลดกันเป็นนิสัยเลย ไม่ใช่เรื่อง Covid มากกว่าความประสาทเสีย
แล้วนิสัยถ่มนี้
จะว่าไป ไม่ว่าภาวะ Covid
หรือไม่ ก็ควรเลิกเสียที สังคมมาไกลแล้ว สู่มาตรฐานไม่ควรถ่มใดๆเลย
ทั้งCovid และ ไม่ Covid ด้วยซ้ำ
บนพื้นถนนสาธารณะ
ขอมากไปหรือเปล่า
?!!!
.
แค่ซ้อมวิ่งขนาดกลางหรือเบา
พอประคองสภาพตกฟิตให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยระงับการไปงานวิ่งใดๆอย่างใจสมัคร และไม่ถ่มใดๆเด็ดขาด
.
จะเอ่ยเรื่อง
"ถ่ม" มาหลายครั้งแล้ว
แต่ยังไม่ได้เอ่ยเสียที
ไม่เอ่ยตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยตอนไหนที่เหมาะกว่านี้แล้ว
.
คนที่ไปนั่งสนามหญ้าสวนสาธารณะ
ขอแนะนำให้เข้าไปนั่งในสนามลึกๆหน่อย ไม่ใช่เพราะพวกเราจะถ่มได้สะดวก
แต่เพราะตัวของคุณเองจะได้ไม่นั่งทับหรือท้าวแขนไปเจอสเลดจากนักวิ่งที่ถ่มไว้
พวกเราไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมนี้
สเลดมักชุกริมถนนมากกว่ากลางถนน
มักเป็นขอบๆ ไม่ไกลเกินกว่าแรงถ่มนั่นเอง
วอนเพื่อนนักวิ่งด้วย
ให้เลิกไปเลย ไม่เพียงแค่ถ่มระมัดระวัง มีที่เดียวคือ ในคอห่านส้ม และชักโครกด้วย
[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.