สิ่งที่จำเป็นที่จะรับมือทุกความผิดปกติไม่ใช่ "ผมเป็นอะไร" แต่เราจะรับมือกับมันอย่างไรต่างหาก
สวัสดีครับคุณครูกฤตย์ รบกวนขอคำปรึกษาครับ ผมมีอาการเจ็บเล็กน้อยพอรำคาญบริเวณ ท้องน้อย หัวหน่าว คิดว่าบาดเจ็บจากการวิ่งเร็ว ผมควรแก้ไขอย่างไรครับ เบื้องต้นลดความเข้มข้นในการซ้อมลงแล้วครับ
ลูกเป็ด ซุปเปอร์ฮีรั่ว
23 มิถุนายน 2563
.............................
ตอบ..........
จำไว้ทุกความผิดปกติจากวิ่ง อย่างไม่ถึงต้องบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ ควรหยุดเลย สังเกตลู่ทาง ดูทิศลม (ความสดจะเข้ามา ความล้าจะไม่ถูกซ้ำเติม)
แม้ว่าเราจะไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรก็ตาม
การหยุดไม่เหมือนกับการกินยา
เพราะยามีผลข้างเคียงเสมอ ว่าแต่จะเป็นอะไรร้ายๆด้านไหนเท่านั้น
แต่การหยุด ผลข้างเคียงคือความสด ที่จะมีผลลัพธ์ที่ไม่มีทางร้ายเลย เราไม่ได้วิ่งมาทั้งชีวิตไม่เห็นตายทันทีเลย การหยุดวิ่งจากความผิดปกติ จึงมีเหตุผล ดี มีข้อบ่งชี้สมควรอย่างท่วมท้นเหลือแหล่ อย่าว่าแต่หยุดเพียง 2-3 วันเลย มากกว่านี้ก็ไม่เป็นไร
มิเช่นนั้นแล้วแผนฝึก Taper คืนความสดก่อนไปมาราธอนจะมีถึง สองสัปดาห์รึ ถ้ามันตกฟิตจริง
นักวิ่งมักอุปทานไปเอง
ถ้าโค้ชท่านใดอาจกล่าวว่า มันก็เริ่มเลี้ยวลงตั้งแต่สองสามวันแรกแล้ว แต่ทีละนิด ไม่มากนัก ขอบอกว่า สิ่งที่เราได้จากการหยุดวิ่งเมื่อพบสิ่งผิดปกติ มีประโยชน์มีคุณความดีมากกว่าการเสียโอกาสซ้อมอยู่ดี
ดังนั้น ไม่ว่าเราจะพินิจมันอย่างไร ในกรอบความเข้าใจวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เคร่งครัดขนาดไหน เราก็พบว่า การหยุดซ้อมวิ่ง เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เป็นนิสัยขึ้นมา
ผมไม่เห็นต้องไปสืบค้นความผิดปกติที่เกิดกับตัวเองเลย หากวันใด เราล้ามาก หรือผิดปกติ ก็หยุดไปเท่านั้นเอง อย่าตีความ "การหยุดวิ่ง" เป็นเรื่องร้ายแรงยิ่งใหญ่
ตรงกันข้าม การซ้อมวิ่งให้บ่อยมากเท่าที่จะฝืนไปได้นั้น ไม่ใช่เป็นแนวทางที่ฉลาดนัก
ร่ายมายาว เพราะเธอไม่ยอมหยุด แต่ลดความเข้มข้นในการซ้อมลง นั่นคืออะไร นั่นก็ยังเป็นการซ้ำเติมสิ่งผิดปกตินั้นอยู่ดี แต่ก็ยังกระหน่ำส่วนที่อ่อนแอนั้นอยู่ต่อไป นี่ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย
อย่างแรกคือ "หยุด" เลย ส่วนมันเป็นอะไร มันจะรักษาอย่างไร ค่อยไปว่ากัน
ในที่นี้ ผมไม่ใช่แพทย์ ไม่สามารถล้วงลูกการรักษาพยาบาลได้ เป็นเรื่องของหมอกีฬา (เจ็บถามหมอ วิ่งถามกฤตย์)
ตั้งแต่นาทีแรกที่เราได้รับสัญญาณจากเรือนร่าง กว่าจะถึงแพทย์เราอย่าไปซ้ำเติมตรงนั้น ที่ผ่านมา แค่การเบาลง ยังไม่ดีพอ
ต่อเมื่อ แพทย์ไฟเขียว ซ้อมได้ ก็ว่าไป
ตรงนี้ไม่สามาถตอบตรงว่า "เป็นไร" หรือ "แก้ไขอย่างไร" แต่คุณได้แนวทางดูแลตัวเองที่เหมาะสมไปใช้ในทุกๆความบาดเจ็บแล้ว และยังเผื่อแผ่การดูแลตัวเองนี้ไปยังเพื่อนนักวิ่งได้
จำไว้ ทุกสิ่งที่ผิดปกติ คล้ายๆจะบาดเจ็บทุกชนิด ก็ไปหาแพทย์ แม้เราเอง ก็อย่ารู้ดีกว่าท่าน ต่อเมื่อคนในวิชาชีพรักษา บอกอย่างไร เราก็ทำตามนั้น
เขาเรียนมาตั้งหลายปี
นักวิ่ง 90% ทั้งหมดยังเหมือนเธอ คือ "ไม่หยุดซ้ำเติม" ความชอกช้ำ กว่าจะหยุดจริง มันร้ายแรงกว่าที่ควรจะเป็นแล้ว ที่ไม่สมควรเลย
แม้ผมตอบไม่ตรงที่ถามนัก แต่ผมคิดว่าตนเองตอบได้ตรงแกนใหญ่ใจความที่สุด
กลับเข้ามาที่ท้องน้อย ผมว่าน่าจะเป็นเพราะ Over use นั่นเอง พักผ่อนก็หายมันอาจจะเกิดจากการวิ่งเร็ว
สังเกตจากการหยุดวิ่ง2วันจะดีกว่าวันเดียว สังเกตการหยุด3วันจะดีกว่า2วัน สังเกตการหยุดวิ่ง4วันจะดีกว่า3วัน ลำดับขั้นมันจะชัดเจน
หากเป็นเช่นนี้ แสดงว่าเราน่าจะมาถูกทางแล้ว
ถ้ากี่วันแล้วก็ไม่ยอมหายสักทีแม้หยุดวิ่งแล้ว ต้องเป็นอย่างอื่น ก็เป็นเรื่องของแพทย์ต่อไป
ขอเป็นกำลังใจให้ลูกเป็ดหาทางรับมือแก้ไขความผิดปกติของตัวเองได้ปลอดภัยครับ
กฤตย์ ทองคง
23 มิถุนายน 2563
.
.
ถ้าเลือกเชื่อคำแนะนำจากโค้ชทะลุทะลวง คุณจะเร็วได้จริง ชั่วระยะหนึ่งแต่ไม่ยั่งยืน
ถึงที่สุด ก็เจ็บจนท้อเลิกไปเอง คุณโค้ชทะลุทะลวงท่านก็ถกตูดไปหาเด็กฝึกใหม่ ที่พร้อมจะพลีร่างกายให้เขายำ แล้วชะตากรรมก็ไม่ต่างจากรายที่ผ่านไป
ผมไม่ใช่โค้ชพวกนั้น แต่เป็น Running instructor ที่เอาผู้วิ่งเป็นตัวตั้ง เป้าหมายชำนาญคือ "How to วิ่งตลอดอายุขัย"
ระหว่างกลางทางจะเก็บเกี่ยวถ้วยอันดับได้บ้างตกบ้าง ช่างมัน ไม่ซีเรียส เป็นน้ำจิ้มผลพลอยได้ ตัวใหญ่ คือ วิ่งจนแก่
ตราบใดที่ยังไม่ตายสักที วิ่งได้ตลอด(ไม่ได้บอกว่าเร็ว บอกว่าวิ่งได้ครับ)
ลดค่ารักษาพยาบาล เพิ่มคุณภาพชีวิต
ไม่ได้บอกเป้าหมายให้อายุยืน
ถ้าตรงใคร มาตรงนี้ ผมจะช่วยคุณ
ถ้าอยากทะลวง เชิญรับคำแนะนำจากท่านอื่นครับ
.
เพราะคนเราเปลี่ยนเรือนร่างตัวเองไม่ได้
แต่โค้ช(บางท่าน) เปลี่ยนเด็กที่เขาดูแลได้
คือเด็กคนนี้ขาเสียแล้ว
ไปปั้นเด็กอื่นที่มีแววดีกว่า
.
No comments:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.