Sunday, December 13, 2020

เมื่อต่อมสามัญสำนึกฝ่อ

เมื่อต่อมสามัญสำนึกฝ่อ

.

.

โดย   กฤตย์ ทองคง

.

.

อวัยวะต่างๆของร่างกาย มีใช้ มีเสื่อม  ต่างกับวัตถุ  ที่ยิ่งใช้มีแต่ยิ่งสึกหรออย่างเดียว  แต่ร่างกายกลับไม่ใช่  ยิ่งใช้งาน ยิ่งราบรื่นไหลดี  แต่มีข้อแม้  ต้องใช้งานที่พอดี

-  ถ้ามากนักก็บาดเจ็บแตกดับ

-  ถ้าน้อยเกินไปก็ฝ่อ

ปัญหาการออกกำลังปัจจุบันประมวลมาจากการหลงทางสองประการหลักนี่เอง

หน้าที่ของเจ้าของเรือนร่าง คือ  "จัดให้พอดี"

ความพอดี  ก็ไม่ยากนัก  "ความพอดี"  ไม่ใช่ต้องเปี๊ยบเป็นไม่บรรทัด  ขาดเกินได้  ถ้าไม่มากไม่เป็นไร  ความสามารถปรับตัวได้ของร่างกายมนุษย์มหัศจรรย์มาก

เป็นความมหัศจรรย์ยิ่งนักตรงที่ธรรมชาติมันให้  Monitor ติดตัวมาให้ด้วย

ใดที่มากเกินไป  มันให้ความรู้สึก ไม่พึงพอใจ  และแม้แต่น้อยเกินไป  ก็รู้สึก  บางคราวที่อ่อนเปลี้ยห่างเหินใช้แรงไปนาน  การออกขยับบ้าง  มันจะให้ผลที่กระชุ่มกระชวยขึ้น

เราเพียงเชื่อฟัง และใช้สัญญาณจากธรรมชาตินี้เอื้อประโยชน์กับตัวเอง  ที่ไม่จำเป็นนักที่ต้องไปรู้ละเอียดว่า  กลไกนี้มันขับเคลื่อนไปได้อย่างไร

ผู้เขียนเรียกมันว่า  "สามัญสำนึก"

และสามัญสำนึกนี้ไม่ใช่ได้มาจากสำนึกตักสิลาใดๆ  แต่ติดตัวมาจากกำเนิดเลย

ระหว่างออกกำลังหรือฝึกซ้อม  มันมีอาการอะไรบ้าง  เราต้องใช้ความสังเกตความเป็นตัวของเรา ไม่ใช่ของคนอื่น

แม้จะมีอาการลวงจะบ้างเป็นบางวัน  ที่อาจค่อนข้างขี้เกียจ  ที่ต้องการวินัย  แต่ไม่บ่อยนัก

มีหลักสังเกตไม่ยาก  มันจะไม่เคยขี้เกียจ 3-4 วันติดกัน  แค่ 1-2 วันก็หายดี  กลับมีความกระตือรือร้นเสียด้วยซ้ำ จาก "ความสด"

เมื่อความฝึกที่ยากเกิดขึ้นบ่อย  หรือเกิดต่อเนื่องกันนานและเป็นเสมอๆ   ย่อมต้องการข้อสังเกตบ่งชี้ที่มากกว่านั้น  และควรให้ผู้เชี่ยวชาญเช่น Running Instuctors หรือแพทย์  วินิจฉัย

ที่เล่ามา ฟังง่าย  แต่คนร่วมสมัย กลับไม่ใช้วิธีนี้เสียแล้ว

ศตวรรษที่ 21 เข้ามาพร้อมกับชะตากรรมแหยของปัจเจกที่คิดเองไม่เป็น

ความเปี่ยมเต็ม  ที่ไพบูลย์ของจิตใจ  มาจากการต้องเข้าสังกัดกลุ่มพวก  และการอยู่ลำพังโดดเดี่ยวกลายเป็นความทุกข์ทรมาน

กระบวนการทางสังคมเข้าสังกัดหมู่พวก  ดำเนินไปอย่างเข้มข้น  ตั้งแต่อนุบาลจนปัจจุบัน

"ลัทธิเอาอย่าง"คุกคามมนุษย์จนกลบสามัญสำนึกสิ้น

Influencers มีบทบาทเกินจริง  พอเป็นนักวิ่งเข้า ต้อง"ทำตัว"ให้เหมือนกับ"ภาพนักวิ่ง" ที่ต้องเป็นกัน  โดยเฉพาะรูปแบบภายนอกนี้สำคัญมาก

แต่วิธีคิดกลับไม่ใช่  เพราะคนทั่วไปมองไม่เห็น  ผู้เขียนมองเข้าไป  เห็นความกลวงเปล่ามากมาย

อาการนี้ยิ่งหนักเข้าไปอีก  จากลักษณะอีกประการของร่วมสมัยคือ  "เตือนไม่ได้"  ที่แม้ขับเคลื่อนด้วยตัวเองแต่ก็มาจากตรรกะเพี้ยน

นำไปสู่การทำตัวผิดพลาดหลายอย่าง  มักมาลงสุดท้ายที่ความบาดเจ็บทางร่างกาย และความบาดเจ็บกระเป๋าเงิน  โดยไม่มีความจำเป็น  บ้างถึงกับแส่หาเรื่องเข้ามาด้วยซ้ำ

คำแนะนำที่เหมาะสมที่อาจวางไว้ในสื่อมัยใหม่ที่น่าจะไปอย่างกว้างขวาง กลับด้านชา  ปราศจากผลเท่าที่ควร

ผู้เขียนมีความจำกัด  ที่ไม่สามารถยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมได้มากนัก  เชื่อว่าพวกเราอ่านแล้วคงมองเห็นภาพ

ปัจเจกใดต้องการหลีกเลี่ยงภัยอันตรายที่มากับยุคสมัย  นอกจากต้องอ่านให้มากแล้ว  ยังต้องมีระดับการไตร่ตรองที่มากอีกด้วย

ทั้งยังต้องรู้จักแยกแยะข้อมูลชิ้นใดมาจากแหล่งไหน ควรให้ความเชื่อถือแต่ไหน ไม่ใช่เชื่อมันทุกแหล่ง

ปัจจุบันข้อมูลวิ่งต่างๆ ถูก  Manipulated จากคนขายบางราย และจากผลงานฝ่ายขายของผู้ผลิต  บิดกระแสโลกทัศน์ของนักวิ่งให้เข้ากับผลประโยชน์ของพวกเขา  เราย่อมไม่สามารถให้น้ำหนักเท่ากับข้อมูลที่ถูกต้องได้

แม้ผลได้และผลเสียจะมีทั้งสองด้านพร้อมกัน  แต่ผลได้ที่มากกว่าเสียท่วมท้น กลับมิถูกนำพา

ตรงข้ามอีกทาง  ผลเสียที่อาจสุ่มเสี่ยงหากเลี้ยวพลาด  กลับกลายเป็นความน่าสนใจที่ท้าทาย !!!

หลายกรณี  ต่อมสามัญสำนึกที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน  มันจึงมีสถานะเหมือนกับการฝึกร่างกาย  "มันฝ่อลง"

การเป็นนักวิ่งร่วมสมัย  ยิ่งต้องการ การตริตรองมากกว่าสมัยใด  ไม่เพียงแต่ฝึกฝนทางร่างกายเท่านั้น

ผู้เขียนเชื่อว่า หากเรากลับมาใช้สามัญสำนึกให้มากขึ้น  สนใจสดับสัญญาณจากเรือนร่างความเป็นไปที่ธรรมชาติพยายามบอกเรา  (Listen your body) ให้เต็มที่ที่มันมีอยู่ เราย่อมสามารถยังประโยชน์จากมัน  โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหา  และตัวองค์ความรู้วิทยาศาสตร์การกีฬา  ก็ไม่ต้องมากใดๆอีกด้วย  เราย่อมสามารถเข้าถึงความไพบูลย์แห่งชีวิตวิ่งได้แน่

.

.

กฤตย์  ทองคง

14  ธันวาคม  2563

.

[บทความต้นเรื่อง]....กดที่นี่


No comments:

Post a Comment

Note: Only a member of this blog may post a comment.