จงถามตัวเอง เราจะยังวิ่งอย่างนี้ไปได้นานสักเท่าไร
.
.
โดย
กฤตย์ ทองคง
.
.
นักวิ่งสายแข่งผู้ปรารถนาพัฒนาความเร็ว ควรคิดให้รอบคอบ ควรดำริความประการนี้ด้วยตัวเองจากภายใน มิใช่้เพียงเห็นสหายวิ่งเขาเร็วกัน ก็อยากเร็วกับเขาบ้าง นักวิ่งร่วมสมัยมีระดับไตร่ตรองเรื่องนี้น้อยไปนิด
เป็นเรื่องธรรมดาอยู่เอง ที่การฝึกวิ่งเพื่อให้วิ่งได้เร็ว ย่อมต้องการการทุ่มเทที่ใส่ใจมากกว่าเป้าหมายวิ่งเพื่อสุขภาพ
นอกจากนั้น เรายังต้องมีต้นทุนเรื่องร่างที่แข็งเหนียวบ้าง มีประสบการณ์วิ่งที่ตกผลึกผ่านหนาวร้อนมาระดับหนึ่ง ที่จะทนได้จากการบีบเค้นที่แผนฝึกจะประเดลงมาบนร่างกายได้ ที่ย่อมต้องแลกมากับพรรษาวิ่งสะสม เร่งรัดใดๆไม่ได้
ไม่ใช่เป็นคนออฟฟิศอยู่มาหลายปี พออ่านแรงบันดาลใจจากโซเชี่ยล ก็อยากวิ่งบ้าง วิ่งไปไม่กี่วันเจอเพื่อนฝูงวางยาให้ลงขอด ก็จะขอดกับเขาบ้าง
การวิ่งระยะไกลเป็นชนิดกีฬาผู้ใหญ่ ที่ต้องการการเข้าฝักอดทนที่สูงยิ่ง อีกทั้งต้องมีเชื้อมูลทางใจที่มั่นคงเด็ดเดี่ยวที่น่าทึ่ง ไปพ้นจากคุณหนู แม้เหล่านี้จะเป็นคุณลักษณะที่ควรฝึกพัฒนาให้เกิดกับตัวเองก็ตาม แต่ต้องเผชิญกับมันอย่างช้าๆ เอื้อให้ร่างกายและจิตใจได้หล่อหลอมปรับตัว
การวิ่ง มิใช่แฟชั่นที่จะนิยมกันเป็นช่วงๆ พอหายเห่อ หายคลั่งไคร้ ก็จืดจางลงไม่ต่อเนื่องและหายหน้าไป
แต่พวกเรายังวิ่งและตัดสินใจเลือกทางวิ่งกันตลอดชีวิตที่เรียกกันว่า "วิ่งตลอดอายุขัย"
การวิ่งมีหลายเป้าหมาย ที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่อย่างหยาบๆจนถึงละเอียดอ่อนที่สุด อย่างสักแต่ว่าวิ่งๆจนถึงการวิ่งอย่างมีคุณค่าที่สุด การวิ่งได้เร็ว การวิ่งได้เก่ง วิ่งได้รางวัล ถือเป็นความสำเร็จระดับต้นๆ
แต่การวิ่งได้ตลอดอายุขัยเป็นอะไรที่น่าปรารถนามากกว่า การจะวัดความสำเร็จในชีวิตวิ่งของใคร ดูกันที่ ณ ปัจจุบันขณะนั้น ยังวิ่งกันได้อยู่หรือเปล่า ไม่ได้อยู่ที่อดีตที่เขาวิ่งนั้นเกรียงไกรขนาดไหน
ค่าที่ว่า คุณความดีของการวิ่งต่างๆที่จาระไนมานั้น เราจะเข้าถึงได้ก็ต่อเมื่อได้วิ่งจริงๆ ไม่ใช่ด้วยการเอ่ยถึง ความงดงามและหอมหวานในอดีต
การใดๆที่เราจะรีบดื่มกิน ซดกันเข้าไปมากๆแรงๆ ย่อมมีผลให้พฤติกรรมนั้นหยุดเลิกไปก่อนเวลาอันควร เหมือนกันทุกชนิด
ราตรีเพิ่งจะหัวค่ำ แต่เมามายเสียแล้ว สำเนียงที่อ้อแอ้ และอวดเบ่ง ยังผลให้สหายที่ร่วมดื่มสำราญสิ้นรสชาติกับสุคนธรสนั้น พลอยระอาไปด้วย
จงตรองดูเถิด ท่วงท่าที่เรา Approach กับการวิ่งรายวัน แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เราจะสามารถทำไปได้สักเท่าไรกัน การจะพัฒนาขึ้น มิใช่ว่าเราต้องเกาะแผนฝึกเป็นเดือนๆ แต่เป็นหลายๆปีต่างหาก
หากวิ่งกันแบบยกซดตายอดตายอยากแบบนี้ ถามว่าเราจะไปได้สักกี่น้ำ
ขอนักวิ่งร่วมสมัยจงตรองความประการนี้ให้จงหนัก
ในขวบปีข้างหน้า เรายังจะต้องเจอกัน เรายังจะต้องวิ่งด้วยกัน แม้เมื่อเปลี่ยนรุ่นเปลี่ยนวัย เราก็ยังต้องเห็นหน้ากันให้ครบ
เตือนรุ่น 40 + ที่แรงๆว่า พอขึ้น 60 ต้องอยู่กันให้ได้นะ ที่เห็นและเป็นอยู่ หายกันไปเกือบเกลี้ยง อยู่กันไม่ถึง ลงหลุมดำกันหมด
จำนวนมากหมดไปกับการเร่งรัดพัฒนาฝึกเร็วและแข่งเป็นดาวสนาม จนเกินระดับ
ชีวิตลุงผ่านมาเห็นหลายรุ่นแล้ว เหมือนกันหมดทั้งชายทั้งหญิงในสายแข่ง
ยังเหลือวิ่งจนถึงปัจจุบันได้ไม่กี่ตัว อย่าทำการวิ่งให้คนอื่นคิดว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่โหดร้าย กลืนกินชีวิต ทั้งๆที่ใันควรเป็นกีฬาที่ประเทืองชีวิตให้ไพบูลย์ขึ้น
ทุกๆขวบปีที่ผ่านไป หมั่นทบทวนเป็นระยะๆถึงเป้าหมายวิ่งเรา ยังมีความปรารถนาเหมือนเดิมในเป้าหมายนั้นหรือไม่ หรือเปลี่ยนไปแล้ว
รวมทั้งเรายังพอมีต้นทุนทรัพยากรพอเพียงดำเนินการต่อไปหรือไม่ ที่ผ่านมาหมดไปเท่าไรแล้วกับส่งที่อาจเรียกว่าการลุ่มหลงไปพักหนึ่ง ชั่วโมงนี้ เรายังเหลือต้นทุนอะไรบ้างและเท่าไร
เป้าหมายที่เคยตั้งไว้แต่เดิมแรกวิ่งถึงแล้วยัง แค่ความชอบความสนใจไม่เพียงพอแล้ว ทุกๆบริบทปัจจัยต้องถูกยกนำขึ้นมาแผ่วิเคราะห์ละสังเคราะห์กลับลงไปอีกทีทีละตัวจนครบ
เงินที่เก็บไว้สำหรับบั้นปลายชีวิต เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เก็บมากี่ปี ได้แค่นี้เองเหรอ !!! เราจะทำอย่างไรกับใจเราเมื่อประจักษ์กับความอยากได้รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆที่ออกมาปีละหลายๆคู่
เราจะยังสมัครทุกงานตามใจอยาก เห็นจะไม่ได้แล้ว แม้จะอยากได้คู่ใหม่ หรืออยากสมัครไปให้ครบสนามที่ตั้งเป้าไว้ เราทำไม่ได้แล้ว
ท่ามกลางเงื่อนไขเศรษฐกิจใหม่ๆ เราจะปรับแนวรบอย่างไรดี ถ้าไม่ดำริความประการนี้ไว้ ปล่อยวิ่งไปเองเรื่อยๆไม่คิด อ้างเครียด
วันหนึ่งเราจะพบตัวเอง ยืนบนทางแยกที่ต้องเดินเข้าไป หาได้เลือกอย่างสมัครใจไม่
คือ "เลิกวิ่ง" อย่างเป็นไปเอง ทั้งๆที่ยังอยากวิ่งอยู่
เรื่องมันเศร้า เกินกว่าที่จะเขียนต่อ
.
.
กฤตย์ ทองคง
8 สิงหาคม 2563
.
.
.
อย่างถูกขานรับมากเป็นพิเศษ.........
คำว่า "อายุขัย" ได้รับ vote สูงมาก
เขียนลงไปที่ไหน ก็ได้รับแซ่สร้องสาธุการ
จึงขออนุญาตขยายตรงนี้นิด
เผื่อผู้สนใจ
................
ถ้ารับสิ่งใดเป็นเป้าหมาย(เช่นอายุขัย)
เราต้องรู้ How to...สิ่งนั้น
อย่างไม่ซับซ้อน การวิ่งจนจวบสิ้นอายุขัย ไม่ใช่ต้องทำอะไรให้เหนื่อยยากวุ่นวายเยอะแยะ
@แค่วิ่งวันละไม่ต้องมากนัก too much
@ไม่ต้องเหนื่อยนัก too fast
@ไม่ต้องทนทุกข์ขมขื่น พักผ่อนให้พออาการฟ้องต้องหยุด too soon
ง่ายจริงๆ ไม่ใช่ต้องวินัยแบบแชมป์คิปโชเก้
แล้วความสม่ำเสมอนั้น ก็ไม่ใช่ต้องทุกวัน
แต่เป็นไปแบบ ดวงไฟสายราวที่ดับไปบางดวง เราก็ยังเห็นเส้น cord ของมันว่าต่อเนื่องเป็นสายราวในความมืด เชื่อมกับดวงต่อไป
ไม่ใช่ต้องวิ่งทุกวัน มีกิจธุระ ก็ไปทำ ไม่มีก็วิ่ง แค่นี้เอง แต่เราทำกันไม่ได้ เพราะเราให้ความลุ่มหลงกับสิ่งที่ไม่ใช่แนวทาง กับรองเท้ารุ่นใหม่แพงๆ กับสนามมีชื่อที่ต้องไป กับเหรียญ majors กับ resume อุลตร้า เกียรติประวัติกูเคยแล้ว(เท่มะ?)
โดยเอาชีวิตที่ควรสงบไพบูลย์ร่มเย็นขึ้นบูชายัญ
ถามตัวเอง...
ถ้าโลกไม่มีเฟซ เราจะยังทำมะ?
ทำแล้ว อดทนเก็บไว้ในใจได้มะ
ถ้าไม่ได้ คำตอบก็ชัดเจนอยู่แล้วเลย
ตรงนี้ต่างหาก
ไม่ได้ว่าพวกใครที่ทำสิ่งนี้ไม่ดี
แต่เขาย่อมทราบดี ว่าผลกระทบคืออะไร และพวกเขายินดีแล้วที่จะใช้จ่ายแลกเปลี่ยน ก็เรื่องของเขา แต่เรื่องของเราก็ต้องการการจัดการอย่างจำเพาะ ไม่ใช่ไปเอาภาพฝันเหมาโหลแบบนั้นบ้างมาเป็นโมเดล
ที่เราไม่ใช่เขา ต้องคิดว่าเป้าหมายนั้นเหมาะกับเราไหม การไตร่ตรองที่รอบคอบ เราต้องช่างน้ำหนัก ใดหนักหนากว่า ใดเสียดทาน ใดสิ้นเปลือง กับความเป็นตัวเรา
รอบคอบดูทุกแง่มุม แล้วปล่อยโมเดลนั้นไปไม่ดราม่า เลือกหนทางอายุขัยที่ไพบูลย์ แล้วไม่ต้องไปวิพากย์วิจารณ์ ปล่อยเขาไป ทุกคนคิดเองได้ "ไม่มีใครต้องถูกซานต้าเรียกพบ"
(ถ้อยคำฉุกคิดจากหนังเรื่อง the Polar Express)
อย่างคิดได้ อย่างตรองตก ชีวิตเราจะร่มเย็นขึ้นทันที วินาทีนี้ เดี๋ยวนี้เลย
ไม่ต้องรอใดๆ นี่เลย...!!!
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.